โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่นของ Michel & Amazonka ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่คือภาษาที่เล่าเรื่องชาติ ‘มองโกเลีย’ แบรนด์ที่เคยฝากผลงานชุดพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 และโลดแล่น บนเวทีโลกผ่านภูมิปัญญา แพทเทิร์นดั้งเดิม งานปัก และขนแคชเมียร์ ที่ไม่ได้มาจากการทรมานสัตว์ แต่มาจากการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างเข้าใจ

Mirror Thailand

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 13.30 น.
ภาพไฮไลต์

“ประเทศไทยรุ่มรวยด้วยทรัพยากร วัฒนธรรม สีสัน และผู้คนใจดี แหล่งวัสดุมากมายที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างที่จะสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ได้”

นี่คือประโยคจากสองพี่น้องดีไซเนอร์ชาวมองโกเลียจากแบรนด์Michel & Amazonka ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นผลงานผ่านตาจากชุดพิธีเปิดโอลิมปิกปี 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาว่า ‘งดงามสมฐานะลูกหลานนักสู้สายเลือดเจงกิส ข่าน’ และในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันดีของไทย-มองโกเลีย ครบรอบ 52 ปี ในเดือนสุดท้ายของปี 2025 เธอทั้งสองได้มาร่วมงานและออกแบบลวดลายบนเสื้อยืด หมวก และกระติกน้ำ ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีงาม รวมถึงความรักที่เธอทั้งสองมีต่อเมืองไทย

ภาพไฮไลต์

กุญแจที่ทำให้โลกแฟชั่นได้พูดถึงแบรนด์ Michel & Amazonka อย่างต่อเนื่องคือ พวกเธอเป็นผู้หยิบภูมิปัญญาดั้งเดิมของมองโกเลียมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย เปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้กลายเป็นภาษาแห่งการเล่าเรื่องชาติ บทสนทนาครั้งนี้พาเราไปสำรวจเส้นทางของผู้หญิงที่เชื่อมั่นในรากเหง้า งานฝีมือ และพลังของแฟชั่นที่สามารถบอกเล่าตัวตน รวมถึงความประทับใจของพวกเธอที่มีต่อประเทศไทย

Courtesy of Michel & Amazonka

พร้อมกันนั้นยังเปิดมุมมองใหม่ให้กับ‘แคชเมียร์’ ขนแพะจากมองโกเลียที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเส้นใยคุณภาพดีที่สุดในโลก ด้วยคุณสมบัติที่นุ่มนวลไม่บาดผิว น้ำหนักเบา แต่อบอุ่นแบบไม่น่าเชื่อ และยังรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้ไม่ร้อนจนเกินไป ไม่ดูดซับความชื้นแถมระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม จนกลายเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ ที่สำคัญ พอพูดถึงแคชเมียร์หลายคนอาจมองว่ามันแปลว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่? แต่ที่มองโกเลีย การนำขนแคชเมียร์มาใช้นั้นไม่ได้เกิดจากการทารุณกรรมสัตว์อย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นเส้นใยธรรมชาติที่เติบโตเคียงคู่กับวิถีชีวิตของผู้คนในทุ่งหญ้า ผ่านกระบวนการดูแลและเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของสุขภาพของสัตว์และความสมดุลของธรรมชาติ ไม่ใช่การเบียดเบียน เรียกได้ว่าเป็นคือการอยู่ร่วมกันของคน สัตว์ และวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษบนผืนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของมองโกเลีย

Courtesy of Michel & Amazonka

ตั้งแต่ชุดทีมชาติมองโกเลียได้เฉิดฉายบนเวทีโอลิมปิก 2024 คุณได้รับฟีดแบ็กแบบไหนที่ทำให้รู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ?

Michel: โอลิมปิกเป็นเวทีระดับโลกที่ใหญ่มากๆ เราก็รู้สึกภูมิใจมากที่ทางประเทศได้เลือกให้เราเป็นผู้ออกแบบชุดประจำชาติ ซึ่งครั้งแรกที่ได้ทำมาคือชุดประจำชาติมองโกเลียบนเวทีโอลิมปิกปี 2023 และผลตอบลัพธ์ท่ีล้นหลามมีทั้งบวกและลบ

หลังจากปี 2024 สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดคือ ผู้คนมองว่าชุดทีมชาติของเราไม่ใช่แค่ชุดกีฬา หรือเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันอีกต่อไป แต่เป็นการแสดงมรดกทางวัฒนธรรมของมองโกเลีย เป็นชุดที่รวมเอาอัตลักษณ์และจิตวิญญาณความเป็นชาติไว้ในตัวเอง เมื่อได้ยินฟีดแบ็กแบบนี้ เรารู้สึกเหมือนทุกความพยายามสำเร็จแล้ว และรู้สึกโล่งใจอย่างมาก ที่สำคัญคำชื่นชมเหล่านี้ไม่ได้มาจากแค่คนมองโกเลียเท่านั้น แต่เป็นเสียงสะท้อนจากผู้คนทั่วโลกที่ส่งอีเมล จดหมาย และข้อความเข้ามาแสดงความชื่นชม ซึ่งยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าการเดินทางของเรามาถูกทางแล้วจริงๆ

