FBI เตือน “อิหร่าน” อาจใช้โดรนโจมตีต่อเป้าหมายในแคลิฟอร์เนีย หากสหรัฐโจมตีอิหร่าน
FBI เตือน "อิหร่าน" อาจใช้โดรนโจมตีต่อเป้าหมายในแคลิฟอร์เนีย หากสหรัฐโจมตีอิหร่าน ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดและสร้างความกังวลด้านความมั่นคงในสหรัฐ
วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 07.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตามเอกสารแจ้งเตือนด้านความมั่นคงพบว่า สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ได้ออกคำเตือนต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อเดือนที่ผ่านมา เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ ด้วยการใช้โดรนโจมตีแบบไม่คาดคิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย
คำเตือนลับดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านศูนย์ข่าวกรองร่วมภูมิภาคลอสแอนเจลิส (Los Angeles Joint Regional Intelligence Center) และถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในวันพุธ ขณะที่สงครามซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านได้เข้าสู่วันที่ 12
อิหร่าน ซึ่งผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ ได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงประเทศอ่าวเปอร์เซียหลายแห่งที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ โดยในวันที่สองของสงคราม มีทหารสหรัฐเสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพในคูเวต
ก่อนที่ ABC News จะเปิดเผยข่าวเกี่ยวกับเอกสารแจ้งเตือนดังกล่าว ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว โดยลดความสำคัญของความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ
ด้านแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นต่อรัฐ
เอกสารแจ้งเตือนด้านความมั่นคงที่ Reuters ได้รับเป็นฉบับที่ไม่จัดชั้นความลับและไม่ได้ระบุวันที่ แต่เนื้อหาชี้ชัดว่าถูกจัดทำขึ้นก่อนสงครามจะเริ่มต้น โดยระบุว่าอิหร่านอาจมีแผนตอบโต้สหรัฐ หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
ในเอกสารระบุว่า ข้อมูลของ FBI ณ ต้นเดือนกุมภาพันธ์บ่งชี้ว่าอิหร่านอาจมีความตั้งใจที่จะดำเนินการโจมตีแบบไม่คาดคิดโดยใช้โดรน ซึ่งปล่อยจากเรือในทะเล โดยมีเป้าหมายเป็นพื้นที่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หากสหรัฐดำเนินการโจมตีอิหร่าน
อย่างไรก็ตามเอกสารดังกล่าวระบุว่าทางการยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลา วิธีการ เป้าหมาย หรือผู้ปฏิบัติการของการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านได้ขยายตัวเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ตลาดพลังงานและตลาดการเงินทั่วโลก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) พยายามขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของอุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ความขัดแย้งยังลุกลามไปยังเลบานอน โดยกองทัพอิสราเอลได้ปะทะกับกองกำลัง ฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ในพื้นที่รอบกรุงเบรุต
เมื่อถูกถามว่าเขากังวลหรือไม่ว่าอิหร่านอาจยกระดับการตอบโต้ด้วยการโจมตีบนแผ่นดินสหรัฐ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ผมไม่กังวล”
สำนักงานผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า เอกสารแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลด้านความมั่นคงที่รัฐได้รับจากหน่วยงานรัฐบาลกลางเป็นประจำ และหลังเกิดสงคราม รัฐได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้ว
นิวซัมยังโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เขากำลังประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงและข่าวกรองอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่อรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงภัยที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
“แม้ขณะนี้เรายังไม่พบภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น แต่รัฐแคลิฟอร์เนียยังคงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกประเภท” เขากล่าว
ด้านคาเรน แบสส์ นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส ระบุว่า เมืองและตำรวจลอสแอนเจลิสกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐและรัฐบาลกลางเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน และยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีภัยคุกคามที่ชัดเจนหรือเชื่อถือได้ต่อเมืองลอสแอนเจลิส
ก่อนหน้านี้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ (Department of Homeland Security) ได้ประเมินว่าอิหร่านและเครือข่ายพันธมิตรมีแนวโน้มจะก่อการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายต่อสหรัฐ แม้ว่าการโจมตีขนาดใหญ่ในรูปแบบกองกำลังทหารจะมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างต่ำ
อ้างอิง : reuters.com