แฟชั่นของ Michel & Amazonka ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่คือภาษาที่เล่าเรื่องชาติ ‘มองโกเลีย’ แบรนด์ที่เคยฝากผลงานชุดพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 และโลดแล่น บนเวทีโลกผ่านภูมิปัญญา แพทเทิร์นดั้งเดิม งานปัก และขนแคชเมียร์ ที่ไม่ได้มาจากการทรมานสัตว์ แต่มาจากการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างเข้าใจ
“ประเทศไทยรุ่มรวยด้วยทรัพยากร วัฒนธรรม สีสัน และผู้คนใจดี แหล่งวัสดุมากมายที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างที่จะสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ได้”
นี่คือประโยคจากสองพี่น้องดีไซเนอร์ชาวมองโกเลียจากแบรนด์Michel & Amazonka ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นผลงานผ่านตาจากชุดพิธีเปิดโอลิมปิกปี 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาว่า ‘งดงามสมฐานะลูกหลานนักสู้สายเลือดเจงกิส ข่าน’ และในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันดีของไทย-มองโกเลีย ครบรอบ 52 ปี ในเดือนสุดท้ายของปี 2025 เธอทั้งสองได้มาร่วมงานและออกแบบลวดลายบนเสื้อยืด หมวก และกระติกน้ำ ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีงาม รวมถึงความรักที่เธอทั้งสองมีต่อเมืองไทย
กุญแจที่ทำให้โลกแฟชั่นได้พูดถึงแบรนด์ Michel & Amazonka อย่างต่อเนื่องคือ พวกเธอเป็นผู้หยิบภูมิปัญญาดั้งเดิมของมองโกเลียมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย เปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้กลายเป็นภาษาแห่งการเล่าเรื่องชาติ บทสนทนาครั้งนี้พาเราไปสำรวจเส้นทางของผู้หญิงที่เชื่อมั่นในรากเหง้า งานฝีมือ และพลังของแฟชั่นที่สามารถบอกเล่าตัวตน รวมถึงความประทับใจของพวกเธอที่มีต่อประเทศไทย
Courtesy of Michel & Amazonka
พร้อมกันนั้นยังเปิดมุมมองใหม่ให้กับ‘แคชเมียร์’ ขนแพะจากมองโกเลียที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเส้นใยคุณภาพดีที่สุดในโลก ด้วยคุณสมบัติที่นุ่มนวลไม่บาดผิว น้ำหนักเบา แต่อบอุ่นแบบไม่น่าเชื่อ และยังรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้ไม่ร้อนจนเกินไป ไม่ดูดซับความชื้นแถมระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม จนกลายเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ ที่สำคัญ พอพูดถึงแคชเมียร์หลายคนอาจมองว่ามันแปลว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่? แต่ที่มองโกเลีย การนำขนแคชเมียร์มาใช้นั้นไม่ได้เกิดจากการทารุณกรรมสัตว์อย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นเส้นใยธรรมชาติที่เติบโตเคียงคู่กับวิถีชีวิตของผู้คนในทุ่งหญ้า ผ่านกระบวนการดูแลและเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของสุขภาพของสัตว์และความสมดุลของธรรมชาติ ไม่ใช่การเบียดเบียน เรียกได้ว่าเป็นคือการอยู่ร่วมกันของคน สัตว์ และวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษบนผืนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของมองโกเลีย
Courtesy of Michel & Amazonka
ตั้งแต่ชุดทีมชาติมองโกเลียได้เฉิดฉายบนเวทีโอลิมปิก 2024 คุณได้รับฟีดแบ็กแบบไหนที่ทำให้รู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ?
