เจาะอินไซต์กลุ่ม Wealth ผ่านแผนยุทธ์ศาสตร์ ttb reserve ปี 2026 ยกระดับสู่ Total Wealth Solution เต็มรูปแบบ [Advertorial]
ดูเหมือนว่าสมรภูมิ ตลาด ‘Wealth Management’ นับจากนี้การแข่งขันจะยิ่งทวีความรุนแรง เพราะเป็น ‘เค้กชิ้นใหญ่’ ที่เติบโตสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ
แต่ตลาด ‘Wealth Management’ ที่ว่านี้ก็เต็มไปด้วยความท้าทายจากทุกสารทิศ ตั้งแต่ความผันผวนของค่าเงินบาทและกฎเกณฑ์ภาษีต่างประเทศ ไปจนถึงการเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่ไม่ได้มีแค่ธนาคารอีกต่อไป แต่คือแพลตฟอร์ม Fintech และโลกของ Digital Asset ที่พร้อมจะชิงเม็ดเงินของลูกค้ากลุ่มนี้
โจทย์ใหญ่ของ ttb reserve ในฐานะ Total Wealth Solution จึงไม่ใช่เพียงพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้าหรือมอบเอกสิทธิ์เหนือระดับเท่านั้น แต่ต้องสร้าง ‘ความสัมพันธ์’ ให้แข็งแกร่งและเหนียวแน่นกว่าเดิม
ณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่ม กลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี ฉายภาพความสำเร็จของ ttb reserve ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่ถือบัตรราว 50,000 ใบ และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้า Wealth อีกประมาณ 5,000 ราย หรือเติบโตประมาณ 10% จากปัจจุบัน และตั้งเป้าเพิ่ม AUMจากระดับประมาณ 715,000 ล้านบาท เป็น 750,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 6-7%
ในมิติของ Financial Well-being ที่มุ่งต่อยอดความมั่งคั่ง ttb reserve มีโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจร ตั้งแต่ บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD), กองทุน Global Allocation Series, กองทุนที่ลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD), ผลิตภัณฑ์หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Note) ที่ตอบโจทย์การลงทุนต่างประเทศ (Offshore) และยังมีโซลูชันด้านการวางแผนภาษีและการส่งต่อความมั่งคั่งหรือมรดกให้ครอบครัวของลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ประกันรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้จ่ายในต่างประเทศ
จุดขายที่ดึงลูกค้าใหม่ คือความเชี่ยวชาญด้านสกุลเงินต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งการใช้จ่าย การลงทุน ไปจนถึงการออมเพื่อการศึกษาบุตรหลานในต่างประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์ จากการรูดใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศโดยไม่มีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินตราต่างประเทศ 2.5% ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและการสะสมคะแนนจากการรูดใช้จ่ายในเวลาเดียวกัน พร้อมความอุ่นใจจากประกันเดินทางที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 16 ล้านบาทเมื่อชำระค่าโดยสาร ค่าตั๋วเดินทาง หรือค่าแพ็กเกจทัวร์ด้วยบัตรเครดิต ttb reserve
ทีทีบีถือเป็นหนึ่งในธนาคารแรก ๆ ที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์นี้อย่างจริงจัง ส่งผลให้ฐานลูกค้าในกลุ่ม FCD, Term Fund และ Structured Note เติบโตสูงถึง 113% ในปี 2025 โดยเฉพาะ Structured Note ซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ออกโดยทีทีบี (Fitch Rating AA+) และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ สามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจเพราะได้รับความคุ้มครองเงินต้นเต็มจำนวนเมื่อถือจนครบกำหนด สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพด้านการบริหารความมั่งคั่งของธนาคารอย่างชัดเจน
