โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุจริตเบ่งบาน การเมืองไทย เปิดผลสำรวจ กทม.ปริมณฑลนำที่ 1 ซื้อเสียงสูงสุดหัวละ 7,500 บาท

JS100

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 04.37 น. • JS100:จส.100
ทุจริตเบ่งบาน การเมืองไทย เปิดผลสำรวจ กทม.ปริมณฑลนำที่ 1 ซื้อเสียงสูงสุดหัวละ 7,500 บาท

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และ เพื่อนไม่ทน เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 69 จากกลุ่มตัวอย่าง 4,814 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นประชาชน 3,043 ราย และภาคธุรกิจ 1,771 ราย เป็นการใช้กลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่มาก มีผลคลาดเคลื่อนไม่เกิน 3% พบว่า ปัจจุบันปัญหาทุจริตในไทยรุนแรงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

สำหรับผลสำรวจฯ ผู้ตอบมากถึง 42% ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมาก และมากถึง 69% ระบุถ้ามีการจ่ายเงินซื้อเสียง จะไม่รับ มีเพียง 18% ที่ตอบรับ เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ซื้อเสียงราคาเท่าไร โดยรวมสูงสุด 7,500 บาทต่อคน โดยกรุงเทพฯและปริมณฑล สูงสุดที่ 7,500 บาทต่อคน ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เท่ากันที่สูงสุด 5,000 บาทต่อคน ขณะที่ภาคตะวันออก สูงสุด 3,000 บาทต่อคน

นอกจากนี้หากนักการเมืองให้เงินซื้อเสียง จะเลือกนักการเมืองคนนั้นหรือไม่ มากถึง 71.9% ตอบไม่เลือก เพราะผิดกฎหมาย เป็นการคอร์รัปชัน,การซื้อเสียงเท่ากับไม่มีความสามารถพอ, เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่ง,เลือกพรรคที่ชอบ เลือกคนที่อยากเลือก และกลัวโดนจับข้อหาขายเสียง ขณะที่อีก 28.1% ตอบเลือก เพราะคุ้นเคย/รู้จัก, ผลงานที่ผ่านมา, ไม่รู้จะเลือกใคร, ตามอิทธิพลหัวคะแนน และได้รับเงิน/ผลประโยชน์ นำไปใช้จ่าย

ขณะเดียวกันพฤติกรรมของนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่เบื่อหน่ายและกังวลมากที่สุด คือ รัฐมนตรีสีเทา คนมีมลทิน ประวัติไม่โปร่งใสแต่ยังได้เสวยอำนาจ, ดีแต่พูด นโยบายต้านโกงมีไว้แค่หาเสียง พอเป็นรัฐบาลเงียบหาย, ผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเอื้อธุรกิจพวกพ้องและครอบครัว

นายธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น กล่าวว่า สถานการณ์คอร์รัปชันในปัจจุบัน ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการเรียกรับสินบนในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่สูงถึง 20-30% ของมูลค่าโครงการ รวมถึงความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ และสแกมเมอร์ ซึ่งในปี 68 สร้างความเสียหายต่อประชาชนกว่า 25,000 ล้านบาท

คณะทำงานฯ จึงเสนอวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการภายใน 1 ปี เช่น ผลักดันกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และมาตรการตรวจสอบธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี การสร้างความร่วมมือระดับสากล โดยเฉพาะกับคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านสแกม ของสหรัฐฯ เพื่อกำกับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องติดตาม และปิดกั้นบัญชีที่มีพฤติกรรมหลอกลวง รวมถึงเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ผู้ให้บริการร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหาย

#ซื้อเสียงเลือกตั้ง

#มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...