โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รฟท.รอเชือด “อิตาเลียนไทย” โยนอัยการสูงสุดไฟเขียว! บอกเลิกสัญญา

Thairath Money

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 00.30 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 00.30 น.
ภาพไฮไลต์

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด รฟท. ว่า ที่ประชุมบอร์ด รฟท. ได้มีการหารือในประเด็นการบอกเลิกสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย เดเวลอปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) ในโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน โดยทางคณะกรรมการสอบสวนของ รฟท. ได้สรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นกรณีเครนในโครงการก่อสร้าง ไทย-จีน สัญญา 3-4 หล่นทับรถไฟที่สีคิ้วแล้ว โดยพบว่าการเกิดอุบัติเหตุมีมูลเหตุสำคัญจากการที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา โดยเฉพาะการไม่จัดหาพนักงานเฝ้าระวังความปลอดภัยหรือ Lookout Man ซึ่งเป็นหน้าที่ตามสัญญาและเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่จำเป็นในการทำงานในพื้นที่หรือข้างทางรถไฟ ในการประสานระหว่าง รฟท. กับ ผู้รับจ้าง ซึ่งผลสอบระบุว่า การไม่จัดหา Lookout Man ถือเป็นการผิดสัญญาและเป็นเหตุผลเพียงพอที่ รฟท. สามารถนำมาพิจารณาบอกเลิกสัญญาได้

ดังนั้นเพื่อให้เกิดความรอบคอบ รอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทาง รฟท. จึงมีมติรวบรวมข้อมูล ผลสอบและข้อเท็จจริงทั้งหมด หารือต่อสำนักงานอัยการสูงสุดว่า รฟท. สามารถบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ รวมถึงหากมีการบอกเลิกสัญญาจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง เพื่อพิจารณาตีความก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐและประโยชน์สาธารณะตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ รฟท. ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน คือ สถานะของโครงการสัญญา 3.4 ที่มีความก้าวหน้าแล้วถึง 99.5% เหลืองานอีกเพียง 0.5% หากมีการบอกเลิกสัญญาในช่วงใกล้เสร็จ จะส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งต่อการรับประกันผลงานที่ดำเนินการไปแล้ว การส่งมอบงานให้กับสัญญา 2.3 ซึ่งเป็นงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) รวมถึงค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่อาจเพิ่มขึ้น

“หากมีการบอกเลิกสัญญา รฟท. อาจจำเป็นต้องเริ่มกระบวนการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ ตั้งแต่การจัดทำขอบเขตงานไปจนถึงการประกวดราคา ซึ่งประเมินว่าจะใช้เวลาก่อสร้างงานส่วนที่เหลือประมาณ 14 เดือน ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ และระยะเวลาดังกล่าวยังไม่รวมความเสี่ยงจากกระบวนการทางศาล หากผู้รับจ้างรายเดิมยื่นฟ้องโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง” นายอนันต์ กล่าว

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังพบประเด็นเพิ่มเติมที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่ ใบรับรองความปลอดภัยของเครน (ปจ.) ซึ่งมีข้อมูลว่าได้หมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ก่อนวันเกิดเหตุ และผู้รับจ้างยังไม่ได้ส่งใบรับรองฉบับใหม่ตามรอบการตรวจทุก 3 เดือน รวมถึงความรับผิดชอบของผู้ควบคุมงาน ซึ่งคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายเห็นว่าจำเป็นต้องมีการสอบสวนบทบาทและความรับผิดชอบของบริษัทผู้ควบคุมงานอย่าง China Railway เพิ่มเติม

นายอนันต์ กล่าวว่า ส่วนผลกระทบต่อผู้โดยสาร ยอมรับว่าจำนวนผู้โดยสารลดลงหลังเกิดเหตุ รฟท. จึงเร่งดำเนินมาตรการสร้างความเชื่อมั่น เช่น การติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติม และการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกัน รฟท. จะรวบรวมความเสียหายทั้งหมด ทั้งจากการยกเลิกขบวนรถและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้างตามขั้นตอน

สำหรับประเด็นการประกันภัยผู้โดยสาร ซึ่งพบว่ามีบางส่วนหมดอายุ รฟท. ได้สั่งการให้เร่งรัดการต่อประกันให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และในระยะต่อไปจะมีพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางเข้ามากำกับดูแลเพื่อเพิ่มความรัดกุมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวยังเข้าข่ายความผิดทางอาญา ซึ่งเป็นกระบวนการแยกต่างหากจากการพิจารณาเรื่องสัญญา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รฟท.รอเชือด “อิตาเลียนไทย” โยนอัยการสูงสุดไฟเขียว! บอกเลิกสัญญา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...