Amazonka: คอมเมนต์แรงๆ ก็มี แต่เราที่เป็นดีไซเนอร์เชื่อมั่นในตัวเองและทีม ที่เรานำคอมเมนต์แง่ลบที่เป็นประโยชน์มาพัฒนาเรื่อยๆ อย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อันที่เป็นคอมเมนต์แรงๆ ที่ไม่เกิดประโยชน์ ก็ปล่อยผ่านไป หลังจากพิธีโอลิมปิกจบลง เราก็รู้สึกว่าทุกการตัดสินใจที่ผ่านมามันคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ออกมา

Courtesy of Michel & Amazonka

หลังจากผลงานถูกเห็นในเวทีระดับโลก แบรนด์ของคุณเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง?

Amazonka: การได้เฉิดฉายบนเวทีระดับโลกยิ่งเสริมสร้างความมั่นใจอย่างแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของเรา และช่วยให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศมองโกเลียมากขึ้นผ่านงานออกแบบที่หยิบยกประเพณีดั้งเดิมมาผสมผสานกับความร่วมสมัยอย่างชาญฉลาด โอกาสเหล่านี้ยังเปิดประตูสู่การทำงานบนเวทีนานาชาติ ล่าสุดเราได้เข้าร่วม Visa Fashion Week Almaty SS2026 ที่ประเทศคาซัคสถาน รวมถึงการสร้างคอนเนกชันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและไทย โดยเฉพาะการเข้าร่วม Thai Silk International Fashion Week เมื่อปี 2022 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็กๆ แต่สำคัญในการผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก

Courtesy of Michel & Amazonka

ถ้าให้เลือก “เอกลักษณ์ความเป็นมองโกเลีย” ที่คิดว่าคนไทยน่าจะชอบที่สุด คุณอยากแนะนำดีไซน์ วัสดุ หรือเทคนิคงานฝีมือแบบไหน?

Amazonka: ฉันอยากแนะนำแพทเทิร์นการตัดเย็บชุดเดล (Deel) และงานปักแบบมองโกเลียให้กับคนไทยค่ะ งานออกแบบของมองโกเลียมีความดรามาติกในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานปักดิ้น กระดุมเงิน หรือการผสมผสานระหว่างวูลล์สีธรรมชาติกับผ้าไหม ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะดึงดูดใจลูกค้าชาวไทยได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถถ่ายทอดทั้งความอบอุ่นและความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้สวมใส่

Michel: ในแง่ของโครงสร้าง ชุด Deel มีความคล้ายคลึงกับชุดไทยจิตรลดา โดยเฉพาะในส่วนของคอปก อีกทั้งประเทศไทยและมองโกเลียต่างก็นับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก ทำให้เรารู้สึกว่าทั้งสองวัฒนธรรมมีพื้นเพบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกัน เมื่อเรามองคนไทย เรารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากภายใน ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เราสัมผัสได้จากวัฒนธรรมของเราเอง นั่นจึงทำให้เราเชื่อว่าชุด Deel แม้จะมีรากเหง้ามาจากมองโกเลีย แต่ด้วยรายละเอียดและเสน่ห์ที่แตกต่าง ก็สามารถเข้าถึงและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยได้ไม่ยาก

Courtesy of Michel & Amazonka

ในฐานะดีไซเนอร์ คุณนำแพทเทิร์นดั้งเดิมอย่างชุด Deel และองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ของเสื้อผ้ามองโกเลีย มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยอย่างไร โดยยังคงรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมไว้

Amazonka: ภูมิปัญญาการทำเสื้อผ้าแบบมองโกเลียเริ่มต้นจากเทคนิคการตัดเย็บและแพทเทิร์น ซึ่งชุดแต่ละแบบล้วนสืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน องค์ประกอบทุกส่วนมีความหมายซ่อนอยู่ ยกตัวอย่างเช่นชุด Deel ไม่ว่าจะเป็นปกคอ การวางกระดุม หรือสัดส่วนของตัวเสื้อ ล้วนสะท้อนทั้งสถานะ วิถีชีวิต และความเชื่อของผู้สวมใส่

เป้าหมายของเราคือการรักษามรดกอันทรงคุณค่าเหล่านี้ให้อยู่คู่กับชาวมองโกเลียต่อไปให้นานที่สุด ในขณะเดียวกัน เราก็ปรับรายละเอียดบางอย่างให้ร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซิลูเอต วัสดุ หรือการใช้งาน เพื่อให้เสื้อผ้าเหล่านี้ยังคงมีชีวิตอยู่ในบริบทของโลกปัจจุบัน และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

