โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตร.พัทยา บุกจับอินเดียทมิฬ สองพ่อเล้าหลอกสาวร่วมชาติ บังคับขายบริการริมชายหาด จับเปลื้องผ้าถ่ายรูปแบล็กเมล

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตร.พัทยา บุกจับอินเดียทมิฬ สองพ่อเล้าหลอกสาวร่วมชาติ บังคับขายบริการริมชายหาด จับเปลื้องผ้าถ่ายรูปแบล็กเมล

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา บุกจับสองพ่อเล้าชาวอินเดียหลอกสาวเพื่อนร่วมชาติทำงานร้านอาหารในเมืองพัทยา แต่พอมาถึงกลับถูกจับแก้ผ้าเปลือยกายถ่ายรูปแบล็คเมล์ ก่อนข่มขู่บังคับให้ยืนค้าประเวณี ริมชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.ท.เกรียงไกร แก้วพิภพ รอง สว.(สอบสวน) รับแจ้งความจากผู้เสียหายหญิงชาวอินเดีย 3 ราย ให้การว่าถูกผู้ต้องหาติดต่อผ่าน Instagram ชักชวนมาทำงานร้านอาหารในประเทศไทย เสนอค่าตอบแทนสูงและออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ทั้งหมด

เมื่อเดินทางถึงพัทยา กลับถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม ถูกยึดหนังสือเดินทาง และลบช่องทางการติดต่อ ก่อนถูกกักให้อยู่ภายในห้องพัก ห้ามติดต่อบุคคลภายนอก จากนั้นถูกบังคับให้ออกไปค้าประเวณีบริเวณชายหาดพัทยาทุกวัน หากไม่ยินยอมจะถูกข่มขู่ อดอาหาร และถ่ายภาพลักษณะล่อแหลมไว้ใช้แบล็กเมล์ พร้อมข่มขู่ว่าจะส่งภาพให้ครอบครัว รวมถึงทำร้ายคนใกล้ชิดหากพยายามหลบหนี

ต่อมาผู้เสียหายอาศัยจังหวะขอใช้หนังสือเดินทาง โดยอ้างว่าจะนำไปเปิดห้องพักกับลูกค้า ก่อนหลบหนีและขอความช่วยเหลือจากร้านอาหารอินเดียในพื้นที่ กระทั่งถูกพามาแจ้งความดำเนินคดี พนักงานสอบสวนได้ประสาน สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เพื่อคัดแยกเหยื่อ ซึ่งมีความเห็นว่าคดีดังกล่าวเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และรับตัวผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามกฎหมาย

ภายหลังชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งทราบตัวผู้ต้องหา 2 ราย คือนายบราห์มานันดา อายุ 25 ปี และนายจัสติน อายุ 32 ปี สองชายชาวอินเดีย ได้ที่ห้องพักในพื้นที่เมืองพัทยา พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์ มือถือ 3 เครื่อง แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก ก่อนควบคุมตัวมาพบพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ร่วมกันข่มขู่ให้เกิดความกลัว ร่วมกันทำลายหรือเอาไปเสียเอกสารของผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี และความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นเพียงลูกค้าที่มาใช้บริการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีพยานหลักฐานทั้งบุคคลและวัตถุพยานเชื่อมโยงชัดเจน และจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

เครดิต Superball

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...