ความสำเร็จของแนวคิด ‘Earn Fast, Burn Smart’
ความแตกต่างของ ttb reserve คือการเปลี่ยนมุมมองของคะแนนสะสมให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ลูกค้าเป็นผู้บริหารจัดการได้ด้วยตัวเองผ่านแนวคิด Earn Fast, Burn Smart
‘Earn Fast’ หรือการสะสมคะแนน ttb rewards plus จากการรูดใช้จ่ายด้วยบัตร ttb reserve ทุก 10 บาท รับ 1 คะแนน ถือว่าสะสมแต้มได้เร็วมากในกลุ่มบัตรเครดิตที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ยิ่งไปกว่านั้น หากใช้จ่ายผ่านออนไลน์ รับคะแนนสะสม 2 เท่า ยิ่งสะสมคะแนนได้เร็วขึ้น
‘Burn Smart’ เมื่อสะสมคะแนนได้เร็วแล้ว การแลกคะแนนก็ต้องคุ้มค่าและรวดเร็วด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแลกไมล์ ROP ที่ใช้เพียง 3 คะแนน หรือยอดใช้จ่าย 30 บาท แลกได้ 1 ไมล์ หรือหากเป็นยอดจากการใช้จ่ายออนไลน์ ที่ได้คะแนนสะสม 2 เท่า จะเท่ากับยอดใช้จ่ายออนไลน์ 15 บาท แลกได้ 1 ไมล์ หรือเทรนด์ใหม่ที่มาแรงที่สุดคือ การแลกคะแนนเป็นเครดิตเงินคืนเข้าบัญชีกองทุน ซึ่งให้มูลค่าสูงถึง 10 คะแนน ต่อ 1.2 บาท
จากข้อมูลอินไซต์การแลกคะแนนจริง พบว่าในปี 2025 ลูกค้าสายเน้นการลงทุนได้ Burn Point คะแนนที่ได้จากบัตรเครดิต ttb reserve เป็นกองทุนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งส่วนบุคคลถึง 390 ล้านบาท และสายเดินทางมีการแลกไมล์การบินไทยไปถึง 165 ล้านไมล์ เทียบเท่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ ไป-กลับญี่ปุ่น ถึง 17,368 ใบ นอกจากนี้ การใช้บัตรเครดิต ttb reserve ยังช่วยลูกค้าประหยัดไปได้อีก 135 ล้านบาทจากการรูดใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศโดยไม่มีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินตราต่างประเทศ 2.5% ด้วย
รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ด้าน Dining ในรูปแบบเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% เมื่อใช้จ่าย ณ ร้านอาหารมิชลินและร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำที่ร่วมรายการ โดยในปีที่ผ่านมา มีกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารจากร้าน Fine Dining และชำระด้วยบัตร ttb reserve ได้รับเครดิตเงินคืนจากสิทธิประโยชน์นี้ถึง 3.6 ล้านบาท
ต่อยอดความสำเร็จสู่กลยุทธ์ปี 2026
ณัฐวรรณ เปิดยุทธ์ศาสตร์ปี 2026 ของ ttb reserve ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Total Wealth Solution อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาทีมงานผู้เชี่ยวชาญและสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านการลงทุน โดยเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของทีมดูแลลูกค้าเพื่อให้มีศักยภาพในการให้คำแนะนำการลงทุน มีความต่อเนื่องในการดูแลให้บริการธุรกรรมการเงินต่าง ๆ พร้อมอยู่ในระหว่างการขยายจำนวน Relationship Manager เพื่อให้ดูแลลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนารูปแบบการทำงานร่วมกับทีม Investment Office ในการคัดเลือกและติดตามคุณภาพผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ทีทีบียังผนึกกำลังกับพันธมิตรด้านการลงทุนและประกัน ได้แก่ Eastspring และ Prudential รวมถึงการทำงานร่วมกับหลักทรัพย์ธนชาต เพื่อเสริมศักยภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการสร้างการเติบโต และการปกป้องความมั่งคั่งของลูกค้าได้ในระยะยาว
ณัฐวรรณเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของ Ecosystem เพื่อขยายไลน์ผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครบวงจรมากขึ้น รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนทิศทางการขายประกันจากเดิมที่เน้นแบบออมทรัพย์มาเป็นเน้นการคุ้มครองและการส่งต่อมรดก โดยในปี 2026 จะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เด่นอย่าง 99/3 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการส่งต่อมรดกโดยเฉพาะมากขึ้น
โปรดักต์เรือธงในฝั่งการลงทุนของ ttb reserve คือ Global Asset Allocation (GA Series) ที่ออกแบบเพื่อคนไม่มีเวลาปรับพอร์ตด้วยตัวเอง ซึ่งมีการกระจายการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลกอัตโนมัติ โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง Amundi และบริหารโดย Eastspring ภายใต้ซีรีส์ ES-Ultimate GA
แนวคิดหลักคือ สร้างโอกาสการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดผันผวน มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยคัดเลือกกองทุนและปรับสัดส่วนการลงทุนให้อัตโนมัติ ตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป มีการปรับพอร์ตแบบ Tactical Asset Allocation (TAA) เพื่อรับโอกาสในระยะสั้น และ Strategic Asset Allocation (SAA) เพื่อเป้าหมายระยะยาว
มี 3 ระดับความเสี่ยง ซึ่งผลประกอบการในปี 2025 ถือว่าน่าสนใจ
“GA Series เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ AUM ของ ttb reserve เติบโตขึ้นถึง 7.27 แสนล้านบาท นอกจากนี้ลูกค้าสามารถนำคะแนนสะสมจากบัตร ttb reserve มาแลกเป็นเงินลงทุนในกองทุน GA Series เหล่านี้ได้ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการแลกคะแนนเพื่อไปลงทุนต่อรวมกว่า 390 ล้านบาท” ณัฐวรรณ กล่าว
นอกจากกลยุทธ์เรื่องการขยายโปรดักต์ ทีทีบีมองเรื่องการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม First Generation ไปยังกลุ่มทายาทเพื่อให้เกิดการส่งต่อความมั่งคั่ง โดยใช้โซลูชันทางการเงินควบคู่ไปกับเอกสิทธิ์ของบัตร ttb reserve
ยกระดับรูปแบบการบริการผ่าน ‘ttb privilege’
“พระเอกที่ยึดโยงให้ลูกค้าในทุก Ecosystem อยู่กับเรานานขึ้นก็คือ ttb loyalty program” ณัฐวรรณ อธิบายต่อว่า ทีทีบีเป็นธนาคารแรกที่มอบสิทธิพิเศษตามระดับสถานะให้กับลูกค้าทุกคนผ่าน ‘ttb privilege’ ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ทางการเงินให้กับฐานลูกค้ากว่า 6 ล้านรายผ่านแอปพลิเคชัน ttb touch ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าบัญชีเงินเดือน สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ไปจนถึงลูกค้าที่ทำธุรกรรมทั่วไป โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ขนาดของสินทรัพย์ แต่เน้นที่ ‘วินัย’ และ ‘พฤติกรรม’ ทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญ
