ตำรวจกาฬสินธุ์ทลายแก๊งบัญชีม้า ‘จีนเทา’ รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดเงินสด 3 แสน
ตำรวจกาฬสินธุ์โชว์ผลงานกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวบแก๊งบัญชีม้ากดเงิน สมุนแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์จีนเทาได้ 4 ราย หลังแกะรอยนานกว่า 1 เดือน โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามผู้กระทำผิดเนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จากการสืบสวนพบว่ามีการจัดตั้งขบวนการที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อจัดหาและว่าจ้างคนในท้องถิ่นให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงิน ก่อนจะนำไปเบิกถอนเงินสด ทั้งที่เคาน์เตอร์ธนาคารและตู้ ATM การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้รถยนต์กระบะสีขาวเป็นยานพาหนะตระเวนถอนเงินสดที่ธนาคารออมสิน สาขาโลตัสกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนเข้าจับกุมและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 4 ราย คือ น.ส.สุจิตรา จิตติวัฒน์ (23 ปี) ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าและกดเงิน, นายวริษฐ์ พิพัฒนาภิญโญ (24 ปี) ทำหน้าที่คุม น.ส.สุจิตรา, นายสมชาย แซ่เสิ่น (24 ปี) และนายสมชาย แซ่หลี้ (23 ปี) ซึ่งทั้งสองเป็นชาวกระเหรี่ยงรับคำสั่งจากบอสชาวจีนผ่าน Telegram ให้เข้ามาในพื้นที่เพื่อหาคนเปิดบัญชีม้า
จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองคนยอมรับว่าได้รับคำสั่งมาจากบอสชาวจีนชื่อ "หยู๋เทียน" ให้มาควบคุมการเบิกถอนเงินสดในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์มาแล้วหลายครั้ง โดยมีการติดต่อสื่อสารกับบอสผ่านแอปพลิเคชัน Telegram และก่อนหน้านี้หลังจากถอนเงินสดแล้ว จะมีบุคคลไม่ทราบชื่อขับรถจักรยานยนต์มารับเงินสดไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางเป็นเงินสดจำนวน 300,000 บาท, สมุดบัญชีธนาคารของ น.ส.สุจิตรา ซึ่งมียอดเงินคงเหลือ 145,972.78 บาท, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยารีส เอทีฟ สีขาว และสมุดบัญชีธนาคารของนายสมชาย แซ่เสิ่น จากการตรวจสอบพบว่าบัญชีของ น.ส.สุจิตราถูกใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจริง โดยมีข้อมูลการแจ้งความออนไลน์ไว้ที่ สภ.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเหยื่อที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินข้ามจังหวัด
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา "เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (อั้งยี่)" แก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้สั่งการและผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่นมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแก๊งเหล่านี้กำลังออกก่อเหตุในภาคอีสานและมีความเชื่อมโยงกับเหยื่อที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินข้ามจังหวัด การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ อย่างจริงจัง
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news