ยักษ์น้ำมันซาอุฯ เตือน! ‘วิกฤติน้ำมันระดับโลก’ ชี้ครั้งนี้ ‘หนักที่สุด’ เท่าที่เคยเจอ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “อารัมโก” (Aramco) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก เตือนว่า หาก “ช่องแคบฮอร์มุซ” ยังคงหยุดชะงักต่อไป จะเกิด “ผลกระทบร้ายแรงอย่างมหาศาล” ต่อตลาดน้ำมันโลก
ปัจจุบันการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกขัดขวางอย่างหนัก ทั้งที่ปกติแล้ว ประมาณ 20% ของน้ำมันโลกจะต้องผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า หากสหรัฐและอิสราเอลยังคงโจมตีต่อไป พวกเขาจะไม่ยอมให้น้ำมันจากตะวันออกกลางถูกส่งออกแม้แต่ “หนึ่งลิตร”
อามิน นัสเซอร์ ซีอีโอของอารัมโกกล่าวว่า “ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกจะรุนแรงมาก และยิ่งการหยุดชะงักยืดเยื้อนานเท่าไร ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะยิ่งหนักขึ้น”
- ควันพวยพุ่งขึ้นจากโรงกลั่นน้ำมันราสทานูราในซาอุดีอาระเบีย หลังถูกโดรนโจมตี (ภาพ: Vantor/ Reuters) -
เขายังระบุว่า แม้ในอดีตจะเคยเกิดเหตุหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันมาก่อน แต่วิกฤติครั้งนี้ถือว่า “ใหญ่ที่สุด” เท่าที่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคเคยเผชิญมา
นัสเซอร์เตือนว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่การขนส่งทางเรือ ธุรกิจประกันภัย แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม เช่น การบิน การเกษตร อุตสาหกรรมยานยนต์ และภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ อีกมาก
เมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นแตะเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี) และได้ลดลงมาอยู่แถว 92 ดอลลาร์ในวันอังคาร (10 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความเห็นว่า สงครามอาจยุติลงในไม่ช้า
ทรัมป์ยังเตือนว่า หากอิหร่านพยายามปิดกั้นการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคนี้ สหรัฐจะโจมตีอิหร่านหนักยิ่งขึ้น
ทรัมป์ยังกล่าวเสริมว่า สหรัฐอาจใช้ “กองทัพเรือคุ้มกันเรือสินค้า” ในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้การเดินเรือปลอดภัย แม้ยังไม่ชัดเจนว่า กองทัพเรือสหรัฐมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ เพราะเรือรบบางส่วนกำลังปฏิบัติการโจมตีอิหร่านและสกัดกั้นขีปนาวุธอยู่
ขณะที่นัสเซอร์กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของโลกขณะนี้อยู่ในระดับ “ต่ำสุดในรอบ 5 ปี” และวิกฤติครั้งนี้ อาจทำให้สต๊อกน้ำมันลดลงเร็วขึ้น
อารัมโกยังไม่สามารถส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียได้ เพราะเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเข้าไปโหลดสินค้าได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า ยังสามารถจัดหาน้ำมันให้ลูกค้าส่วนใหญ่ได้ โดยใช้ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline เพื่อส่งน้ำมันดิบไปยังท่าเรือ Yanbu ที่ทะเลแดงแทน
ท่อส่งดังกล่าว กำลังเพิ่มการใช้งานจนเกือบเต็มกำลังที่ประมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากลูกค้ากำลังปรับเส้นทางขนส่งใหม่
นอกจากนี้ อารัมโกยังสามารถส่งน้ำมันบางส่วนไปใช้ภายในประเทศได้ด้วย
ก่อนหน้านี้ โรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ซึ่งเป็นโรงกลั่นใหญ่ที่สุดของบริษัทในประเทศ ถูกโจมตีจนเกิดไฟไหม้เล็กน้อยเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ไฟถูกควบคุมได้อย่างรวดเร็ว และโรงกลั่นกำลังเริ่มกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง
อ้างอิง: reuters