โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

FBI เตือน “อิหร่าน” อาจใช้โดรนโจมตีต่อเป้าหมายในแคลิฟอร์เนีย หากสหรัฐโจมตีอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 04.22 น.

FBI เตือน "อิหร่าน" อาจใช้โดรนโจมตีต่อเป้าหมายในแคลิฟอร์เนีย หากสหรัฐโจมตีอิหร่าน ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดและสร้างความกังวลด้านความมั่นคงในสหรัฐ

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 07.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตามเอกสารแจ้งเตือนด้านความมั่นคงพบว่า สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ได้ออกคำเตือนต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อเดือนที่ผ่านมา เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ ด้วยการใช้โดรนโจมตีแบบไม่คาดคิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย

คำเตือนลับดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านศูนย์ข่าวกรองร่วมภูมิภาคลอสแอนเจลิส (Los Angeles Joint Regional Intelligence Center) และถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในวันพุธ ขณะที่สงครามซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านได้เข้าสู่วันที่ 12

อิหร่าน ซึ่งผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ ได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงประเทศอ่าวเปอร์เซียหลายแห่งที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ โดยในวันที่สองของสงคราม มีทหารสหรัฐเสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพในคูเวต

ก่อนที่ ABC News จะเปิดเผยข่าวเกี่ยวกับเอกสารแจ้งเตือนดังกล่าว ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว โดยลดความสำคัญของความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ

ด้านแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นต่อรัฐ

เอกสารแจ้งเตือนด้านความมั่นคงที่ Reuters ได้รับเป็นฉบับที่ไม่จัดชั้นความลับและไม่ได้ระบุวันที่ แต่เนื้อหาชี้ชัดว่าถูกจัดทำขึ้นก่อนสงครามจะเริ่มต้น โดยระบุว่าอิหร่านอาจมีแผนตอบโต้สหรัฐ หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ในเอกสารระบุว่า ข้อมูลของ FBI ณ ต้นเดือนกุมภาพันธ์บ่งชี้ว่าอิหร่านอาจมีความตั้งใจที่จะดำเนินการโจมตีแบบไม่คาดคิดโดยใช้โดรน ซึ่งปล่อยจากเรือในทะเล โดยมีเป้าหมายเป็นพื้นที่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หากสหรัฐดำเนินการโจมตีอิหร่าน

อย่างไรก็ตามเอกสารดังกล่าวระบุว่าทางการยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลา วิธีการ เป้าหมาย หรือผู้ปฏิบัติการของการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านได้ขยายตัวเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ตลาดพลังงานและตลาดการเงินทั่วโลก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) พยายามขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของอุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ความขัดแย้งยังลุกลามไปยังเลบานอน โดยกองทัพอิสราเอลได้ปะทะกับกองกำลัง ฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ในพื้นที่รอบกรุงเบรุต

เมื่อถูกถามว่าเขากังวลหรือไม่ว่าอิหร่านอาจยกระดับการตอบโต้ด้วยการโจมตีบนแผ่นดินสหรัฐ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ผมไม่กังวล”

สำนักงานผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า เอกสารแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลด้านความมั่นคงที่รัฐได้รับจากหน่วยงานรัฐบาลกลางเป็นประจำ และหลังเกิดสงคราม รัฐได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้ว

นิวซัมยังโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เขากำลังประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงและข่าวกรองอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่อรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงภัยที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

“แม้ขณะนี้เรายังไม่พบภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น แต่รัฐแคลิฟอร์เนียยังคงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกประเภท” เขากล่าว

ด้านคาเรน แบสส์ นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส ระบุว่า เมืองและตำรวจลอสแอนเจลิสกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐและรัฐบาลกลางเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน และยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีภัยคุกคามที่ชัดเจนหรือเชื่อถือได้ต่อเมืองลอสแอนเจลิส

ก่อนหน้านี้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ (Department of Homeland Security) ได้ประเมินว่าอิหร่านและเครือข่ายพันธมิตรมีแนวโน้มจะก่อการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายต่อสหรัฐ แม้ว่าการโจมตีขนาดใหญ่ในรูปแบบกองกำลังทหารจะมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างต่ำ

อ้างอิง : reuters.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...