จีน เรียกร้องหยุดยิงทันที หลังสหรัฐ–อิสราเอล เปิดฉากถล่มอิหร่าน
จีน ออกมาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กำลังประเมินท่าทีและทางเลือกของปักกิ่งในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุในแถลงการณ์วันเสาร์ที่ 28 ก.พ.2569 ว่า จีน “มีความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียด กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา และรักษาสันติภาพกับเสถียรภาพในตะวันออกกลาง
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์ที่เสี่ยงลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตน้ำมันสำคัญของโลก
ในเชิงเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์การค้าระหว่างจีนกับอิหร่านถือว่าเอนเอียงไปทางปักกิ่งอย่างมาก ข้อมูลจาก Center for Strategic and International Studies ระบุว่า จีนคิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในสามของการค้าทั้งหมดของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของการค้าโลกสำหรับเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกอย่างจีน แม้จีนจะซื้อน้ำมันส่งออกของอิหร่านถึงราว 90% ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ แต่อิหร่านยังถือเป็นคู่ค้าพลังงานที่สามารถหาทดแทนได้สำหรับจีนในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม ประมาณหนึ่งในสามของน้ำมันดิบที่จีนใช้ มาจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมอ่าวเปอร์เซียออกสู่ทะเลเปิด หลังเหตุโจมตีล่าสุด มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนหลีกเลี่ยงการผ่านเส้นทางดังกล่าว ขณะที่ผู้ประกอบการเดินเรือเพิ่มความระมัดระวัง
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจกับเตหะราน แม้จะไม่มีพันธมิตรทางทหารอย่างเป็นทางการ โดยผู้นำจีนสนับสนุนให้อิหร่านเข้าร่วมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ในปี 2023 รวมถึงผลักดันให้อิหร่านเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ซึ่งจีนใช้เป็นเวทีเสริมอิทธิพลถ่วงดุลสหรัฐบนเวทีโลก
แม้ปักกิ่งจะลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะ 25 ปีในปี 2021 ซึ่งมีรายงานว่ารวมถึงคำมั่นการลงทุนมูลค่า 400,000 ล้านดอลลาร์ แต่การดำเนินการจริงยังมีความคืบหน้าไม่มาก อีกทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนในภูมิภาคอ่าวอาหรับโดยรวม ยังมีน้ำหนักมากกว่าความสัมพันธ์กับอิหร่านเพียงประเทศเดียว
นอกจากนี้ จีนยังหลีกเลี่ยงการจัดหาอาวุธให้อิหร่านจากความกังวลต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ในความตึงเครียดรอบก่อน ปักกิ่งออกมาประณามการโจมตีอย่างรวดเร็ว และเสนอแผน 4 ข้อเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง แต่ไม่ได้ให้การสนับสนุนด้านยุทโธปกรณ์
ขณะเดียวกันChina Daily สื่อของรัฐจีน เผยแพร่บทบรรณาธิการระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิหร่าน “สร้างความโกลาหล และเสี่ยงจุดชนวนวงจรการตอบโต้ที่อาจลุกลามทั่วทั้งภูมิภาค” พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดสงครามในวงกว้าง
China Daily เป็นสื่อภาษาอังกฤษในเครือพรรคคอมมิวนิสต์จีน
อ้างอิง : www.bloomberg.com