โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไหว้ศาลเจ้า “ย่านคลองสาน” เสริมเฮงรับตรุษจีนปีม้าทอง

Manager Online

เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 08.29 น. • MGR Online

ตรุษจีนปีพุทธศักราช 2569 นี้ ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ โดยมี "วันเที่ยว" ตรงกับ วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ ถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่หลายคนจะได้หยุดพักผ่อนและออกไปเปิดหูเปิดตา แต่สำหรับสายมูจะเที่ยวทั้งทีต้องได้มากกว่าความสนุก เพราะนี่คือโอกาสทองในการเดินสายเสริมสิริมงคล รับพลังงานบวกเข้าสู่ชีวิต

หากคุณกำลังมองหาย่านที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา "ย่านคลองสาน" คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่จีนนี้

ย่านคลองสาน ไม่ได้มีดีแค่วิวเจ้าพระยาสุดโรแมนติกหรือคาเฟ่เก๋ ๆ ริมน้ำเท่านั้น แต่ยังซ่อนเสน่ห์ของ “ศาลเจ้าเก่าแก่” ที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนไทย–จีนมานานนับร้อยปี การมาเยือนคลองสานในวันนี้ จึงเหมือนได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งไหว้พระ–ศาลเจ้า เติมพลังใจไปพร้อมกับการซึมซับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

เริ่มต้นที่ "ล้ง 1919" สถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นท่าเรือมาก่อน โดยคำว่า “ล้ง” มาจากชื่อเดิมของสถานที่แห่งนี้ ที่มาชื่อว่า “ฮวย จุ่ง ล้ง” เป็นภาษาจีน หมายถึง “ท่าเรือกลไฟ” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2393 โดยท่าเรือนี้มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ พร้อมพื้นที่อาคาร 6,800 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันนี้รู้จักกันในนามโกดังบ้าน “หวั่งหลี” ตั้งอยู่ ณ สุดถนนเชียงใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับย่านตลาดน้อย - เยาวราช

ภายในมีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ที่ประดิษฐานอยู่คู่กับท่าเรือแห่งนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” (คลองสาน) เป็นเจ้าแม่หม่าโจ้วโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ทำจากไม้มี 3 ปาง ได้แก่ ปางเด็กสาว (ปางจุ้ยบ๋วยเนี้ย) ตำนานเล่าว่าท่านชอบปฏิบัติธรรม ในตอนเช้าจะไปเก็บน้ำค้าง มารักษาผู้คน ปางนี้จึงให้พรด้านการขอบุตร

ส่วนปางที่สองคือ ปางผู้ใหญ่ (ปางให่ตั้งหม่า) ให้พรในด้านการค้าขายเงินทอง และปางที่สามคือ ปางเทพ (ปางเทียนโหวเซี่ยบ้อ) ซึ่งเชื่อว่าท่านเป็นเทพประทับอยู่บนสวรรค์ มีเมตตาจิตสูง ซึ่งเจ้าแม่หม่าโจ้ว ทั้ง 3 ปางนี้ เป็นองค์ที่ชาวจีนนำขึ้นเรือเดินทางมาจากเมืองจีน เมื่อมาถึงเมืองไทยจึงอัญเชิญประดิษฐานที่ศาลแห่งนี้ อายุเก่าแก่มากกว่า 167 ปี เวลาคนจีนเดินทางจากโพ้นทะเลมาถึงฝั่งประเทศไทย ก็จะมากราบสักการะ

ดังนั้น “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” (คลองสาน) จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนจีนในแผ่นดินไทย ซึ่งคนจีนที่ทำการค้าในไทยจนเจริญร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็ล้วนก่อร่างสร้างตัวมาจากที่นี่

อีกหนึ่งองค์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวคลองสานให้ความเคารพศรัทธา คือ “จีจินเกาะ” เทพเจ้าผู้คุ้มครองพื้นที่และชุมชน ตามความเชื่อของชาวจีนแต้จิ๋วและฮกเกี้ยน เชื่อกันว่าจีจินเกาะเป็นเทพผู้ดูแลความสงบสุข ปกป้องผู้คนให้พ้นจากภัยอันตราย และช่วยให้การค้าขาย การดำรงชีวิตราบรื่น

กลางโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา มีสถานที่หนึ่งที่ทั้งงดงาม ทรงพลัง และเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งศรัทธาที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทย–จีนได้อย่างวิจิตรบรรจง “จีจีนเกาะ” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สักการะ แต่คืออาณาจักรแห่งศิลปะ สถาปัตยกรรม และความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ชวนให้เราเดินชมอย่างตื่นตา พร้อมซึมซับพลังดี ๆ ในทุกย่างก้าว

