โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อนุทิน’ ย้ำ ‘ภูมิใจไทย’ คือ รัฐบาลของคนไทย 100% พร้อมปกป้องประเทศและสถาบันฯ ด้วยชีวิต

The Reporters

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 14.03 น.

‘อนุทิน’ ขึ้นปราศรัยใหญ่ เวที กทม. ประกาศ ยึด 4 คำสั่งประชาชน ปกป้องอธิปไตย - สถาบันฯ ลั่น ไม่มีวันยอมทำตามอังเคิลที่อยู่นอกประเทศ แด๊ดดี๊ที่อยู่ในประเทศก็ไม่ทำตาม บอก ใครอยากได้ผู้นำที่เขมร ให้เลือกอีก 2 พรรคโน้น ย้ำ ‘ภูมิใจไทย’ คือ รัฐบาลของคนไทย 100% พร้อมปกป้องประเทศและสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต ย้ำ ใครคิดแก้ ม.112 ไม่มีทางสำเร็จ เพราะมี 37 ขอ ปชช. ช่วยพา “ไอ้หนู” กลับมานำประเทศ

วันนี้ (30 ม.ค. 69) ที่สวนลุมพินี พรรคภูมิใจไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ในพื้นที่ กทม. โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งเริ่มต้นด้วยการถามประชาชนที่ฟังปราศรัยว่า ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทยหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้พวกเราคือพรรคภูมิใจไทย

นายอนุทิน ยังกล่าวขอบคุณที่ทุกคนมารับฟังการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งการเลือกมาที่สวนลุมพินี เพราะกลัวไม่มีใครมา อย่างน้อยคนมาวิ่งออกกำลังกายก็จะได้มาฟังพรรคภูมิใจไทยปราศรัย แต่ที่ไหนได้คนมามืดฟ้ามัวดินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยขอขอบคุณ สนใจจดจำอยู่ในสมองอย่างไม่มีวันลืม พร้อมถือโอกาสนี้ขอบคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ติดตามกันถ่ายทอดสดวันนี้

อีกทั้ง ในวันนี้ตนขึ้นเวทีทีมงานได้นำสคริปต์มาให้ตนเองอ่านด้วย เพราะที่นี่คือคนกรุงเทพฯ ต้องฟังเรื่องที่มีสาระเท่านั้น ขออย่าให้นอกเรื่อง แต่ตั้งแต่ตนพูดมาตอนนี้ยังไม่อยู่ในเรื่องซักอย่าง เพราะตนเป็นคนคิดนอกกรอบ ตนเชื่อว่าประชาชนมาวันนี้ เพราะประชาชนเริ่มรู้จักพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น ซึ่งวันนี้พูดอะไรไปก็กรุณานำเสนอในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีจะได้ไม่มีความสงสัยอะไรเผื่อไปกระทบกระแทกใคร เขาก็ขอให้เป็นอันรู้กันว่าถูกกระแทกโดนหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยขอร้องให้พี่น้องทุกคนสนใจบ้านเมืองของเรามากกว่าการเมือง ที่ผ่านมาตนเดินรับฟังเสียงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศด้วยตัวเอง ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยภูมิใจ และสิ่งที่ตนได้ทำมาเมื่อนำมาประมวลรวมกันแล้ว ถือว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ตนสามารถประมวลคำสั่งของพี่น้องประชาชนที่มีต่อตน ซึ่งมีอยู่ไม่มาก คือ

1.การขอให้ตนรักษาแผ่นดินไว้ให้ได้อย่าให้ศัตรูชาติไหลมารุกรานมาเอาแผ่นดินไทยได้อีก และที่สำคัญที่สุด วันนี้เรามาปรบมืออย่าให้เราต้องปรบเท้าให้ท่าน หลายหลายคนขออย่าให้เปิดด่าน เสียงนี้ดังก้องทั่วแผ่นดินไทย ซึ่งตนรับปากว่าจะรักษาแผ่นดินไทยด้วยชีวิตของตน ตนจะไม่เปิดด่านกัมพูชาจนกว่าคนไทยเจ้าของประเทศจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่มอบไว้กับตน และตนจะไม่มีวันที่จะยอมตกอยู่ใต้การนัดของใครที่จะทำให้ตนไม่รับฟังความประสงค์ของพี่น้องคนไทย

“วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าผมกับหลานนอังเคิล เดินมารักษาอธิปไตยของชาติคนละแนวทางกัน ผมถือว่าผมโชคดีตามที่หลายคนบอกว่าคิดว่าเท่หรอที่ไม่เป็นหลานอังเคิล ผมไม่อยากเท่ แต่เพราะผมไม่ใช่หลานอังเคิล จึงไม่มีวันที่จะยอมทำตามอังเคิลที่อยู่นอกประเทศ ที่อยู่นอกประเทศแดดดี้ที่อยู่ในประเทศผมก็ไม่ทำตาม พี่น้องประชาชนคนไทยไม่ได้รับประโยชน์และประโยชน์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทย ที่รักที่บูชาของผม“ นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน อยากกลับถึงกรณีรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาลงเฟซบุ๊กโพสต์ข่มขู่ ว่า ถ้าไม่อยากให้มีสงครามรอบสามต้องเลือก ตนและพรรคภูมิใจไทย แค่บอกไม่ให้เลือกตนไม่พอยังทำตัวเป็นหัวคะแนนแนะนำให้คนไทยไปเลือกอีก 2 พรรค ซึ่งหากพี่น้องคนไทยอยากได้รัฐบาลและอยาก นายกรัฐมนตรีที่เขมรเลือกให้ก็ไปเลือกสองพรรคนู้น เพราะรัฐบาลภูมิใจไทยคือรัฐบาลของคนไทย 100% เป็นรัฐบาลที่ไม่ติดหนี้ คนต่างชาติและจะไม่มีวันเห็นอกเห็นใจ ไม่มีวันเป็นพวกเดียวกันกับเขาและยินดีที่จะเป็นฝั่งตรงข้าม

หากพี่น้องทำตามรัฐมนตรีคนนั้นเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พวกเราก็คงได้ยินเสียงเฉลิมฉลองมาจากกัมพูชา ที่น่าจะมีการฉลองใหญ่เพราะคนที่เป็นอุปสรรคกับเขาไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว เขาคงจะมีส่วนร่วมกับชัยชนะที่ประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ที่เขามีส่วนร่วมด้วย แต่หากพี่น้องอยากได้รัฐบาลของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์และหัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ทำให้ประเทศอื่นและศัตรูไม่กล้าข่มขู่ไม่กล้าสู้รุกรานประเทศไทยอีกก็ขอให้พี่น้องทำสิ่งที่ง่ายนิดเดียวคือการกาเบิก 37 เลือกพรรคภูมิใจไทยให้เป็น สส. ให้มากที่สุดทั่วประเทศ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา 3-4 เดือนถึงแม้ว่ารัฐบาลของตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแต่ได้ทำในสิ่งที่รัฐบาลเสียงข้างมากไม่สามารถทำได้ในเวลาที่เขาบริหารประเทศมากกว่าตน การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยตนถูกขู่อภิปรายไม่ไว้วางใจทุกวัน พร้อมมาขู่คนยุบสภาเลย แม้ตนจะรัฐบาลรักษาไม่ได้ ไม่เป็นไรแต่ต้องรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ได้

ดังนั้น ในเรื่องนี้ขอให้พี่น้องประชาชนสบายสบายใจได้ ไม่ต้องให้รัฐบาลทำประชามติถามประชาชนแต่หากกา 37 ทางประเทศนั่นคือประชามติที่คนไทยไม่ให้เปิดด่านเท่ากับจบ หากมีสิ่งรบกวนตลอดเวลาว่าอาจจะยังมีภัยคุกคามก็ขอให้ประชาชนวางใจขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยไปเฝ้าบ้านรักษาแผ่นดินไทยให้คนไทยทุกคน

นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องที่ตนรับคำสั่งที่ 2 จากพี่น้องประชาชนคนไทยคือ “ไอ้หนู ต้องปกป้องรักษาสถาบันของชาติอย่าให้ใครคิดร้ายทำลาย ซึ่งตนสามารถรับปากได้ว่าจะร่วมร่วมกันปกป้องสถาบันสำคัญของชาติด้วยชีวิต พร้อมยืนยัน ว่าการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้และไม่มีวันสำเร็จ ไม่มีทางสำเร็จเพราะมี 37

“มาตรา 112 คุณจะไปแก้ทำไม เวลาคนพูดหมิ่นประมาทพวกคุณ คุณยังฟ้องคุณยังเอาผิด คนพูดว่านายคุณ คุณยังเดือดร้อนออกมาแก้แทนนายคุณมากกว่านายคุณแก้อีก จะเอาติดคุกติดตาราง แต่เวลาคนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อาฆาตมาดร้าย ใส่ร้ายให้เสื่อมเสียด้วยความเท็จ ยุยงปลุกปั่นให้เกียรติชังสถาบันฯ พวกคุณบอกว่าไม่เป็นไร เป็นสิทธิ สิทธิมีได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือองค์พระประมุขของชาติ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ย้ำว่า คุณจะมาออกกฎหมายว่าจะมาแก้กฎหมายไม่ต้องรับโทษ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ “ไม่ได้ ไม่ 37 ขอโทษทีครับ พูดไม่ชัดไม่สำเร็จ ดันเผลอไปพูด 37 เพราะ 37 กับสำเร็จเปรียบเสมือนเป็นเลขเดียวกัน” ฉะนั้นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1-2 ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นรัฐไทย ที่เกี่ยวข้องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และกฎหมายมาตรา 112 จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า คำสั่งที่ 3 ที่พ่อแม่พี่น้องคนไทยได้สั่งการตนไว้ คือ “คุณอนุทิน และไอ้หนู” ก่อนจะบอกผู้ฟังปราศรัยว่า “เรียกได้เลยนายกฯ คนนี้เรียกได้ ให้เรียกไอ้หนู“ เป็นสิริมงคลแก่หูตนโดยแท้ พร้อมให้ประชาชนตะโกนเรียกว่า “ไอ้หนู” อีกครั้ง ก่อนจะบอกว่า “นี่สิถึงจะเรียกว่ารักกันจริง”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า คุณต้องนำประเทศไทยกลับไปอยู่บนเวทีโลกอย่างมีเกียรติ มีอำนาจในการต่อรอง และไม่ทำให้คนไทยรู้สึกเสียหน้าต่อประเทศใดๆ ในโลกนี้ ”สามเดือนที่ผ่านมา ไอ้หนู ไอ้เอก พี่แต๋ม และพี่อ้วน (สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) ตนเชื่อว่าพวกเขาทำให้เราได้ทำให้กับท่านเห็นแล้วว่าพวกเราปกป้องเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของประเทศไทย ไม่เคยกลัวใครและรู้ว่าจะต้องต่อรองกับพวกเขาอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยของเรามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทำให้คนไทยของเรามีหน้ามีตาอยู่บนเวทีโลกได้จนถึงปัจจุบัน และอนาคตด้วย

