โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IEA ชี้สงครามอิหร่านป่วนตลาดน้ำมันหนักสุดในประวัติศาสตร์ ผลิตลด 8 ล้านบาร์เรล/วัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

IEA ชี้สงครามอิหร่านป่วนตลาดน้ำมันหนักสุดในประวัติศาสตร์ ผลิตลด 8 ล้านบาร์เรล/วัน กระทบการส่งออก 7.5% ของตลาดโลก หลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลง 90%

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าสงครามกับอิหร่านกำลังสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ต่อตลาดน้ำมันโลก โดยกระทบต่ออุปทานน้ำมันประมาณ 7.5% ของโลก และส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกในสัดส่วนที่มากยิ่งกว่า

IEA ระบุในรายงานประจำเดือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมันโลก โดยก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ประเทศสมาชิกของ IEA ได้ตกลงที่จะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาด

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากหยุดการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดย IEA ประเมินว่าปริมาณการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว ซึ่งปกติมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่านมากถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ได้ลดลงมากกว่า 90%

IEA คาดว่าความขัดแย้งจะทำให้อุปทานน้ำมันโลก ลดลงประมาณ 8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนนี้ ขณะที่ราคาพลังงานที่พุ่งสูง การยกเลิกเที่ยวบิน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ยังส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง โดยหน่วยงานได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของการบริโภคน้ำมันโลกในปีนี้ลงประมาณ 25% เหลือ 640,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา

ในตลาดซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) กลับมายืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้งในตลาดลอนดอน หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีในน่านน้ำอิรัก และโอมานได้อพยพเจ้าหน้าที่ออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมันสำคัญ

แม้ว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่าง ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะสามารถเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกบางส่วนได้ แต่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ทำให้ประเทศผู้ผลิตในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียต้องลดการผลิตน้ำมันรวมกันประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ผลกระทบด้านอุปทานดังกล่าวยังทำให้ IEAปรับลดคาดการณ์ส่วนเกินน้ำมันโลกในปี 2569 ลงมากกว่าหนึ่งในสาม เหลือประมาณ 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ก่อนเกิดวิกฤต IEAเคยคาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันโลกในปีนี้จะเผชิญภาวะน้ำมันล้นตลาด (oil glut) เนื่องจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากทวีปอเมริกา โดยเฉพาะสหรัฐ แคนาดา กายอานา และบราซิล จะสูงกว่าการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมัน

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียกำลังการผลิตในตะวันออกกลางบางส่วนถูกชดเชยด้วยการเพิ่มกำลังผลิตจากประเทศนอกกลุ่ม OPEC+ รวมถึงการเพิ่มการผลิตจากสมาชิก OPEC+ อย่าง คาซัคสถาน และ รัสเซีย

นอกจากนี้การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคุกคามกำลังการกลั่นน้ำมันในภูมิภาคประมาณ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยข้อจำกัดด้านวัตถุดิบสำหรับโรงกลั่นทำให้ภูมิภาคอื่น ๆ ไม่สามารถชดเชยอุปทานที่ขาดหายได้ง่าย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน

ก่อนหน้านี้ ฟาติห์ บีรอล ผู้อำนวยการบริหารIEA ประกาศว่า ประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ จะร่วมกันระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล แม้จะยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาและระยะเวลาการปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด

ขณะที่คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐจะปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve – SPR) จำนวน 172 ล้านบาร์เรล ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 120 วัน จึงจะสามารถนำออกสู่ตลาดได้ครบทั้งหมด

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...