Michel: โอลิมปิกเป็นเวทีระดับโลกที่ใหญ่มากๆ เราก็รู้สึกภูมิใจมากที่ทางประเทศได้เลือกให้เราเป็นผู้ออกแบบชุดประจำชาติ ซึ่งครั้งแรกที่ได้ทำมาคือชุดประจำชาติมองโกเลียบนเวทีโอลิมปิกปี 2023 และผลตอบลัพธ์ท่ีล้นหลามมีทั้งบวกและลบ
หลังจากปี 2024 สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดคือ ผู้คนมองว่าชุดทีมชาติของเราไม่ใช่แค่ชุดกีฬา หรือเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันอีกต่อไป แต่เป็นการแสดงมรดกทางวัฒนธรรมของมองโกเลีย เป็นชุดที่รวมเอาอัตลักษณ์และจิตวิญญาณความเป็นชาติไว้ในตัวเอง เมื่อได้ยินฟีดแบ็กแบบนี้ เรารู้สึกเหมือนทุกความพยายามสำเร็จแล้ว และรู้สึกโล่งใจอย่างมาก ที่สำคัญคำชื่นชมเหล่านี้ไม่ได้มาจากแค่คนมองโกเลียเท่านั้น แต่เป็นเสียงสะท้อนจากผู้คนทั่วโลกที่ส่งอีเมล จดหมาย และข้อความเข้ามาแสดงความชื่นชม ซึ่งยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าการเดินทางของเรามาถูกทางแล้วจริงๆ
Amazonka: คอมเมนต์แรงๆ ก็มี แต่เราที่เป็นดีไซเนอร์เชื่อมั่นในตัวเองและทีม ที่เรานำคอมเมนต์แง่ลบที่เป็นประโยชน์มาพัฒนาเรื่อยๆ อย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อันที่เป็นคอมเมนต์แรงๆ ที่ไม่เกิดประโยชน์ ก็ปล่อยผ่านไป หลังจากพิธีโอลิมปิกจบลง เราก็รู้สึกว่าทุกการตัดสินใจที่ผ่านมามันคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ออกมา
Courtesy of Michel & Amazonka
หลังจากผลงานถูกเห็นในเวทีระดับโลก แบรนด์ของคุณเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง?
Amazonka: การได้เฉิดฉายบนเวทีระดับโลกยิ่งเสริมสร้างความมั่นใจอย่างแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของเรา และช่วยให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศมองโกเลียมากขึ้นผ่านงานออกแบบที่หยิบยกประเพณีดั้งเดิมมาผสมผสานกับความร่วมสมัยอย่างชาญฉลาด โอกาสเหล่านี้ยังเปิดประตูสู่การทำงานบนเวทีนานาชาติ ล่าสุดเราได้เข้าร่วม Visa Fashion Week Almaty SS2026 ที่ประเทศคาซัคสถาน รวมถึงการสร้างคอนเนกชันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและไทย โดยเฉพาะการเข้าร่วม Thai Silk International Fashion Week เมื่อปี 2022 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็กๆ แต่สำคัญในการผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก
Courtesy of Michel & Amazonka
ถ้าให้เลือก “เอกลักษณ์ความเป็นมองโกเลีย” ที่คิดว่าคนไทยน่าจะชอบที่สุด คุณอยากแนะนำดีไซน์ วัสดุ หรือเทคนิคงานฝีมือแบบไหน?