นายอนุทิน ระบุต่อว่า มี สส.คนนึงบอกตนแกว่งปากหาเสี้ยน มันไม่มีหรอกแกว่งปากมีแต่แกว่งเท้าหาเสี้ยน ไปประเทศทะเลาะกับประเทศโน้นประเทศนี้ทำไม นั่นคือคนที่ไม่รู้จักคำว่าอำนาจต่อรอง ตนเชื่อว่าที่ผ่านมามีแต่คนแกว่งเท้าหาเสี้ยนมาที่ประเทศไทย แล้วก็เจอเสี้ยนตำเท้าทุกราย บ่มไม่ออก ต้องไปหาหมอผ่าตัด ซึ่งคำพูดต่างๆ นานาที่บอกว่าตนไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้จักประเทศไทย เอาประเทศไปเสี่ยง ซึ่งไม่มีทางที่ตนจะเอาประเทศไปเสี่ยง ไม่มีแม้กระทั่งนิดเดียวหรือส่วนเดียว ในการทำงานในการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ที่ทำให้ประเทศไทยเกิดความเสี่ยง การตัดสินใจทุกอย่างทุกเรื่องทุกนโยบายทุกการดำเนินงาน ตัดสินใจบนพื้นฐานบนประเทศไทยต้องชนะและได้เปรียบเพียงอย่างเดียว

นายอนุทิน ย้ำว่า คนไทยต้องยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่ใช่ขอทาน ไม่ต้องนำเงินมาให้แต่ให้นำเงินมาให้ ไม่ต้องแจกเงินเดือนละ 3,000 เพราะมีปัญญาหาเองได้

“อย่ามองคนไทยแค่เป็นคนแบมือขออย่างเดียว เปิดโอกาสอย่านำแผ่นดินไทยไปให้ต่างชาติแค่คนไทยก็อยู่ได้แล้ว” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ระบุต่อว่า นักการเมืองประเทศไทยสร้างความแตกแยก นักการเมืองเรียกว่าเป็นผู้แทนประชาชน เมื่อทะเลาะกันก็เปรียบเสมือนกับประชาชนทะเลาะกัน แล้วไปสู้กับใครได้ ไทยหันมาฆ่ากันเองจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังเล่า เพราะตอนนี้เพลงชาติทุก 8 โมงเช้าไพเราะที่สุดแล้ว “เขาบอกว่าผมมาปราศรัยยั่วยุให้คนไทยคลั่งชาติ แต่ถ้าคลั่งชาติไทยก็คลั่งให้บ้าไปเลย”

ในช่วงท้าย นายอนุทิน ยังได้แนะนำแกนนำของพรรคภูมิใจไทยว่า ในยุคนี้มีระบบสาธารณสุขยุคพัฒนา สมัยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ มีบุคลากรที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ปากกัดตีน ไม่ใช่ลูกหลานใครที่อุ้มขึ้นมา ซึ่งคนดลห่านี้จะมาทำงานให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าแบบไม่หยุดยั้ง ขอให้ประชาชนไว้ใจกาหมายเลข 37 ทั้งประเทศไทย ก่อนจะกล่าวแซวผู้ปราศรัยว่ามาแล้วอย่าร้องเพลงเธอปันใจให้กัน

นายอนุทิน ยังย้ำว่า หากภูมิใจไทยได้ สส.เขตเยอะ “ไอ้หนู” ของท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีของท่านด้วย อีกทั้งขณะนี้ได้วางตัวคณะรัฐมนตรีไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งให้คำสัญญาว่าจะกำกับดูแลให้การทำงานบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นที่ไว้วางใจ ภาคภูมิใจของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...