โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแถลงการณ์หอการค้าไทย แนะ 8 แนวทางธุรกิจรับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

The Bangkok Insight

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

หอการค้าไทย ออกแถลงการณ์ แนะ 8 แนวทางภาคธุรกิจรับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงการณ์ เรื่อง การเฝ้าระวังผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อภาคธุรกิจไทย

หอการค้าไทย

จากความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงเวลานี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก การค้า และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยขอแจ้งให้สมาชิกและเครือข่ายผู้ประกอบการทั่วประเทศรับทราบ และขอให้เฝ้าระวังพัฒนาการของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

ความผันผวนดังกล่าวอาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า ระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยมีความห่วงใยต่อผู้ประกอบการไทย และกำลังติดตามและประเมินผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์แนวโน้ม และจัดทำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ

แนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยขอเสนอแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ ดังนี้

1. ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก เนื่องจากความผันผวนของราคาพลังงานอาจส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า ต้นทุนการผลิต และค่าขนส่ง

2. ประเมินผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการควรทบทวนแผนการจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง และกำหนดการส่งมอบสินค้า โดยเฉพาะการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางหรือเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางทะเล ซึ่งอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงสงคราม (War Risk Premium) และความล่าช้าในการขนส่งสินค้า

3. บริหารต้นทุนโลจิสติกส์ พลังงาน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ จากแนวโน้มราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และความผันผวนของค่าเงินในตลาดโลก ผู้ประกอบการควรติดตามต้นทุนการขนส่งและความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด พร้อมทบทวนเงื่อนไขสัญญาการขนส่งและการชำระเงินระหว่างประเทศ

4. ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมมาตรการประหยัดพลังงานในสถานประกอบการ ภาคธุรกิจควรเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การขนส่ง และการดำเนินงาน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานและช่วยควบคุมต้นทุนในระยะยาว

5. ประเมินความเพียงพอและความต่อเนื่องของวัตถุดิบในการผลิต โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบระดับสต็อกสินค้า วางแผนสำรองวัตถุดิบ และพิจารณาแหล่งจัดหาทางเลือก เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

6. จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและวางแผนรองรับหลายสถานการณ์ ภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผู้ประกอบการควรเตรียมแผนรองรับหลายสถานการณ์ ทั้งในด้านต้นทุนพลังงาน โลจิสติกส์ และ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

7. ดูแลสภาพคล่องทางการเงินและบริหารกระแสเงินสด โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกหรือการนำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาขนส่งที่ยาวนานขึ้น

8. ติดตามมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เนื่องจากภาครัฐอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการรองรับในด้านพลังงาน การเงิน และการค้า เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญ รวมถึงประสานข้อคิดเห็นจากภาคธุรกิจไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอให้สมาชิกติดตามความเคลื่อนไหวจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...