Amazonka: ฉันอยากแนะนำแพทเทิร์นการตัดเย็บชุดเดล (Deel) และงานปักแบบมองโกเลียให้กับคนไทยค่ะ งานออกแบบของมองโกเลียมีความดรามาติกในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานปักดิ้น กระดุมเงิน หรือการผสมผสานระหว่างวูลล์สีธรรมชาติกับผ้าไหม ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะดึงดูดใจลูกค้าชาวไทยได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถถ่ายทอดทั้งความอบอุ่นและความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้สวมใส่
Michel: ในแง่ของโครงสร้าง ชุด Deel มีความคล้ายคลึงกับชุดไทยจิตรลดา โดยเฉพาะในส่วนของคอปก อีกทั้งประเทศไทยและมองโกเลียต่างก็นับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก ทำให้เรารู้สึกว่าทั้งสองวัฒนธรรมมีพื้นเพบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกัน เมื่อเรามองคนไทย เรารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากภายใน ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เราสัมผัสได้จากวัฒนธรรมของเราเอง นั่นจึงทำให้เราเชื่อว่าชุด Deel แม้จะมีรากเหง้ามาจากมองโกเลีย แต่ด้วยรายละเอียดและเสน่ห์ที่แตกต่าง ก็สามารถเข้าถึงและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยได้ไม่ยาก
Courtesy of Michel & Amazonka
ในฐานะดีไซเนอร์ คุณนำแพทเทิร์นดั้งเดิมอย่างชุด Deel และองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ของเสื้อผ้ามองโกเลีย มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยอย่างไร โดยยังคงรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมไว้
Amazonka: ภูมิปัญญาการทำเสื้อผ้าแบบมองโกเลียเริ่มต้นจากเทคนิคการตัดเย็บและแพทเทิร์น ซึ่งชุดแต่ละแบบล้วนสืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน องค์ประกอบทุกส่วนมีความหมายซ่อนอยู่ ยกตัวอย่างเช่นชุด Deel ไม่ว่าจะเป็นปกคอ การวางกระดุม หรือสัดส่วนของตัวเสื้อ ล้วนสะท้อนทั้งสถานะ วิถีชีวิต และความเชื่อของผู้สวมใส่
เป้าหมายของเราคือการรักษามรดกอันทรงคุณค่าเหล่านี้ให้อยู่คู่กับชาวมองโกเลียต่อไปให้นานที่สุด ในขณะเดียวกัน เราก็ปรับรายละเอียดบางอย่างให้ร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซิลูเอต วัสดุ หรือการใช้งาน เพื่อให้เสื้อผ้าเหล่านี้ยังคงมีชีวิตอยู่ในบริบทของโลกปัจจุบัน และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน
Michel: นอกจากการออกแบบ เรายังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตัดเย็บให้กับคนรุ่นใหม่ เพราะเราเชื่อว่าการรักษาวัฒนธรรมไม่ใช่แค่การเก็บไว้ในอดีต แต่คือการส่งต่อให้เติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับยุคสมัย
อะไรคือแรงบันดาลใจของการออกแบบเสื้อผ้าในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตของไทย-มองโกเลียที่แน่นแฟ้นถึง 52 ปี
Michel: เรามีพนักงาน 100 กว่าคน และดีไซเนอร์ 7 คนรวมถึงเราทั้งสองคนแล้ว ดีไซเนอร์คนนึงของเราชื่อเบลล่าเป็นคนออกแบบลายพิเศษนี้เลย แล้วเธอก็หลงรักประเทศไทยมาก เธอบินมาเที่ยว 1 เดือนที่ประเทศไทยแทบทุกปี และเธอก็ไปเที่ยว Wonderfruit ด้วย เธอมองประเทศไทยว่ามีความทรงพลังดุดันเหมือนเสือ และหนึ่งในดีไซเนอร์ของเราก็เกิดปีเสือ เลยกลายเป็นลายเสือสองตัวที่เหมือนมาเต้นระบำด้วยกัน ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้จากมองโกเลีย
