โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

พบหลักฐานใหม่! ดาวอังคารอาจเคยมีมหาสมุทรขนาดมหึมาครอบคลุมซีกเหนือของดาว

SPACEMAN

อัพเดต 21 มกราคม 2569 เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบร่องรอยทางธรณีวิทยาที่ชี้ชัดว่า "ดาวอังคาร" ในอดีตอาจไม่ได้เป็นเพียงดาวเคราะห์สีแดงที่แห้งแล้ง แต่เคยมีมหาสมุทรขนาดใหญ่เทียบเท่ากับมหาสมุทรอาร์กติกบนโลกของเราครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการค้นพบนี้ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดาวอังคารเคยมีสภาวะเอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต

จากการศึกษาล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ทีมนักธรณีวิทยาดาวเคราะห์ได้วิเคราะห์ภาพถ่ายความละเอียดสูงจากยานสำรวจหลายลำ ไม่ว่าจะเป็นยานเอ็กโซมาร์ส เทรซ แก๊ส ออร์บิเตอร์ และยานมาร์ส เอ็กซ์เพรส ขององค์การอวกาศยุโรป รวมถึงยานมาร์ส รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์ ของนาซา ข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องไทม์แมชชีนทางธรณีวิทยาที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจำลองสภาพแวดล้อมในอดีตของดาวอังคารขึ้นมาใหม่ได้อย่างแม่นยำ

จุดที่นักวิจัยให้ความสนใจเป็นพิเศษคือบริเวณทางตะวันออกเฉียงใต้ของหุบเขา "คอพราเทส ชาสมา" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบหุบเขาวาลเลส มาริเนริส ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ โดยทีมวิจัยพบลักษณะการทับถมของตะกอนที่มีลักษณะคล้ายกับ "ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ" บนโลก ซึ่งเกิดจากการที่กระแสน้ำพัดพาเศษหินและทรายมาสะสมตัวกันในบริเวณที่แม่น้ำไหลลงสู่มหาสมุทร แม้ในปัจจุบันโครงสร้างเหล่านี้จะถูกปกคลุมด้วยสันทรายที่เกิดจากแรงลมมาเป็นเวลานาน แต่รูปทรงดั้งเดิมของมันยังคงปรากฏร่องรอยที่ชัดเจนพอให้นักวิทยาศาสตร์จำแนกได้

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการค้นพบว่า แหล่งทับถมของตะกอนเหล่านี้ทั้งหมดตั้งอยู่ในระดับความสูงที่ใกล้เคียงกัน คือที่ระดับความลึกประมาณ 3,650 ถึง 3,750 เมตร และคาดว่าก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 3,370 ล้านปีก่อน หลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของแนวชายฝั่งโบราณที่ทอดยาวเชื่อมต่อกัน ซึ่งหมายความว่าน้ำบนดาวอังคารในยุคนั้นไม่ได้อยู่แค่ในทะเลสาบที่แยกตัวออกจากกัน แต่เป็นระบบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมถึงกันในระดับดาวเคราะห์

การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการดาราศาสตร์ เพราะเป็นหลักฐานใหม่ที่ช่วยระบุตำแหน่งของแนวชายฝั่งและระดับความสูงของน้ำในอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดาวอังคารอาจเคยมีน้ำสถานะของเหลวอยู่บนพื้นผิวอย่างมั่นคงและยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ในก้าวต่อไปนักวิทยาศาสตร์วางแผนที่จะศึกษาองค์ประกอบของดินบนดาวอังคารเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจถึงกระบวนการกัดเซาะที่เกิดจากน้ำในอดีต ซึ่งอาจนำไปสู่คำตอบว่าสภาพแวดล้อมที่เคยเปียกชื้นนี้เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นหรือไม่

ข้อมูลอ้างอิง: Space.com

  • Was the Red Planet once blue? New evidence points to an ancient ocean on Mars
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...