ณัฐวรรณบอกว่า ลูกค้าทีทีบีสามารถได้รับสถานะ ttb privilege ผ่านการถือครองผลิตภัณฑ์ของทีทีบีตามที่กำหนดทั้งในส่วนของเงินฝาก การลงทุน และผลิตภัณฑ์ประกัน รวมถึงการสะสมคะแนน WOW ผ่านการทำภารกิจต่าง ๆ ในแอปพลิเคชัน ttb touch โดยแบ่งสถานะออกเป็น 5 ระดับ คือ Bronze, Silver, Gold, Platinum และ Diamond โดยลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่มียอดรวมสินทรัพย์ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสถานะ Gold ลูกค้าที่มียอดรวมสินทรัพย์ 30 ล้านบาทขึ้นไปจะได้รับสถานะ Platinum และลูกค้าที่มียอดรวมสินทรัพย์ 300 ล้านบาทขึ้นไปจะได้รับสถานะ Diamond ซึ่งลูกค้าที่มียอดรวมสินทรัพย์กับทีทีบีเพิ่มขึ้นจะได้รับการปรับเลื่อนสถานะและยกระดับสิทธิประโยชน์สูงขึ้นตามไปด้วย เช่น ลูกค้าที่มีสถานะระดับ Bronze จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านส่วนลดจากร้านค้าทั่วไป หรือเป็นลูกค้าที่มีสถานะระดับ Silver จะได้รับเพิ่มบริการล้างแอร์ บริการล้างรถ และบัตรชมภาพยนตร์ แต่เมื่อยกระดับสู่สถานะตั้งแต่ Gold ขึ้นไปจนถึงสถานะ Diamond แล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นในทุกระดับทั้งในส่วนของที่ปรึกษาการเงินการลงทุน ค่าธรรมเนียมอัตราพิเศษ และอัตราดอกเบี้ยพิเศษ รวมถึงในส่วนของไลฟ์สไตล์ เช่น กิจกรรมสร้างประสบการณ์พิเศษต่าง ๆ
“ปัจจุบันมีลูกค้าที่ขยับสถานะจาก Platinum มาเป็น Diamond ที่เกิดจากการเพิ่มสินทรัพย์และทำภารกิจเฉพาะตัวต่าง ๆ ทำให้มีคะแนน WOW Point ครบตามกำหนดแตะ 60 ราย”
เจาะอินไซต์กลุ่ม Wealth อะไรคือสิ่งที่ต้องการ?
ณัฐวรรณ บอกว่าความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Wealth ในไทยที่มองเห็นนอกจากเรื่องผลตอบแทนที่ดี การได้รับเอกสิทธิ์ที่เหนือระดับและครอบคลุมทุกมิติ ‘การมีที่ปรึกษาทางการเงินที่เข้าใจ’ เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก
“เรื่องความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและต้องใช้เวลาสร้าง ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวทางการดูแลและให้บริการลูกค้า ด้วยการมอบความเชี่ยวชาญควบคู่กับความสะดวกและความมั่นใจในระยะยาว จากการผนึกกำลังระหว่าง ‘Private Banker’ ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำเชิงลึกด้านการลงทุน และ ‘ผู้จัดการสาขา’ ทำหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกเมื่อลูกค้าเข้าไปทำธุรกรรมที่สาขา กลยุทธ์นี้จะช่วยยกระดับการดูแลลูกค้ากลุ่ม Wealth อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความต่อเนื่องในการให้บริการ ให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดในทุก Touchpoint”
“สิ่งที่เรามั่นใจที่สุดคือ ttb reserve คือ 1 ใน 3 บัตรเครดิตที่กลุ่มลูกค้า Wealth ต้องการ แต่เราไม่หยุดเพียงแค่บัตรเครดิตแต่ยังคงเดินหน้าส่งมอบ Total Wealth Solution ที่ตอบโจทย์ตรงใจให้ลูกค้า ผ่านการรับฟังเสียงลูกค้าสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุด ในฐานะธนาคารที่มีพันธกิจช่วยลูกค้าให้มีคุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น” ณัฐวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ttb reserve มีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าทีทีบี ที่ยังไม่มีบัตรเครดิต ttb reserve สมัครบัตรเครดิต ttb reserve ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2569 – 31 มี.ค. 2569 จะได้รับคะแนนพิเศษ 20,000 คะแนน เมื่อมียอดรวมผลิตภัณฑ์รวม 5 ล้านบาทขึ้นไปจากผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารกำหนดและคงยอดรวมผลิตภัณฑ์ฯ ไว้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทต่อเนื่อง 2 เดือนนับจากเดือนที่อนุมัติบัตร และมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ttb reserve 200,000 บาทภายใน 2 เดือนนับจากเดือนที่อนุมัติบัตร