Michel: นอกจากการออกแบบ เรายังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตัดเย็บให้กับคนรุ่นใหม่ เพราะเราเชื่อว่าการรักษาวัฒนธรรมไม่ใช่แค่การเก็บไว้ในอดีต แต่คือการส่งต่อให้เติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับยุคสมัย

อะไรคือแรงบันดาลใจของการออกแบบเสื้อผ้าในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตของไทย-มองโกเลียที่แน่นแฟ้นถึง 52 ปี

Michel: เรามีพนักงาน 100 กว่าคน และดีไซเนอร์ 7 คนรวมถึงเราทั้งสองคนแล้ว ดีไซเนอร์คนนึงของเราชื่อเบลล่าเป็นคนออกแบบลายพิเศษนี้เลย แล้วเธอก็หลงรักประเทศไทยมาก เธอบินมาเที่ยว 1 เดือนที่ประเทศไทยแทบทุกปี และเธอก็ไปเที่ยว Wonderfruit ด้วย เธอมองประเทศไทยว่ามีความทรงพลังดุดันเหมือนเสือ และหนึ่งในดีไซเนอร์ของเราก็เกิดปีเสือ เลยกลายเป็นลายเสือสองตัวที่เหมือนมาเต้นระบำด้วยกัน ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้จากมองโกเลีย

ในฐานะดีไซเนอร์คุณชอบองค์ประกอบอะไรในแฟชั่นไทย

Michel: ฉันชื่นชอบแบรนด์เอเชียหลายแบรนด์เลยไม่ว่าจะเป็น self-portrait ที่ดึงความเฟมินีนของผู้หญิงได้อย่างนุ่มนวล และถ้าเป็นแบรนด์ไทยก็ต้อง Vatanika ที่มีความเซ็กซี่เผ็ดร้อนที่ชัดเจน แล้วฉันก็ชื่นชอบผ้าไหมไทยมาก และด้วยสภาพอากาศที่แตกต่างสุดขั้วกับมองโกเลีย ผ้าไหมไทยมีคุณสมบัติที่ระบายอากาศได้ดี นอกจากความเงางามแล้ว ความโดดเด่นของผ้าไหมไทยคือ ขึ้นทรงสวย มีวอลุ่มแต่ยังคงความอ่อนช้อย ถูกใจเหล่าดีไซเนอร์อย่างเราๆ มาก และผ้าไหมไทยที่เราใช้เป็นผ้าทอมือจากคุณยายในชุมชน ซึ่งมีมูลค่าที่เป็นมากกว่าราคา แต่มันคือความตั้งใจและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รู่น อันมากไปด้วยความหมายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้เลยสำหรับเรา

Amazonka: เราชื่นชอบการทอผ้าด้วยมือของคนไทยที่ประณีตละเอียดอ่อน มีลวดลายที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ และใช้โทนสีธรรมชาติได้สวยงาม เราที่ชื่นชอบผ้าไทยมากได้นำผ้าไหมไทยมาตัดชุดมองโกเลียหลายครั้งและล่าสุดในงาน Thai Silk International Fashion Week 2022 ที่เราได้ตัดชุดประจำชาติ รวมถึงสูท ที่สวยงามมากเราเลยประทับใจกับผ้าไหมไทยมากค่ะ

ภูมิปัญญาชาวบ้านในมองโกเลียคล้ายกับประเทศไทยไหม

Michel: มองโกเลียก็มีภูมิปัญญาชาวบ้านที่คล้ายกับประเทศไทยค่ะ เพียงแต่บริบททางธรรมชาติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยสภาพอากาศที่หนาวจัดและอุณหภูมิติดลบ เราจึงต้องพึ่งพาเส้นใยจากธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นแคชเมียร์หรือวูล เพื่อให้เหมาะกับการดำรงชีวิต เหมือนกับที่ไทยมีผ้าไหมที่ใส่สบายเข้ากับสภาพอากาศ

Amazonka: สิ่งที่เหมือนกันคือกระบวนการเหล่านี้ล้วนขับเคลื่อนโดยผู้หญิงในชุมชน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเส้นใยไปจนถึงการทอผ้า ซึ่งไม่เพียงเป็นงานฝีมือ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดความรู้และวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น เช่นเดียวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของประเทศไทย

Courtesy of Michel & Amazonka

เมื่อพูดถึงขนสัตว์ หลายคนอาจอาจมีความกังวลเรื่องการทารุณกรรมสัตว์มาก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าที่มองโกเลียเก็บเกี่ยวขนเหล่านี้ได้อย่างไร

