โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก Love Island สู่ the TAKE ฮอร์โมน รายการเรียลลิตี้ที่ตั้งใจสร้างมาให้คนอิน ซึ่งอาจต้องไม่ลืมว่าคนเรามีความรู้สึกจริงๆ ภายใต้การละครและวาทกรรม “อย่าอินเกิน”

Mirror Thailand

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 14.38 น.
ภาพไฮไลต์

ได้ชื่อว่ารายการเรียลลิตี้ เป้าหมายสูงสุดย่อมเป็นการสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดู ‘อิน’ อยู่แล้ว และแม้หลายรายการจะยืนยันว่าไม่มีสคริปต์ แต่ก็ปฏิเสธได้ยากว่าไม่มีการกำกับทิศทางหรือวางหมากเพื่อเรียกจุดพีคทางอารมณ์ไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้รายการสร้างดราม่าและดึงดูดกระแสสังคมได้ตามเป้าหมาย

โอกาสนี้เราจึงอยากพูดถึงปรากฏการณ์ของรายการ The TAKE (ฮอร์โมน) ซีซั่น 2 ที่มียอดวิวทะลุล้านและกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล ซึ่งในแง่ของธุรกิจ นี่คือความสำเร็จที่งดงาม ขณะที่แง่ของผลกระทบทางสังคม เราก็ได้เห็นภาพคนดูแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างสุดโต่ง ฝั่งหนึ่งสวมบทบาทคณะทัวร์รุมด่าทอผู้เข้าแข่งขันหรือเมนทอร์ที่ตัวเองไม่ถูกกันใจอย่างเอาเป็นเอาตาย และมีคนที่เกินเลยถึงขั้นรุมรีพอร์ทอินสตาแกรมของผู้เข้าแข่งขันวัยเพียง 17 ปี อย่าง ‘มานิต้า’ เพียงเพราะมองว่าเธอไม่ควรเป็นผู้ชนะในอีพีแรกๆ ขณะที่อีกฝั่งพยายามปรามว่า “อย่าอินเกิน” หรือ “อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น” เพราะมองว่าความขัดแย้งทั้งหมดทั้งในจอและนอกจอคือ ‘การละคร’ ที่เตี๊ยมกันมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

แน่นอนว่าการเตือนให้คนดูด้วยกันใช้วิจารณญาณในการรับชมนั้นถูกต้องแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตั้งคำถามร่วมด้วยก็คือ ในบางกรณี วาทกรรม “อย่าอินเกิน” กำลังกลายเป็นเกราะป้องกันให้รายการด้วยหรือไม่? ไม่ใช่แค่ในรายการในประเทศไทย แต่รวมถึงรายการเรียลลิตี้อื่นๆ ทั่วโลกด้วย

นั่นเพราะการบอกให้ทุกคนมองว่า “มันคือการแสดง” และ “ทุกคนในรายการรับมือทุกอย่างที่เกิดขึ้นในการถ่ายทำได้” อาจเป็นการ Normalize หรือสร้างความชอบธรรมให้รายการเรียลลิตี้สามารถทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างดราม่า โดยละเลยความรู้สึกของผู้ร่วมรายการไปอย่างน่ากังวล

เพราะในโลกความเป็นจริง มีรายการเรียลลิตี้อีกมากมายที่จงใจเค้นความรู้สึกของผู้เข้าแข่งขันออกมาจริงๆ บีบคั้นให้เกลียดกันจริง ทะเลาะกันจริง จนเกิดบาดแผลทางจิตใจจริงๆ แม้จะมีการบอกว่านี่คือ ‘ราคาที่ต้องจ่าย’ เพื่อแลกกับชื่อเสียงหรือค่าจ้าง หรืออ้างความเป็นมืออาชีพที่ต้องแยกแยะบทบาทให้ได้เมื่อสั่งคัท แต่คำถามสำคัญคือ หัวใจของมนุษย์มีปุ่มเปิด-ปิดง่ายขนาดนั้นจริงๆ หรือ?

