โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชกิจจาฯ ประกาศเกณฑ์ใหม่ “ชั่วโมงทำงานพยาบาล” มีผล 11 มี.ค.69

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 11 มี.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ.2569 โดยเนื้อหาระบุว่า

สภาการพยาบาลตระหนักถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่า การใช้บริการกำลังพยาบาลเพียงพอ และเหมาะสมมีผลเชิงบวกต่อคุณภาพ เป็นองค์ประกอบสำคัญของการให้บริการสุขภาพที่ปลอดภัยและมีคุณภาพแก่ผู้ป่วยและประชาชน รวมทั้งการปฏิบัติงานของพยาบาลที่มีชั่วโมงการทำงานต่อเนื่องยาวนาน หรือมีระยะเวลาการพักไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะในการปฏิบัติงานของพยาบาล ที่ส่งผลต่อกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและคุณภาพการบริการสุขภาพ

ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7(3) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ 6(3) แห่งข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยการกำหนดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2540 ประธานสภาการพยาบาล โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาล ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 จึงออกประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2565

โดยประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

และยกเลิกประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง นโยบายชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ฉบับวันที่ 17 เม.ย.2560

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีใจความสำคัญเกี่ยวกับ ชั่วโมงการทำงาน ประกอบเป็นข้อๆ

ข้อ 6 ผู้บริหารการพยาบาลของสถานพยาบาล ออกแบบและดำเนินการในการจัดเวลาการปฏิบัติงานของพยาบาล เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพและมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและพยาบาล

ข้อ 7 กำหนดให้มีการจำกัดชั่วโมงการทำงานของพยาบาลตามช่วงเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ข้อ 8 ผู้บริหารการพยาบาลต้องจัดตารางการปฏิบัติงาน โดยควบคุมให้ชั่วโมงการทำงานรวมของพยาบาลไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง และไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ การคำนวณชั่วโมงการทำงานรวม ให้รวมถึงชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา และชั่วโมงการปฏิบัติงานจริงจากการถูกเรียกตัว (On Call) ด้วย

การทำงานล่วงเวลาเป็นสิทธิของบุคคล และเป็นไปตามความสมัครใจ ทั้งนี้ ผู้บริหารการพยาบาลต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าของพยาบาล โดยมีเงื่อนไขการจัดตารางการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

(1) กำหนดให้มีระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวร (Recovery time between shifts) ไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง

(2) หลีกเลี่ยงรูปแบบการจัดตารางเวรที่มีความเสี่ยงสูง โดยต้องไม่จัดให้กลับมาทำงานเวรถัดไปเร็วเกินไป (Quick return) แม้จะมีระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวรตามข้อ (2)

(3) จัดให้มีการฟื้นฟูภายหลังการปฏิบัติงานที่มีภาระสูงหรือเกินปกติ โดยจัดให้มีวันพักหรือเวลาพักชดเชยที่เหมาะสม

(4) จัดให้มีช่วงเวลาพักสั้น ๆ หรือการงีบหลับเชิงกลยุทธ์ (Strategic napping) โดยเฉพาะในการปฏิบัติงานเวรกลางคืน โดยสถานพยาบาลต้องจัดสัดส่วนพื้นที่พัก และจัดระบบการดูแลผู้ป่วยทดแทนที่ปลอดภัย เพื่อลดความเหนื่อยล้าสะสมระหว่างการปฏิบัติงาน

ข้อ 9 ผู้บริหารการพยาบาล ต้องไม่จัดตารางการปฏิบัติงานที่ทำให้พยาบาลปฏิบัติงานเกินวันละ 12 ชั่วโมง

-ในกรณีที่จัดให้ปฏิบัติงานวันละ 12 ชั่วโมง ต้องไม่จัดให้ปฏิบัติงานติดต่อกันเกิน 3 วัน ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ หรืออาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและพยาบาล

ข้อ 10 ในกรณีที่สถานพยาบาลมีความจำเป็นต้องจัดให้พยาบาลปฏิบัติงานเกินชั่วโมงการทำงานตามข้อ8 หรือข้อ 9 ให้กระทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วนและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นการพิจารณาและอนุญาตของผู้บริหารการพยาบาล

ในการพิจารณาอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้หมายถึง กรณีที่มีอุบัติการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า หรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยในระดับวิกฤต ทั้งนี้ สถานพยาบาลต้องจัดให้มีแผนบริหารจัดการความต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) และมาตรการแก้ไขปัญหาอัตรากำลังในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อมิให้มีการปฏิบัติงานเกินชั่วโมงการทำงานสะสมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดติดต่อกันเกินกว่าช่วงเวลาที่จำเป็น

ข้อ 11 เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยและพยาบาล และสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรบุคคลด้านการพยาบาลอย่างเหมาะสม ผู้บริหารการพยาบาลควรหลีกเลี่ยงการจัดตารางการปฏิบัติงานแบบเวรหมุนตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour rotating shifts) ที่มีการเปลี่ยนช่วงเวลาการทำงานบ่อยครั้ง โดยเฉพาะรูปแบบที่อาจทำให้ระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวรไม่เพียงพอหรือก่อให้เกิดการกลับมาปฏิบัติงานเวรถัดไปเร็วเกินไป (quick return)

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดตารางเวรแบบหมุน ผู้บริหารการพยาบาลควรพิจารณาใช้การหมุนเวรแบบไปข้างหน้า (forward-rotating shifts) และต้องจัดให้มีระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง ทั้งนี้ ควรส่งเสริมการจัดเวรแบบคงที่ (fixed shifts) หรือรูปแบบผสม (hybrid shifts) ตามบริบทของหน่วยงาน โดยคำนึงถึงความสมัครใจของพยาบาล ลักษณะงาน และความปลอดภัยของผู้ป่วย เป็นสำคัญ

ข้อ 12 พยาบาลต้องตระหนักและพิจารณาถึงความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจของตนเองในการปฏิบัติงานก่อนการตัดสินใจปฏิบัติงานล่วงเวลา หรือการปฏิบัติงานต่อเนื่องหลายเวร (back-to-back shifts) ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยต่อตนเอง ผู้ป่วย และผู้รับบริการ

ข้อ 13 แม้ว่าการทำงานล่วงเวลาจะเป็นไปตามความสมัครใจของพยาบาล แต่ผู้บริหารการพยาบาล ต้องคำนึงถึงผลกระทบจากการทำงานต่อเนื่องยาวนานที่อาจก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าและความไม่ปลอดภัยต่อผู้ป่วยและพยาบาล ทั้งนี้ อาจพิจารณาใช้การประเมินความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ (Pre-Overtime Fitness for Duty Assessment) ก่อนจัดตารางการปฏิบัติงานล่วงเวลาหรืออนุญาตให้พยาบาลปฏิบัติงานล่วงเวลา

ข้อ 14 ผู้บริหารการพยาบาล และฝ่ายบริหารของสถานพยาบาล ต้องจัดให้มีระบบสนับสนุนเชิงองค์กร เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ของพยาบาล โดยครอบคลุมทั้งการจัดการภาระงานและเวลาการทำงานที่เหมาะสม การส่งเสริมสุขอนามัยการนอนหลับ การจัดการความเครียด การดูแลด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย รวมถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เอื้อต่อการฟื้นตัวของร่างกายและจิตใจ ลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย

ข้อ 15 ภายใต้ระบบสนับสนุนเชิงองค์กรตามข้อ 14 ผู้บริหารสถานพยาบาลและผู้บริหารการพยาบาล ต้องส่งเสริมให้พยาบาลมีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการจัดสมดุลระหว่างการทำงาน การพัฒนาตนเอง การดูแลครอบครัว และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ โดยไม่ก่อให้เกิดภาระหรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัยจากการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล และลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟในการทำงาน

ข้อ 16 ให้ผู้บริหารการพยาบาลนำหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ไปใช้ในการจัดตารางการปฏิบัติงานของช่วยพยาบาลหรือพนักงานช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย หรือบุคคลในทีมการพยาบาลโดยอนุโลม

ประกาศ ณ วันที่ 17กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รองศาสตราจารย์ สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ

นายกสภาการพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...