“ลิณธิภรณ์” ชี้เหตุ โรงเรียนพะตงฯ ป้องกันได้ เสนอวินัยเชิงบวก-มีนักจิตวิทยาในโรงเรียน ลดความรุนแรง
ลิณธิภรณ์ ย้ำ กรณี รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ความรุนแรงในโรงเรียนป้องกันได้ เสนอ การจัดการวินัยนักเรียนลงโทษเชิงบวก ลดความกดดัน ป้องกันเหตุด้วยนักจิตวิทยาในโรงเรียน
วันที่ 12 ก.พ.69 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจส่วนตัว กล่าวถึงกรณี เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัตน์ จังหวัดสงขลา ซึ่งผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปในสถานศึกษา ยิงปืน และควบคุมตัวครู นักเรียน และผู้บริหารโรงเรียนเป็นตัวประกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
นางสาวลิณธิภรณ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ครอบครัว และความรู้สึกปลอดภัยของชุมชนการศึกษาอย่างรุนแรง โรงเรียนซึ่งควรเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การเติบโต และการคุ้มครองเด็ก กลับกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความไม่มั่นคง
ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งส่งกำลังใจไปยังผู้บาดเจ็บ ครอบครัว ครู และนักเรียนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และเห็นว่าความสูญเสียครั้งนี้จำเป็นต้องได้รับการทบทวนในระดับนโยบายและโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก
นางสาวลิณธิภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ในเชิงระบบ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนช่องว่างหลายด้าน
ทั้งการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าถึงพื้นที่โรงเรียน การขาดแผนซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน การขาดระบบสนับสนุนสุขภาพจิตในสถานศึกษา
ตลอดจน การทบทวนแนวทางการจัดการวินัยนักเรียนที่ยังพึ่งพา “การลงโทษ” มากกว่ากระบวนการฟื้นฟูและการเรียนรู้ร่วมกัน
โดยเฉพาะ “การลงโทษที่ละเมิดสิทธิ” ใช้ความอับอาย หรือสร้างตราบาปทางสังคม อาจก่อให้เกิดบาดแผลทางใจทั้งต่อนักเรียนและครอบครัว และกลายเป็นความขัดแย้งสะสมที่ไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างเหมาะสม
ทางออกวันนี้ สถานศึกษาควรปรับสู่แนวทางวินัยเชิงบวก ที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เน้นการพูดคุย ไกล่เกลี่ย และฟื้นฟูความสัมพันธ์
และจริงจัง เรื่อง ”การยกระดับมาตรการความปลอดภัย การจัดให้มีนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตประจำโรงเรียน การควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืน และการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนอย่างบูรณาการ ทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำให้โรงเรียนเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” อย่างแท้จริง ทั้งในมิติทางกายภาพ จิตใจ และสังคม เพื่อคุ้มครองเด็กและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนอย่างยั่งยืน “ นางสาวลิณธิภรณ์ กล่าว