ในฐานะดีไซเนอร์คุณชอบองค์ประกอบอะไรในแฟชั่นไทย
Michel: ฉันชื่นชอบแบรนด์เอเชียหลายแบรนด์เลยไม่ว่าจะเป็น self-portrait ที่ดึงความเฟมินีนของผู้หญิงได้อย่างนุ่มนวล และถ้าเป็นแบรนด์ไทยก็ต้อง Vatanika ที่มีความเซ็กซี่เผ็ดร้อนที่ชัดเจน แล้วฉันก็ชื่นชอบผ้าไหมไทยมาก และด้วยสภาพอากาศที่แตกต่างสุดขั้วกับมองโกเลีย ผ้าไหมไทยมีคุณสมบัติที่ระบายอากาศได้ดี นอกจากความเงางามแล้ว ความโดดเด่นของผ้าไหมไทยคือ ขึ้นทรงสวย มีวอลุ่มแต่ยังคงความอ่อนช้อย ถูกใจเหล่าดีไซเนอร์อย่างเราๆ มาก และผ้าไหมไทยที่เราใช้เป็นผ้าทอมือจากคุณยายในชุมชน ซึ่งมีมูลค่าที่เป็นมากกว่าราคา แต่มันคือความตั้งใจและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รู่น อันมากไปด้วยความหมายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้เลยสำหรับเรา
Amazonka: เราชื่นชอบการทอผ้าด้วยมือของคนไทยที่ประณีตละเอียดอ่อน มีลวดลายที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ และใช้โทนสีธรรมชาติได้สวยงาม เราที่ชื่นชอบผ้าไทยมากได้นำผ้าไหมไทยมาตัดชุดมองโกเลียหลายครั้งและล่าสุดในงาน Thai Silk International Fashion Week 2022 ที่เราได้ตัดชุดประจำชาติ รวมถึงสูท ที่สวยงามมากเราเลยประทับใจกับผ้าไหมไทยมากค่ะ
ภูมิปัญญาชาวบ้านในมองโกเลียคล้ายกับประเทศไทยไหม
Michel: มองโกเลียก็มีภูมิปัญญาชาวบ้านที่คล้ายกับประเทศไทยค่ะ เพียงแต่บริบททางธรรมชาติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยสภาพอากาศที่หนาวจัดและอุณหภูมิติดลบ เราจึงต้องพึ่งพาเส้นใยจากธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นแคชเมียร์หรือวูล เพื่อให้เหมาะกับการดำรงชีวิต เหมือนกับที่ไทยมีผ้าไหมที่ใส่สบายเข้ากับสภาพอากาศ
Amazonka: สิ่งที่เหมือนกันคือกระบวนการเหล่านี้ล้วนขับเคลื่อนโดยผู้หญิงในชุมชน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเส้นใยไปจนถึงการทอผ้า ซึ่งไม่เพียงเป็นงานฝีมือ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดความรู้และวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น เช่นเดียวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของประเทศไทย
Courtesy of Michel & Amazonka
เมื่อพูดถึงขนสัตว์ หลายคนอาจอาจมีความกังวลเรื่องการทารุณกรรมสัตว์มาก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าที่มองโกเลียเก็บเกี่ยวขนเหล่านี้ได้อย่างไร
Amazonka: บางคนอาจมีความกังวลเรื่องการใช้ขนสัตว์ แต่ที่มองโกเลีย ถ้าคุณไม่แปรงขนแกะหรือแพะ ตัวมันจะมีอุณหภูมิสูงจนเกิดอาการเจ็บป่วยและตายได้ เพราะสัตว์พวกนี้มีปริมาณขนเยอะและหนา หากไม่ได้แปรงขนเลยมันจะรับน้ำหนักเยอะมาก จนกระทบต่อสุขภาพของพวกมัน และก่อให้เกิดอาการคันในฤดูร้อนได้ ดังนั้นการเก็บเกี่ยวขนแบบนี้หากทำโดยวิธีที่ถูกต้องก็จะไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลย มีแต่น้องดีใจด้วยซ้ำเวลาโดนแปรงขน มันจะร้องและทำหน้าฟินมีความสุขมากค่ะ ซึ่งขนแคชเมียร์เป็นขนชั้นในของแพะทำให้ปริมาณขนที่มันน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว จึงทำให้มีมูลค่าที่สูง แต่ข้อดีคือถ้าดูแลเสื้อแคชเมียร์อย่างถูกวิธี เสื้อมีอายุใช้งานที่ยั่งยืนเป็น 5-10 ปี เมื่อเทียบกับเส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวแน่นอน
Courtesy of Michel & Amazonka
วันนี้บทบาทของผู้หญิงในวงการแฟชั่นมองโกเลียเป็นอย่างไร และอนาคตอยากเห็นอะไรเติบโตขึ้นในพื้นที่นี้?