และอาจยิ่งน่ากังวล หากผู้สร้างเองเลือกหยิบคำว่า “อย่าอินเกิน” มาใช้เป็นเกราะป้องกันการกระทำที่ Exploit หรือล้อเล่นกับความรู้สึกคน โดยผลักให้เป็นภาระของคนดูที่ต้องใช้วิจารณญาณเพียงอย่างเดียวส่วนรายการจะทำอะไรก็ได้ “เพราะนี่คือความบันเทิง” ซึ่งนั่นอาจส่งผลกระทบต่อผู้ร่วมรายการมากกว่าที่คิด และมีเคสที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

Sarah Herron จากรายการ The Bachelor เมื่อปี 2013 เปิดเผยว่าเธอมีภาวะ PTSD และซึมเศร้าอย่างรุนแรงหลังจากเห็นตัวเองในจอ เธอถูกตัดต่อให้ดูเหมือนคนขี้อิจฉาและมั่นใจในตัวเองต่ำจนน่ารำคาญ และต้องเข้ารับการบำบัดนานหลายปีเพื่อแยกแยะระหว่าง ‘ตัวตนที่รายการสร้างขึ้น’ กับ ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของเธอ เพราะเสียงด่าทอจากคนดูทำให้เธอเริ่มเชื่อว่าเธอเป็นคนแย่แบบนั้นจริงๆ

Danielle Ruhl จาก Love Is Blind (Season 2) ในปี 2022 เคยเล่าว่าเธอมีอาการ Panic Attack ระหว่างถ่ายทำและขอออกจากรายการเพราะสภาพจิตใจย่ำแย่ แต่รายการใช้สัญญามาบีบให้เธออยู่ต่อและยังใช้ความเปราะบางของเธอมาสร้างฉากดราม่าให้เธอทะเลาะกับคู่หมั้น จนรายกรถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่คำนึงถึงสุขภาพจิตของผู้ร่วมรายการ

หรือรายการ Love Island ของสหราชอาณาจักร ก็กลายเป็นกรณีศึกษาใหญ่ที่สุดเรื่องของ Trauma หลังจบรายการ เมื่อมีอดีตผู้ร่วมรายการถึง 2 คนทั้ง Sophie Gradon และ Mike Thalassitis รวมถึงพิธีกร Caroline Flack ตัดสินใจจบชีวิตลงในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในปี 2018-2019 จากการที่รายการสร้างภาพลักษณ์ให้คนดูเกลียด จนเมื่อพวกเขาออกมาสู่โลกความจริง พวกเขาต้องรับมือกับไซเบอร์บูลลี่จำนวนมหาศาลในขณะที่ทีมงานรายการไม่ได้มีระบบซัพพอร์ททางจิตใจที่เพียงพอ จนทำให้เกิดการเรียกร้องกฎหมาย ‘Duty of Care’ ในอังกฤษ เพื่อบังคับให้รายการโทรทัศน์ต้องดูแลสภาพจิตใจผู้ร่วมรายการอย่างเข้มงวด

ที่สุดแล้วคำว่า “อย่าอินเกิน” จึงไม่ควรเป็นคำเตือนที่ส่งไปถึงคนดูเพียงฝ่ายเดียว แต่ควรเป็นคำเตือนที่ส่งถึง ‘ผู้สร้าง’ ด้วยเช่นกันว่า “อย่าเอาแต่ทำให้คนอินเกิน จนลืมมองเห็นความรู้สึกของผู้ร่วมรายการ” เพราะเมื่อจบรายการ อาจมีคนที่ต้องแบกรับบาดแผลในการถ่ายทำหรือคำตราหน้าจากบทบาทที่รายการยื่นยัดให้ไปอีกยาวนาน ทั้งที่ทุกคนก็คือมนุษย์ ไม่ใช่เพียงทรัพยากรคอนเทนต์ของใคร

บทความต้นฉบับได้ที่ : จาก Love Island สู่ the TAKE ฮอร์โมน รายการเรียลลิตี้ที่ตั้งใจสร้างมาให้คนอิน ซึ่งอาจต้องไม่ลืมว่าคนเรามีความรู้สึกจริงๆ ภายใต้การละครและวาทกรรม “อย่าอินเกิน”

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...