ที่นี่ประกอบด้วย 4 อาคารหลัก ซึ่งสะท้อนแนวคิด “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่” ตามคติจีนโบราณ ได้แก่ มังกร เสือขาว เต่าดำ และหงส์แดง แต่ละอาคารโดดเด่นด้วยรูปทรงและเรื่องราวเฉพาะตัว ราวกับกำลังพาเราเดินผ่านตำนานที่มีชีวิต

และแล้วก็มาถึงไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ “อาคารหงส์แดง” เจดีย์สูง 8 ชั้น งดงามโดดเด่นริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา มีนามเต็มว่า “พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมธาตรีไทยจีนเฉลิม” ตัวเจดีย์ตั้งตระหง่านอย่างสง่า หากมองจากมุมสูงจะเห็นรูปทรงคล้ายขนหงส์ที่แผ่สยาย จึงเป็นที่มาของชื่อหงส์แดง ไม่ว่าจะยืนมุมไหนของพื้นที่ก็สามารถมองเห็นความอลังการได้อย่างชัดเจน

ภายในเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ละชั้นประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์แตกต่างกัน ทั้งพระอรหันต์จี้กง พระพุทธรูปปางไสยาสน์ เทพเจ้าแห่งดาวเหนือผู้คุมดวงชะตาชีวิต หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “เจ้าพ่อเสือ”

ความพิเศษคือทุกชั้นมีระเบียงโดยรอบ เปิดมุมมองแบบพาโนรามาให้เห็นทัศนียภาพกรุงเทพฯ ริมเจ้าพระยาได้ไกลสุดสายตา ลมพัดเย็น ๆ วิวเมืองตัดกับสายน้ำ บอกเลยว่างดงามสมคำร่ำลือ

จากนั้นมาที่ “ศาลเจ้าพ่อเสือ” เป็นศาลเจ้าของชุมชนในย่านตลาดเก่า ขนาดไม่ใหญ่นัก พวกเราสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าแล้ว มาดูสิ่งที่น่าสนใจอย่างปืนใหญ่โบราณที่มีสัญลักษณ์แสดงว่ามาจากฮอลันดาที่ตั้งอยู่ภายใน สันนิษฐานว่าเป็นปืนใหญ่ติดเรือรบเพราะมีขนาดไม่ใหญ่นัก

และมาปิดท้ายที่ “ศาลเจ้าพ่อกวนอู” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้ากวนอูที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีความเป็นมายาวนานถึง 280 ปี เพราะบริเวณนี้เป็นแหล่งที่เรือสำเภาจีนแทบทุกลำต้องมาจอดเทียบท่า ตรงนี้จึงเป็นจุดกำเนิดของศาลเจ้าพ่อกวนอู

ภายในศาลมีเจ้าพ่อกวนอูประดิษฐานอยู่ด้วยกันถึง 3 องค์ โดยมีอายุและขนาดที่แตกต่างกันไป คือ องค์เล็ก องค์กลาง และองค์ใหญ่ องค์แรกเป็นองค์ที่เล็กที่สุดได้ถูกอัญเชิญเข้ามาในรัชสมัยเฉียนหลงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ส่วนองค์ที่สองอัญเชิญมาในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และองค์ที่ 3 อัญเชิญเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อเดินออกมาด้านหน้าศาลเจ้าก็อย่าลืมขอพรกับรู้ปั้นม้ารับปีม้าทองที่ตั้งอยู่ด้านนอกเพื่อเป็นสิริมงคลกันด้วย

ที่อยู่ติดๆ กันกับศาลเจ้าก็คือโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ อาคารเก่าแก่ที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก สร้างขึ้นในราวปลายสมัยรัชกาลที่ 2 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนตอนใต้ อาคารหลังนี้เปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนแปลงการใช้งานมาหลายครั้ง ก่อนที่นายทั่งไต้ซิงได้มาบุกเบิกกิจการใหม่คือการผลิตน้ำปลา จึงได้มาซื้ออาคารหลังนี้เพื่อประกอบกิจการ และตกเป็นมรดกของลูกหลาน

หากคุณกำลังมองหาทริปวันเดย์ทริป (One Day Trip) ที่รวมทั้งการพักผ่อนและเสริมสิริมงคลไว้ในหนึ่งเดียว "เส้นทางสายมู 4 ศาลเจ้าย่านคลองสาน" คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับตรุษจีนนี้ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสเสน่ห์ของย่านเก่าริมน้ำแล้ว ยังได้เติมพลังบุญตามแบบฉบับวัฒนธรรมไทย-จีนให้ปังตลอดปีอีกด้วย

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...