Amazonka: ในโลกแฟชั่นสากล ปัจจุบันยังคงขับเคลื่อนโดยผู้ชายเป็นหลัก แต่ที่มองโกเลีย แบรนด์เสื้อผ้ากว่า 80% กลับเป็นผู้หญิงที่มีบทบาทเป็นทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้ขับเคลื่อนหลัก รวมถึงทีมงานของเราซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน ฉันอยากเห็นผู้หญิงได้มีพื้นที่และโอกาสบนเวทีระดับโลกมากขึ้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ตัวตน ประเพณี และวัฒนธรรมของพวกเธอให้โลกได้รับรู้ผ่านงานแฟชั่น
อยากให้โลกเปิดใจและให้การยอมรับดีไซเนอร์ผู้หญิงมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ผู้หญิงมีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพมากขึ้น เราต้องรับหลายบทบาทพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแม่ การดูแลครอบครัว หรือการเป็น Working Woman ที่ทำงานอย่างหนักในอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเลย แต่ทั้งหมดนี้สะท้อนพลัง ความอดทน และความมุ่งมั่นของผู้หญิงในยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
อยากฝากข้อความอะไรให้กับคนไทยสายแฟ
Michel: พวกเราได้มาจัดแฟชั่นโชว์ที่ประเทศไทยในปี 2022 ฉันได้เห็นดีไซเนอร์ไทยที่เก่งมากหลายคน สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกเหมือนกันคือ พวกเขากำลังพยายามอย่างหนักไม่ต่างจากพวกเรา ทุกคนทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าที่สวยงาม และมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่อยากจะแนะนำผลงานของตัวเองให้โลกได้รู้จัก สิ่งที่อยากฝากไว้คือ ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเอง ทำงานหนัก และยึดมั่นในสิ่งที่เชื่อ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว และประเทศไทยรุ่มรวยด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม คนใจดี แหล่งวัสดุมากมายที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่ามีครบทุกองค์ประกอบที่จะสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ได้
Amazonka: เราชื่นชอบคนไทยมากค่ะ เพราะคนไทยน่ารัก อบอุ่น เป็นกันเอง และดูแลผู้อื่นเก่ง ซึ่งคล้ายกับคนมองโกเลียมาก เพียงแต่พวกเราจะค่อนข้างขี้อายและเป็นอินโทรเวิร์ตกว่าเล็กน้อย แต่ลึกๆ แล้วนิสัยของเราคล้ายกันมาก ขอแค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน เมื่อสนิทกันแล้ว เราก็จะพูดไม่หยุดเหมือนนกแก้วเลยค่ะ (หัวเราะ) อยากเชิญชวนคนไทยให้มาเที่ยวมองโกเลียกันเยอะๆ นะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- โดนคนอื่น Gaslight ว่าแย่แล้ว Self-gaslighting ยิ่งแย่กว่า ชวนรีเช็กตัวเองอีกทีว่า เรากำลังลดทอนคุณค่า และใจร้ายกับตัวเองเกินไปหรือเปล่า
- XG ประกาศเปลี่ยนชื่อวง จาก Extraordinary Girls เป็น Extraordinary Genes เพื่อสะท้อนการเติบโตของวง และสอดคล้องไปกับการคัมเอาท์เป็นน็อน-ไบนารี ของ Cocona
- แฟชั่นของ Michel & Amazonka ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่คือภาษาที่เล่าเรื่องชาติ ‘มองโกเลีย’ แบรนด์ที่เคยฝากผลงานชุดพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 และโลดแล่น บนเวทีโลกผ่านภูมิปัญญา แพทเทิร์นดั้งเดิม งานปัก และขนแคชเมียร์ ที่ไม่ได้มาจากการทรมานสัตว์ แต่มาจากการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างเข้าใจ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com