“ชิลี” ประเทศละตินอเมริกาล่่าสุด ตกอยู่ท่ามกลางศึกชิงอำนาจสหรัฐ–จีน
"ชิลี" เผชิญแรงกดดันจากสหรัฐกรณีโครงการสายเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมโยงกับบริษัทจีน หลังรัฐบาลทรัมป์ออกมาตรการจำกัดวีซ่าเจ้าหน้าที่ชิลี 3 ราย อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.50 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ชิลีเป็นประเทศล่าสุดในลาตินอเมริกาที่ถูกดึงเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันเชิงอำนาจระหว่างสหรัฐและจีน หลังเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลวอชิงตันกรณีโครงการวางสายเคเบิลใต้น้ำด้านดิจิทัล ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับบริษัทจีน
ชิลี ซึ่งมีสหรัฐเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุด และมีจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในประเด็นด้านโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะใช้มาตรการจำกัดวีซ่ากับเจ้าหน้าที่ชิลี 3 ราย ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเคเบิลใต้น้ำดังกล่าว โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคง
ด้านกาเบรียล โบริก ประธานาธิบดีชิลี ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 11 มีนาคม ออกมาประณามมาตรการวีซ่าของสหรัฐ และย้ำว่าชิลีไม่ได้ส่งเสริมหรือสนับสนุนการกระทำใด ๆ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศหรือของภูมิภาค
รัฐบาลชิลีฝ่ายซ้ายชุดปัจจุบันระบุว่า หนึ่งในผู้ถูกคว่ำบาตรคือ ฮวน คาร์ลอส มูนญอซ รัฐมนตรีคมนาคมและโทรคมนาคมของชิลี โดยไม่ได้เปิดเผยชื่ออีกสองราย ขณะที่แบรนดอน จัดด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำชิลี ปกป้องมาตรการดังกล่าว โดยชี้ว่าเป็นสิทธิอธิปไตยของสหรัฐในการดำเนินการเมื่อเห็นว่าความมั่นคงของภูมิภาคถูกคุกคาม
ความตึงเครียดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำลาตินอเมริกาที่เมืองไมอามี และก่อนที่รัฐบาลขวาจัดชุดใหม่ของชิลี ภายใต้การนำของ โฆเซ อันโตนิโอ คาสต์ จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในกรุงซานติอาโก
นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวของสหรัฐเป็นสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนไปยังประเทศในลาตินอเมริกาว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ เช่น สายเคเบิลใต้น้ำดิจิทัล จะถูกมองว่าเป็นการเลือกข้างทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าการประมูลเชิงพาณิชย์ตามปกติ
มาริอาโน มาชาโด นักวิเคราะห์อาวุโสด้านทวีปอเมริกาจากบริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยง Verisk Maplecroft ระบุว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับชิลีถือเป็นคำเตือนที่คำนวณมาแล้ว ต่อรัฐบาลชุดใหม่ของคาสต์ พร้อมชี้ว่า การที่ชิลีต้องการพัฒนาตัวเองเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ของภูมิภาค จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อสามารถจัดการความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงได้ตั้งแต่ต้นทาง
ขณะเดียวกันสถานทูตจีนในชิลีออกมาประณามสหรัฐว่าแสดงการดูหมิ่นอธิปไตย ศักดิ์ศรี และผลประโยชน์แห่งชาติของชิลีอย่างชัดเจนจากกรณีคว่ำบาตรวีซ่าดังกล่าว
อิทธิพลทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ของจีนในลาตินอเมริกาขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และถูกมองว่าเป็นเป้าหมายของนโยบาย “Donroe Doctrine” ของทรัมป์ ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่างชื่อทรัมป์กับ “Monroe Doctrine” นโยบายต่างประเทศดั้งเดิมของสหรัฐในศตวรรษที่ 19 ที่ยืนยันบทบาทนำของวอชิงตันในซีกโลกตะวันตก
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐยังเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เช่น ศาลสูงปานามามีคำตัดสินให้สัมปทานของบริษัท CK Hutchison จากฮ่องกง ในการบริหารท่าเรือบริเวณคลองปานามาเป็นโมฆะ ซึ่งถูกมองว่าเป็นชัยชนะเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ นอกจากนี้สหรัฐยังขู่คว่ำบาตรประเทศที่ส่งน้ำมันให้คิวบา และเพิ่งดำเนินปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่อเวเนซุเอลา