โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดข้อความเต็ม “ทรัมป์” ถึง “ผู้นำยุโรป” ปมกรีนแลนด์ นัยสะท้อนการทูตโลกยุคใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 03.13 น.

เปิดข้อความเต็ม "ทรัมป์" ถึง "ผู้นำยุโรป" ปมกรีนแลนด์ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านการทูตระหว่างประเทศ จากการเจรจาลับหลังฉาก สู่การสื่อสารต่อหน้าสาธารณะผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น

วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 23.39 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า การแลกเปลี่ยนข้อความส่วนตัวระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับผู้นำยุโรปหลายประเทศเกี่ยวกับประเด็นการครอบครองกรีนแลนด์ ถูกเปิดเผยออกมาอย่างสร้างความตื่นตะลึง โดยประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าจะบอกผู้นำยุโรปในการประชุมที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สัปดาห์นี้ว่า สหรัฐจำเป็นต้องได้กรีนแลนด์มา ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการทูตโลก ซึ่งเดิมยึดหลักความรอบคอบและความลับ แต่กำลังถูกแทนที่ด้วยการสื่อสารแบบเปิดเผยและผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น

ข้อความระหว่างทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์

สำนักงานของ Jonas Gahr Støre นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เปิดเผยข้อความที่เขาส่งถึงทรัมป์เมื่อวันที่ 18 มกราคม หลัง BBC ยื่นคำร้องขอข้อมูล โดย Støre ระบุว่า นอร์เวย์และชาติยุโรปตระหนักถึงความตึงเครียดหลายประเด็น ทั้งกรีนแลนด์ กาซา ยูเครน และมาตรการภาษีของสหรัฐ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันลดความรุนแรงของสถานการณ์ และเสนอการพูดคุยโดยตรงกับทรัมป์ในวันเดียวกัน

ทรัมป์ตอบกลับในโทนแข็งกร้าว โดยอ้างว่านอร์เวย์ไม่มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้เขา ทั้งที่เขาอ้างว่าสามารถหยุดยั้งสงครามได้ถึง 8 ครั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก ระบุว่าไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร และกล่าวว่านาโตควรทำอะไรบางอย่างเพื่อสหรัฐ หลังจากที่เขาอ้างว่าทำประโยชน์ให้นาโตมากกว่าผู้นำคนใด พร้อมย้ำว่าโลกจะไม่ปลอดภัย หากสหรัฐไม่ได้ควบคุมกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์

โออานา ลุงเกสคู (Oana Lungescu) อดีตโฆษกนาโต ให้ความเห็นกับ BBC ว่า การเปิดเผยข้อความส่วนตัวเช่นนี้เป็นเรื่องผิดปกติ แต่สอดคล้องกับแนวโน้มที่ทรัมป์ทำการทูตต่อหน้าสาธารณชน” หรือที่เธอเรียกว่า megaphone diplomacy ขณะที่ มาร์ก เวลเลอร์ (Mark Weller) ศาสตราจารย์จาก University of Cambridge ชี้ว่า โดยปกติการสื่อสารระดับผู้นำจะถูกเขียนอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด แต่ทรัมป์กลับใช้ความไม่คาดเดาได้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และที่น่าสนใจคือ แม้แต่นอร์เวย์ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสุขุม ก็เริ่มตอบโต้ด้วยไฟเช่นกัน

ข้อความจากประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง

ทรัมป์ยังเผยแพร่ข้อความจาก Emmanuel Macron บน Truth Social เมื่อวันที่ 19 มกราคม โดยมาครงระบุว่า เขาเห็นพ้องกับทรัมป์ในประเด็นซีเรียและอิหร่าน แต่ไม่เข้าใจ ท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ พร้อมเสนอจัดการประชุมกลุ่ม G7 หลังดาวอส และเชิญหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยูเครน เดนมาร์ก ซีเรีย และรัสเซีย รวมถึงเชิญทรัมป์ร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ปารีส

อดีตนักการทูตฝรั่งเศส ฟรองซัวส์-โจเซฟ ชิชาน (François-Joseph Schichan) มองว่า การเปิดเผยข้อความนี้สร้างความน่าอึดอัดให้มาครง เพราะสะท้อนความไม่เข้าใจที่เขาไม่เคยแสดงออกในที่สาธารณะ อย่างไรก็ดีการเชิญจัดประชุม G7 ถือเป็นบทบาททางการทูตตามปกติ แต่ปัญหาคือ “การทูตแบบดั้งเดิมไม่ทำงานกับทรัมป์” เพราะเมื่อข้อความถูกโพสต์ลงโซเชียล แผนการเจรจาก็พังลงทันที

ข้อความจากเลขาธิการนาโต

ทรัมป์ยังเผยแพร่ข้อความจาก Mark Rutte เลขาธิการนาโต เมื่อวันที่ 20 มกราคม ซึ่งชื่นชมการดำเนินการของทรัมป์ในซีเรีย พร้อมระบุว่าเขาจะช่วยสื่อสารผลงานดังกล่าวในเวทีดาวอส และยืนยันความตั้งใจจะหาทางออกในประเด็นกรีนแลนด์

ลุงเกสคูชี้ว่า กรณีของ Rutte แตกต่างจากผู้นำคนอื่น เพราะท่าทีส่วนตัวและสาธารณะมีความสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตามเธอเตือนว่าการที่ข้อความส่วนตัวไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป อาจผลักดันให้ผู้นำเลือกแสดงความแข็งกร้าวต่อสาธารณะมากขึ้น แทนการเจรจาเบื้องหลังเพื่อหาทางออกแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน

การทูตโลกในยุคโซเชียลมีเดีย

มาร์ก เวลเลอร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านกฎหมายระหว่างประเทศของ Chatham House และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการไกล่เกลี่ยของสหประชาชาติ เตือนว่าแนวโน้มการเผยแพร่การสื่อสารแบบเรียลไทม์ทำให้การทูตเชิงวิกฤตที่ต้องอาศัยความลับและความรวดเร็ว แทบเป็นไปไม่ได้ในโลกปัจจุบัน และอาจเป็นสัญญาณว่าเวทีการเมืองระหว่างประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่เส้นแบ่งระหว่างการทูต การเมืองภายใน และการสื่อสารสาธารณะเลือนรางมากขึ้นเรื่อย ๆ

อ้างอิง : www.bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...