นักวิเคราะห์ต่างชาติ ชี้ “เงินบาทแข็งค่า” หนุนไทยหั่นดอกเบี้ยเหลือ 1%
นักวิเคราะห์ต่างชาติ ชี้ "เงินบาทแข็งค่า" หนุนไทยหั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% ผู้เชี่ยวชาญประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยรอบถัดไปเริ่มจำกัด
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักวิเคราะห์มองว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่า เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบเหนือความคาดหมาย
หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 1.00% ค่าเงินบาทลดช่วงบวกและเคลื่อนไหวใกล้ทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นแรงสูงสุดถึง 2.20% โดยจากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 23 รายของบลูมเบิร์ก มีเพียง 3 รายที่คาดการณ์ล่วงหน้าว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ยในครั้งนี้
ตั้งแต่ต้นปี 2569 ค่าเงินบาทแข็งค่ามาแล้วราว 1.8% ต่อเนื่องจากการแข็งค่ากว่า 8% ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการหลายด้านเพื่อชะลอการแข็งค่า และบรรเทาผลกระทบต่อผู้ส่งออก
Lloyd Chan นักกลยุทธ์ค่าเงินจาก MUFG ระบุว่า การลดดอกเบี้ยครั้งนี้สอดคล้องกับเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับติดลบและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ แม้สถานการณ์การเมืองจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง พร้อมชี้ว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีส่วนกระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลายนโยบาย โดยคาดว่า ณ สิ้นปี 2569 ค่าเงินดอลลาร์/บาทอาจอยู่ราว 30.50 บาท
ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่า กนง.อาจต้องการตัดสินใจลดดอกเบี้ยก่อนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อรักษาความเป็นอิสระของนโยบาย พร้อมเตือนว่าไทยมีพื้นที่ใช้นโยบายค่อนข้างจำกัด และแรงกระเพื่อมในตลาดพันธบัตรและค่าเงินจากการลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น
ด้านWee Khoon Chong จาก BNY มองว่า ธปท.เลือกให้การสนับสนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติมท่ามกลางเงินเฟ้อต่ำ โดยระบุว่านโยบายการเงินขณะนี้ถือว่าผ่อนคลายเพียงพอแล้ว ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะใกล้มีไม่มาก และคาดว่าเงินบาทปีนี้จะเคลื่อนไหวแถว 31 บาทต่อดอลลาร์
นักกลยุทธ์จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่าการลดดอกเบี้ยอาจได้รับแรงหนุนจากความแข็งค่าของเงินบาทเช่นกัน โดยการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของ ธปท.จะขึ้นอยู่กับทิศทางค่าเงิน หากเงินบาทอ่อนค่าลงมาก การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจเสี่ยงถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงค่าเงิน
ขณะที่ Lavanya Venkateswaran นักเศรษฐศาสตร์อาเซียนของ OCBC เห็นว่าการลดดอกเบี้ยมีเป้าหมายเพื่อลดแรงกดดันจากเงินบาทแข็งค่าและรักษาสภาพแวดล้อมทางการเงินที่เอื้อต่อการเติบโต แต่ปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทยจำนวนมากเป็นเชิงโครงสร้าง ซึ่งนโยบายการเงินอาจช่วยได้จำกัด
ส่วน Chandresh Jain จาก BNP Paribas ชี้ว่าตลาดแทบไม่ได้คาดการณ์การลดดอกเบี้ยครั้งนี้มาก่อน และมองว่าสิ่งที่เศรษฐกิจไทยต้องการจริง ๆ คือมาตรการด้านการคลังและการสนับสนุนจากภาครัฐ มากกว่าการพึ่งพาการลดดอกเบี้ยในระดับต่ำอยู่แล้ว
อ้างอิง : bloomberg.com