โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sushiro เบื้องหน้าขายซูชิ เบื้องหลังคือ Deep Tech ที่ใช้ Big Data วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ Real-Time

Finnomena

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE OPPORTUNITY

Sushiro เป็นธุรกิจที่ไม่ได้เติบโตจากแค่ “สูตรลับความอร่อย” แต่เกิดจาก“ความขัดแย้ง” ระหว่างคุณภาพและราคา เมื่อโจทย์คือจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปได้กินซูชิเกรดพรีเมียมในราคาเพียงจานละ 100 เยน ท่ามกลางวิกฤตของเหลือทิ้ง (Food Waste) ที่กัดกินกำไรของร้านซูชิสายพานมานานทศวรรษ

จุดเริ่มต้น

Sushiro ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดยพี่น้องตระกูลชิมิซุ (Shimizu) ซึ่งเป็นเชฟซูชิฝีมือดีจากร้าน “Tai Sushi” ในโอซาก้า แนวคิดตั้งต้นไม่ได้มาจากการสร้างโรงงานผลิตอาหาร แต่คือคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ความประณีตของเชฟสามารถ “สเกล” ไปสู่คนหมู่มากได้โดยที่คุณภาพไม่ตกลง

ในช่วงแรก Sushiro เดินตามโมเดลร้านซูชิสายพานทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาต่างออกไปคือความหลงไหลในประสิทธิภาพ พวกเขาตระหนักว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือ “จานที่ไม่มีคนหยิบ” ซึ่งหมายถึงวัตถุดิบที่เสียเปล่าและต้นทุนที่จมหายไปบนสายพาน

Sushiro จึงเริ่มเปลี่ยนตัวเองจากร้านอาหารธรรมดา ให้กลายเป็นห้องทดลองที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาควบคุมทุกจังหวะการหมุนของจานปลา

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 2000

เมื่อ Sushiro ปฏิวัติวงการด้วยการนำระบบไอทีขั้นสูงมาติดตั้งในร้านเป็นรายแรก ๆ พวกเขาฝังไมโครชิป (IC Chips) ไว้ใต้จานซูชิทุกใบ เพื่อเปลี่ยน “การคาดเดาของเชฟ” ให้กลายเป็น“ข้อมูลที่มองเห็นได้”

ระบบนี้ทำให้บริษัทรู้ว่าจานไหนวางมานานเกิน 350 เมตร (หรือประมาณ 40 นาที) และต้องถูกคัดทิ้งอัตโนมัติเพื่อรักษาความสด นี่คือจุดที่ Sushiro เริ่มถูกมองว่าเป็นบริษัท “Deep Tech” ในคราบร้านอาหาร เพราะพวกเขาสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมการกินของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์เป็นพันล้านรายการต่อปี

และจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดคือการก้าวเข้าสู่ยุค Predictive Analytics

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Sushiro ไม่ได้แค่เก็บข้อมูลว่าคน “กินอะไรไปแล้ว” แต่เริ่มใช้ Big Data เพื่อบอกว่า “คนกำลังจะกินอะไร”

ผ่านระบบที่คำนวณจากจำนวนลูกค้าที่เดินเข้าร้าน (ตรวจจับด้วยเซนเซอร์) ผสมกับสถิติย้อนหลังในเสี้ยววินาที ระบบจะสั่งการไปยังห้องครัวทันทีว่า “อีก 1 นาทีข้างหน้า ควรปั้นปลาทูน่าเพิ่มกี่จาน” ผลลัพธ์คือพวกเขาสามารถลดขยะอาหารลงได้อย่างมหาศาล และทำให้ต้นทุนวัตถุดิบ (Food Cost) ของ Sushiro สูงกว่าคู่แข่งได้ (เพราะประหยัดค่าเสียเปล่าได้มากกว่า) ทำให้ลูกค้าได้กินปลาเกรดดีกว่าในราคาที่เท่ากัน

ในวันนี้ Sushiro ไม่ใช่แค่ร้านซูชิที่ขยายสาขาไปทั่วโลก แต่คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากรที่แม่นยำที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอาหาร ที่ซึ่งทุก ๆ คำที่ลูกค้าเคี้ยว คือผลลัพธ์ของการประมวลผลผ่านอัลกอริทึมที่ถูกขัดเกลามาอย่างยาวนานนั่นเอง

สรุปผลประกอบการของ Food & Life Companies (เจ้าของแบรนด์ Sushiro)

สำหรับไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2026 (ตุลาคม – ธันวาคม 2025) มีรายละเอียดสำคัญดังนี้

1. ภาพรวมผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

  • รายได้รวม: 122,656 ล้านเยน (เพิ่มขึ้น 23.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)
  • กำไรจากการดำเนินงาน: 13,463 ล้านเยน (เพิ่มขึ้น 40.5% YoY)
  • กำไรสุทธิ: 8,545 ล้านเยน (เพิ่มขึ้น 39.4% YoY)

2. การเติบโตในแต่ละส่วนธุรกิจ

  • Sushiro ในญี่ปุ่น: มีรายได้ 71,679 ล้านเยน (+13.4%) โดยเน้นไปที่คุณภาพของวัตถุดิบ การจัดแคมเปญ และการใช้ระบบจอ Digital Sushiro (Digiro) ส่งผลให้กำไรโตขึ้น 20.9%.
  • Sushiro ต่างประเทศ: เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยรายได้ 42,878 ล้านเยน (+54.4%) และกำไรพุ่งสูงถึง +75.2% โดยเฉพาะในจีน (เซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง) ที่ได้รับความนิยมสูงมากจนลูกค้าต้องรอคิวนานหลายชั่วโมง รวมถึงมีการเติบโตต่อเนื่องในไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง

แบรนด์อื่นในเครือ

  • Kyotaru: แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย แต่กำไรพุ่งขึ้นถึง 200% จากการปิดสาขาที่ไม่ทำเงิน.
  • Sugidama: รายได้เพิ่มขึ้น 11% และกำไรเติบโตถึง 150%

3. จำนวนสาขาและการขยายตัว

ปัจจุบันบริษัทมีสาขารวมทั้งหมด 1,225 สาขาทั่วโลก (เพิ่มขึ้น 27 สาขาจากสิ้นปีงบประมาณก่อน) แบ่งได้ดังนี้

สาขาในญี่ปุ่น (970 สาขา): ประกอบด้วย Sushiro 668 สาขา, Sugidama 102 สาขา, Kyotaru 99 สาขา และแบรนด์อื่น ๆ

สาขาในต่างประเทศ (255 สาขา): ส่วนใหญ่เป็น Sushiro 248 สาขา และแบรนด์อื่น ๆ เช่น Sugidama อีก 7 สาขา

4. เป้าหมายและแนวโน้มในอนาคต (Guidance)

บริษัทยังคงยืนยันประมาณการเดิมสำหรับทั้งปีงบประมาณ ดังนี้

  • เป้าหมายรายได้ทั้งปี: 485,000 ล้านเยน (+12.9%)
  • เป้าหมายกำไรสุทธิ: 24,000 ล้านเยน
  • เงินปันผลคาดการณ์: 35 เยนต่อหุ้น

อ้างอิง: Sushiro, Food-and-Life, การตลาดวันละตอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...