โอละพ่อ! ดราม่าสอบเตรียมอุดมฯ ทิ้งเงินลงถังขยะ ที่แท้ผิดเหตุการณ์
โอละพ่อ! เจ้าของโพสต์ภาพดราม่า “สอบเตรียมอุดมฯ ทิ้งเงินลงถังขยะ”
โพสต์ขอโทษแล้ว ยอมรับใช้รูปผิดเหตุการณ์! ผิดจังหวัด!
หลังจากก่อนหน้านี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพนักเรียนที่จะเข้าสอบ จำเป็นต้องทิ้งเงินลงถังขยะเป็นจำนวนมาก โดยพาดพิงถึงโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่จัดการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2569 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งมีผู้สมัครสอบจำนวน 13,895 คน เมื่อวันที่ 7 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อห้ามไม่ให้นักเรียนนำเงินเข้าห้องสอบ จนทำให้เกิดดราม่าสนั่นโซเชียล
ล่าสุดวานนี้ (10 มี.ค.69) เจ้าของโพสต์ได้โพสต์ข้อความอัปเดตลงในเฟซบุ๊ก ว่า ผมกราบขออภัย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะทีมงานจัดสอบฯ ,ท่านผู้อำนวยการ คณะครูอาจารย์ และทีมบริหาร รวมถึง นักเรียนปัจจุบัน และศิษย์เก่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เนื่องด้วย ผมได้มีการโพสต์รูปเกี่ยวกับการสอบเข้าของนักเรียน เป็นภาพวาง เงิน และของมีค่าลงที่พื้น และถังขยะนั้น รูปได้จากคุณแม่ หลานผมที่ไปเฝ้าลูกสอบทั้งวัน ส่งมาให้ครับ ในฐานะผู้ปกครอง ผมมีความรู้สึกห่วงใย ถึงกรณีเด็กนักเรียนบางคนที่ต้องเดินทางกลับที่พักเอง ไม่มีผู้ปกครองไปรอรับกลับ อีกทั้งอาจไม่มีมือถือใช้ในการติดต่อสื่อสารผู้ปกครอง
ในส่วนตัวผม ขอยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจ ต่อการแสดงความคิดเห็น ที่มีความห่วงใยต่อเด็กนักเรียนเหล่านั้นหากเป็นเหตุให้กระทบชื่อเสียง และความรู้สึกต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง กระผมขอกราบขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ครับ ด้วยความเคารพ
จากนั้นไม่นาน เฟซบุ๊กเพจ “ทำไมถึงเจ๊ง” ได้แคปโพสต์ดังกล่าวมาโพสต์ โดยระบุว่า…
“หลังจากฝุ่นหายตลบ ในเรื่องเด็กนำเงินวางไว้นอกห้องสอบเหมือนทิ้งเป็นขยะและกลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศนั้น เห็นมีการสรุปว่า
เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงครับ
เกิดจากความเข้าใจผิดของผู้ปกครองท่านหนึ่งที่ไปได้รูปมาจากอีกโรงเรียนหนึ่ง อีกจังหวัดหนึ่ง คนละเหตุการณ์ แต่เจ้าตัวเข้าใจว่าเป็นที่โรงเรียนของลูก
ด้วยความห่วงใยและสงสัยในการทํางานจึง นํารูปมาโพสต์และในภายหลัง
เมื่อทราบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง จึงได้ทําการลบโพสต์
แต่สื่อรวมไปถึงเพจดังต่างๆ นําเสนอทางโซเชียลไปแล้ว จึงเกิดเป็นประเด็นใหญ่และมีการตรวจสอบทั้งในโรงเรียน สถานศึกษา ระบบต่าง ๆ มากมาย
สุดท้ายตรวจสอบเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงครับ โดยทางผู้ทําให้เข้าใจผิดทั้งประเทศได้กราบขออภัยไว้ บนเฟซส่วนตัว
แน่นอนครับ ในส่วนของคณะกรรมการจัดการรวมไปถึงสถานศึกษา เสียชื่อเสียงและรับคําครหาไปแล้วครับ โดยเรื่องนี้สื่อก็ยังไม่แก้ข่าวครบทุกสํานัก และหลายคนยังเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
ถ้านี่เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจอยู่ เสียหายจนถึงขั้นฟ้องร้อง ค่าเสียหายได้เลยครับ”
กลายเป็นอีกบทเรียนสำคัญของสังคมออนไลน์ ที่การโพสต์หรือแชร์เพียงครั้งเดียว อาจสร้างผลกระทบใหญ่กว่าที่คิด