DSI เดินหน้าคดีเว็บพนันพันล้าน ศาลค้านประกันแอดมิน ยัน ชนนพัฒฐ์ ต้องมาตามนัด 12 มี.ค. ชี้เอกสิทธิ์สภายังไม่คุ้มครอง
วันนี้ (7 มีนาคม) ความคืบหน้ากรณีปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงาน ปปง. ได้แถลงผลปฏิบัติการ “Operation Gameflow” ในคดีพิเศษที่ 150/2568 ซึ่งได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 10 จุด ใน 4 จังหวัด และสามารถจับกุม นารีรัตน์ โลบุญ แอดมินเว็บพนัน พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่บ้านพักของชนนพัฒฐ์ ในจังหวัดสงขลา เพื่อส่งให้ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายฟอกเงิน
ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ รายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยว่า ภายหลังการจับกุม นารีรัตน์ ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สมคบและร่วมกันฟอกเงิน พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน และไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ส่งผลให้ขณะนี้ยังคงเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาอีก 24 ราย ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งส่วนใหญ่กบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าเรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หากกลุ่มผู้ต้องหาเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเมื่อใด จะสามารถเข้าควบคุมตัวเพื่อส่งฝากขังต่อศาลได้ทันที
ขณะเดียวกัน ทางด้าน ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ DSI ได้เปิดเผยถึงการออกหมายเรียกชนนพัฒฐ์ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สมคบและร่วมกันฟอกเงิน ว่า กำหนดการยังคงเป็นวันที่ 12 มีนาคม เวลา 10.00 น. ณ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการส่งเอกสารเพื่อขอแจ้งเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
สำหรับการสอบปากคำจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นหลัก เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากเว็บไซต์พนัน จึงต้องตรวจสอบข้อมูลทั้งในทางแพ่งและทางอาญาอย่างละเอียด โดยพนักงานสอบสวนจะสอบถามในทุกมิติ ไม่เจาะจงเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อให้สำนวนคดีมีความรอบคอบ รัดกุม และครบถ้วนที่สุด
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสิทธิ์คุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นั้น ทางกระทรวงยุติธรรมและ DSI ได้ให้ความชัดเจนว่า ขณะนี้ยังอยู่นอกสมัยประชุมสภาฯ พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ หากชนนพัฒฐ์ไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกครั้งที่ 1 โดยมีการแจ้งเหตุผลขอเลื่อน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2 แต่หากผู้ต้องหาไม่มาปรากฏตัวและไม่แจ้งเหตุผลใดๆ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับทันที ทั้งนี้ หากช่วงเวลาการขอออกหมายจับไปตรงกับการเปิดสมัยประชุมสภาฯ พอดี ชนนพัฒฐ์จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งห้ามมิให้จับกุมหรือควบคุมตัว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร