โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ปี Finnomena กับ 10 เรื่องที่อยากบอกนักลงทุน [สรุปโดย FinSpace]

FinSpace

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 09.59 น. • FinSpace

10 ปีผ่านไป … ไวเหมือนโกหก ปีนีั Finnomena มีอายุครบ 10 ปีแล้ว ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน WealthTech ชั้นนำของไทย

.

และในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ Finnomena ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเฉลิมฉลอง แต่เลือกจะมาบอกเล่า “กลยุทร์การลงทุนประจำปี 2026” เพื่อเป้าหมาย “ยกระดับคุณภาพการลงทุนของคนไทยให้ดีขึ้น”

.

ผ่าน Finnomena Outlook 2569 10 Must-Knows 10 เรื่องสำคัญการลงทุน ที่ทุกคนต้องรู้ ในธีม The K-Shaped World ค้นหาโอกาสการลงทุน ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้ว โครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังถูกจัดระเบียบ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์

Finnomena Outlook 2569 10 Must-Knows

1. AI CAPEX Divide มหาคลื่นการลงทุน AI

การลงทุนใน AI ปีนี้จะไม่เหมือนปีที่ผ่านมา โดยจะเน้นการลงทุนไปที่ “ก่อนต้นน้ำ” ซึ่งหมายถึงโครงสร้างสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการประมวนผลของ AI ทั้งหมด เช่น RAM หน่วยความจำที่ราคาพุ่งสูงเรื่อยๆ และระบบไฟฟ้า โซลาร์ ที่หากใครสามารถทำต้นทุนให้ต่ำกว่าได้จะเป็นผู้ชนะ ทำให้หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในเกาหลีใต้หรือไต้หวัน มีแนวโน้ม Outperform ได้ดีกว่าหุ้นกลุ่ม Hyperscaler ในอเมริกา

2. Fiscal Revival นโยบายการคลังคืนชีพ

ประเทศอย่างเยอรมนี และญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศยุโรป กำลังอัดฉีดทางการคลังอย่างเต็มตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย Finnomena แนะนำการลงทุนในหุ้นยุโรปและหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งหากเทียบกับสหรัฐฯ แล้ว Valuation ก็ยังอยู่ในระดับที่ถูกกว่า จึงเป็นโอกาสดีที่จะกระจายการลงทุนออกจากธีมหลักอย่าง S&P 500 เป็นต้น

3. Japan’s Renaissance อาทิตย์อุทัยทอแสง

ญี่ปุ่นกำลังก้าวออกจาก Lost Decade บอนด์ยีลด์พุ่ง 4% จากเงินฝืดเริ่มมีเงินเฟ้อกลับมา ทำเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง เกิดเป็น Wealth Effect ทำภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น

4. The New Arms Race สมรภูมิระเบียบโลกใหม่

ในหลายๆ ประเทศกำลังอัดฉีดความสามารถทางการทหารเพิ่มขึ้น จากรายงานของ UN ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา งบประมาณทางการทหารทั้งโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.41% ปี และใน 10 ปีต่อจากนี้ มีแนวโน้มขึ้นเป็น 8.65% สะท้อนโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงทองคำที่เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

5. Politicized Fed Reshuffle ผลัดใบ FOMC ใต้เงาการเมือง

นโยบายการเงินสหรัฐฯ ถูกแทรกแซงโดย “ทรัมป์” ที่ต้องการลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นระยะสั้น แต่ในระยะยาวทำให้ค่าเงินดอลล่าร์อ่อน จึงเป็นโอกาสการลงทุนต่อสินทรัพย์นอกสหรัฐฯ ได้แก่ Emerging Market แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงประเทศจีนที่เป็นคู่ขัดแย้งออกไป

6. The Dedollarization เมื่อดอลลาร์สั่นคลอน

สหรัฐฯ มีแรงจูงใจให้เกิดดอลลาร์อ่อนค่าเพื่อให้ได้ดุลการค้า แต่ผลกระทบที่ตามมาคือ เมื่อดอลลาร์เสื่อม คนเลือกเทขาย แต่เพื่อรักษาอำนาจทางเศรษฐกิจเอาไว้ สหรัฐฯ จึงเลือกใช้วิธีแทรกแซงเข้าไปในประเทศที่มีทรัพยากรสำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสงคราม โดยบทเรียนในอดีตช่วงมีสงครามหรือช่วง Hyper-inflation ราคาหุ้นมักปรับตัวขึ้น เพราะรัฐต้องลงทุนใช้จ่ายมหาศาลในสงคราม จึงเป็นโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์

7. The EM Comeback ถึงเวลาผงาดตลาดเกิดใหม่

เมื่อความต้องการทางโครงสร้าง AI มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ High Bandwidth Memory ซึ่งเป็น RAM ที่จำเป็นต่อการสร้างชิป หุ้นที่ได้รับอานิสงส์คงหนีไม่พ้น TSMC ที่ถือครองความสามารถในการผลิตที่ดีที่สุด

ถัดมาคือ ตลาดบราซิลที่มีความสามารถในการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายหลักของโลก เมื่อสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน ตลาดบราซิลที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มนี้อยู่จะได้รับประโยชน์

จาก 2 เหตุผลหลักนี้ ทำให้ตลาด Emerging Market ex-China มีความสนใจ รวมไปถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าด้วย ส่วนเหตุผลที่ไม่นับจีนรวมเข้าไป เพราะจีนมีสัดส่วนในกองทุนค่อนข้างใหญ่ ทำให้นักลงทุนอาจจะได้รับผลตอบแทนไม่เต็มที่จากตลาดประเทศอื่นๆ แต่ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถไปลงทุนแยกต่างหากได้

สรุปธีมการลงทุน ข้อ 1 - 7

กลยุทธ์หลักในปีนี้ ไม่ใช่เพียงหาโอกาสเติบโต แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม แนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ จีน และเอเชีย พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน เพราะกำลังเข้าสู่ยุคการกระตุ้นทางการคลังอย่างเต็มตัว

พร้อมกันนี้ ควรป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผ่านการลงทุนในทองคำและหุ้นเหมืองทอง รวมถึงสะสมหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถดู กองทุนแนะนำ ได้ที่ https://www.finnomena.com/finnomenafunds/yearly-outlook-2026/

8. Invest with Peace of Mind สบายใจ ปลอดภัย ไร้กังวลมิจฉาชีพ

ในยุคที่สแกมเมอร์ป่วนประเทศ เพื่อให้นักลงทุนปลอดภัยจากมิจฉาชีพ Finnomena นำเสนอบริการใหม่ Finnomena Chat ให้นักลงทุนสามารถพูดคุย รวมถึงแชทกับผู้แนะนำการลงทุนโดยตรงผ่านแอป Finnomena ไม่ต้องติดต่อผ่านโทรศัพท์ หรือแอปแชทอื่นๆ อีกต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ต้องเสี่ยงกับการเจอมิจฉาชีพ ได้ปรึกษากับผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพโดยตรงผ่านแอพฟินโนมีนาเท่านั้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม เปิดใช้งานปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

9. Timing That Matters มั่นใจ ไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุน

เพื่อให้่นักลงทุนเข้าถึงกองทุนแนะนำที่เหมาะกับสถานการณ์โลก โดย Finnomena จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการลงทุนตามคำแนะนำของ Finnomena Funds ด้วยระบบแจ้งเตือนแบบ Real-Time ผ่านอีเมล, LINE และแอปพลิเคชัน เพียงเลือกกองทุนที่สนใจ ซื้อและลงทุนผ่านแผน Investment Call แล้วรอรับคำแนะนำ “ซื้อ” “ถือ” “ขาย” เพื่อไม่ให้พลาดทุกโอกาสลงทุนเมื่อมี Call แนะนำ

โดยผลงานตั้งแต่ปี 2023 มีกองทุนรวมทุกประเภทที่ Call ทั้งหมด 134 กองทุน โดยมีอัตรา Win Rate 75% หรือคิดเป็น 3 ใน 4 ของกองทุนที่แนะนำ (ข้อมูล ณ วันที่ 22 มกราคม 2026)

ซึ่งเปิดใช้งานแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

10. Finnomena ครบรอบ 10 ปี บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเวลธ์เทคชั้นนำของไทย

วันนี้ Finnomena เติบโตจนกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการลงทุนของคนไทย ในฐานะกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเวลธ์เทคชั้นนำของประเทศ ด้วยสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุนของกลุ่มบริษัทกว่า 66,000 ล้านบาท และทีมงานผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพมากกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ (ธ.ค. 68) ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นในภารกิจที่จะเป็นผู้ช่วยค้นหาโอกาสลงทุนที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในทุกๆ วัน

ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
X : http://bit.ly/2keFfVD
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน:http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง:http://bit.ly/3ejPX

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...