Amazonka: บางคนอาจมีความกังวลเรื่องการใช้ขนสัตว์ แต่ที่มองโกเลีย ถ้าคุณไม่แปรงขนแกะหรือแพะ ตัวมันจะมีอุณหภูมิสูงจนเกิดอาการเจ็บป่วยและตายได้ เพราะสัตว์พวกนี้มีปริมาณขนเยอะและหนา หากไม่ได้แปรงขนเลยมันจะรับน้ำหนักเยอะมาก จนกระทบต่อสุขภาพของพวกมัน และก่อให้เกิดอาการคันในฤดูร้อนได้ ดังนั้นการเก็บเกี่ยวขนแบบนี้หากทำโดยวิธีที่ถูกต้องก็จะไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลย มีแต่น้องดีใจด้วยซ้ำเวลาโดนแปรงขน มันจะร้องและทำหน้าฟินมีความสุขมากค่ะ ซึ่งขนแคชเมียร์เป็นขนชั้นในของแพะทำให้ปริมาณขนที่มันน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว จึงทำให้มีมูลค่าที่สูง แต่ข้อดีคือถ้าดูแลเสื้อแคชเมียร์อย่างถูกวิธี เสื้อมีอายุใช้งานที่ยั่งยืนเป็น 5-10 ปี เมื่อเทียบกับเส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวแน่นอน

Courtesy of Michel & Amazonka

วันนี้บทบาทของผู้หญิงในวงการแฟชั่นมองโกเลียเป็นอย่างไร และอนาคตอยากเห็นอะไรเติบโตขึ้นในพื้นที่นี้?

Amazonka: ในโลกแฟชั่นสากล ปัจจุบันยังคงขับเคลื่อนโดยผู้ชายเป็นหลัก แต่ที่มองโกเลีย แบรนด์เสื้อผ้ากว่า 80% กลับเป็นผู้หญิงที่มีบทบาทเป็นทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้ขับเคลื่อนหลัก รวมถึงทีมงานของเราซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน ฉันอยากเห็นผู้หญิงได้มีพื้นที่และโอกาสบนเวทีระดับโลกมากขึ้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ตัวตน ประเพณี และวัฒนธรรมของพวกเธอให้โลกได้รับรู้ผ่านงานแฟชั่น

อยากให้โลกเปิดใจและให้การยอมรับดีไซเนอร์ผู้หญิงมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ผู้หญิงมีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพมากขึ้น เราต้องรับหลายบทบาทพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแม่ การดูแลครอบครัว หรือการเป็น Working Woman ที่ทำงานอย่างหนักในอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเลย แต่ทั้งหมดนี้สะท้อนพลัง ความอดทน และความมุ่งมั่นของผู้หญิงในยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจน

อยากฝากข้อความอะไรให้กับคนไทยสายแฟ

Michel: พวกเราได้มาจัดแฟชั่นโชว์ที่ประเทศไทยในปี 2022 ฉันได้เห็นดีไซเนอร์ไทยที่เก่งมากหลายคน สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกเหมือนกันคือ พวกเขากำลังพยายามอย่างหนักไม่ต่างจากพวกเรา ทุกคนทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าที่สวยงาม และมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่อยากจะแนะนำผลงานของตัวเองให้โลกได้รู้จัก สิ่งที่อยากฝากไว้คือ ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเอง ทำงานหนัก และยึดมั่นในสิ่งที่เชื่อ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว และประเทศไทยรุ่มรวยด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม คนใจดี แหล่งวัสดุมากมายที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่ามีครบทุกองค์ประกอบที่จะสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ได้

Amazonka: เราชื่นชอบคนไทยมากค่ะ เพราะคนไทยน่ารัก อบอุ่น เป็นกันเอง และดูแลผู้อื่นเก่ง ซึ่งคล้ายกับคนมองโกเลียมาก เพียงแต่พวกเราจะค่อนข้างขี้อายและเป็นอินโทรเวิร์ตกว่าเล็กน้อย แต่ลึกๆ แล้วนิสัยของเราคล้ายกันมาก ขอแค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน เมื่อสนิทกันแล้ว เราก็จะพูดไม่หยุดเหมือนนกแก้วเลยค่ะ (หัวเราะ) อยากเชิญชวนคนไทยให้มาเที่ยวมองโกเลียกันเยอะๆ นะคะ

บทความต้นฉบับได้ที่ : แฟชั่นของ Michel & Amazonka ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่คือภาษาที่เล่าเรื่องชาติ ‘มองโกเลีย’ แบรนด์ที่เคยฝากผลงานชุดพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 และโลดแล่น บนเวทีโลกผ่านภูมิปัญญา แพทเทิร์นดั้งเดิม งานปัก และขนแคชเมียร์ ที่ไม่ได้มาจากการทรมานสัตว์ แต่มาจากการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างเข้าใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...