“เดนมาร์ก” เรียกร้องประชาชนลดใช้พลังงาน-เลี่ยงขับรถ หลังราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามอิหร่าน
รมว.พลังงาน เดนมาร์ก เรียกร้องให้ประชาชนประหยัดพลังงานและหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ที่ไม่จำเป็น หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 16.59 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รัฐมนตรีพลังงานของเดนมาร์กเรียกร้องให้ประชาชนลดการใช้พลังงานและหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ที่ไม่จำเป็น หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Lars Aagaard รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน และสาธารณูปโภคของเดนมาร์ก กล่าวว่า สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทำให้ประเทศต้องพึ่งพาน้ำมันสำรองมากขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและยังไม่เห็นสัญญาณว่าความขัดแย้งจะยุติลงในเร็ววัน
เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ DR ว่า“สิ่งที่อยากขอให้ชาวเดนมาร์กช่วยกันทำจริง ๆ คือ หากมีการใช้พลังงานใดที่ไม่จำเป็น หรือถ้าไม่จำเป็นต้องขับรถ ก็ขอให้หลีกเลี่ยง” พร้อมระบุว่า การประหยัดพลังงานจะสร้างผลดีสองด้าน คือช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยยืดอายุการใช้น้ำมันสำรองของประเทศให้เพียงพอได้นานขึ้น
คำเตือนลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงาน ในสหราชอาณาจักรกลุ่มผู้ใช้รถยนต์อย่าง AA (Automobile Association UK) เรียกร้องให้ประชาชนลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นและปรับพฤติกรรมการขับขี่เพื่อลดการใช้น้ำมัน
ในเวียดนาม กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแนะนำให้ภาคธุรกิจใช้ระบบทำงานจากที่บ้านและลดการเดินทาง ส่วนฟิลิปปินส์ได้ประกาศใช้สัปดาห์ทำงาน 4 วันชั่วคราวในบางหน่วยงานของรัฐบาลเพื่อลดการใช้พลังงาน
ทั้งนี้ความกังวลด้านราคาน้ำมันยังคงเพิ่มขึ้น หลังการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักจากภัยคุกคามการโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตั้งแต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค โดยราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมากกว่า 8% ในช่วงก่อนหน้า โดยน้ำมันดิบ West Texas Intermediate เพิ่มขึ้นประมาณ 4.6% อยู่ที่ราว 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent crude ปรับตัวขึ้นเกือบ 5% แตะระดับประมาณ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เพื่อบรรเทาความตึงตัวของตลาด International Energy Agency (IEA) ได้ตกลงที่จะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนอุปทานจากสงครามอิหร่าน ขณะเดียวกันสหรัฐประกาศว่าจะระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) จำนวน 172 ล้านบาร์เรล โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบในสัปดาห์หน้า และใช้เวลาประมาณ 120 วัน จึงจะนำออกสู่ตลาดได้ครบทั้งหมด.
อ้างอิง : www.cnbc.com