โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชี้สงคราม ทำ 68% ของชาวเน็ตไทย ห่วงจุดยืนด้านต่างประเทศและวิกฤตพลังงาน

Khaosod

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 03.30 น.

"เรียลวอทช์ แล๊ป" สำรวจความกังวลของชาวเน็ตไทย พบ 68% กังวลจุดยืนด้านการต่างประเทศ และ วิกฤตเพลังงาน จากสถานการณ์การสู้รบระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับ อิหร่าน

วันที่ 11 มี.ค. 2569 เรียลวอทช์ แล๊ป ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้าน AI-Transformation และ AI-Data Driven Technology เปิดเผยถึงผลสำรวจความกังวลของชาวเน็ตไทย หลังจากที่สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล โจมตี อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 และ ทำให้เกิดสงครามยืดเยื้อมาตลอด 10 วันที่ผ่านมา

โดยจากการสำรวจความเห็นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. หลังเกิดเหตุการณ์ ถึงวันที่ 10 มี.ค. 2569 ในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จำนวน 34,009 ข้อความ ที่โพสต์และพูดถึงความกังวลหลังเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง พบว่า

อันดับแรก ที่ชาวเน็ตไทยมีความกังวลมากสุด คิดเป็นสัดส่วน 37% ของทุกข้อความ เป็นเรื่องจุดยืนด้านการต่างประเทศของไทยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ ระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลไทยวางตัวเป็นกลางกับสถานการณ์ดังกล่าว

อันดับสอง คิดเป็นสัดส่วน 31% เป็นความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านราคาพลังงานที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย โดยความเห็นส่วนใหญ่กังวลว่า ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นทำให้กระทบกับค่าครองชีพ รวมไปถึงกระทบกับเศรษฐกิจไทยโดยภาพรวม

เพราะหลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ธนาคารโลก คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ จะส่งผลให้ราคาน้ำมัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-13% มาอยู่ที่ 80-82 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และ มีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐ

การปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมัน จะทำให้ อัตราเงินเฟ้อ ปรับตัวสูงขึ้น 0.5-0.8% แนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้เศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.6% จากเดิมที่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลก จะเติบโตที่ 3.3%

ในขณะที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ วิเคราะห์ ผลกระทบ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กับ เศรษฐกิจไทย ออกเป็น 2 ฉากทัศน์

ฉากทัศน์ แรก คือ ถ้าสงครามกระจายตัวไปทั่วภูมิภาค ตะวันออกลาง และ สิ้นสุดลงภายใน 1 เดือน การขนส่งทางทะเล ผ่านช่องแคบฮอร์มุช จะได้รับผลกระทบระยะสั้น จะทำให้ราคาน้ำมันดิบโลก อยู่ในช่วง 95-105 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทย ปี 2569 เติบโตประมาณ 1.6% ลดลง จากเดิม ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตที่ 2%

ฉากทัศน์ที่ 2 กรณีที่สงครามยกระดับ หรือ ขยายวงกว้าง ครอบคลุมตะวันออกกลาง และ ยืดเยื้อ ช่องแคบฮอร์มุช ถูกปิด และ ไม่สามารถขนส่งน้ำมันได้ ส่งผลกระทบต่อ ห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) จะทำให้ ราคาน้ำมันขึ้นไปอยู่ที่ 115-125 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบ ให้เศรษฐกิจไทย เติบโต เพียง 1.3% จากเดิม ที่คาดว่าจะเติบโตที่ 2%

อันดับสาม เป็นเรื่องความเสี่ยงจากสงครามและภัยความมั่นคง คิดเป็นสัดส่วน 24% โดยความเห็นของชาวเน็ตกังวลว่า สงครามจะบานปลายจนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือ รุนแรงขึ้นหรือไม่ และ จะกระทบกับประเทศไทยหรือไม่อย่างไร

อันดับสี่ เป็นความกังวลเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่ได้รับว่า เป็นข้อมูลเท็จ หรือ มีการบิดเบือนหรือไม่ จากทั้งสองฝ่าย คิดเป็นสัดส่วน 5%

อันดับห้า เป็นความกังวลเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของแรงงานไทย ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้ง คิดเป็นสัดส่วน 3% โดยข้อความส่วนใหญ่จะแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชี้สงคราม ทำ 68% ของชาวเน็ตไทย ห่วงจุดยืนด้านต่างประเทศและวิกฤตพลังงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...