เปิด 4 ภารกิจเร่งด่วนรัฐบาล "ภูมิใจไทย" รวมกระทรวง - ลดค่าไฟฟ้า
9 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ถึงภารกิจเร่งด่วนในงานฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะเร่งผลักดันให้สำเร็จ โดยพรรคภูมิใจไทย จะมุ่งเน้นงานนิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันกฎหมายต่างๆ เป็นไปตามนโยบาย ของรัฐบาล และเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชน
โดยกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทย จะผลักดันเป็นฉบับแรกๆ อาทิ แก้กฎหมายโอนสังกัดเป็นพระราชบัญญัติโอนกระทรวงการท่องเที่ยว มารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจงานสอดคล้องกัน ส่วนกระทรวงกีฬาจะแยกไป ทำเรื่องกีฬาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมุ่งเน้น พัฒนากีฬาให้เป็นเลิศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอแก้ไขกฎหมายผ่านสภาฯ ได้ภายใน 6 เดือน
นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือ กฎหมาย Super License โดยหลักการต้องการให้การขออนุญาตทุกอย่างเป็น One Stop Service เช่น การก่อสร้างโรงงาน โรงแรม สปา ที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาตหลายหน่วยงาน แต่ให้จบในหน่วยงานเดียว ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดให้มีการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเป็นข้อเสนอของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
ส่วนกฎหมายอีก 1 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน จะผลักดันให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี โดยจะมี 2 เรื่องคือ 1. ทำให้ท้องถิ่นหารายได้ด้วยตัวเองเพื่อนำมาพัฒนา โดยประชาชนสามารถเลือกสนับสนุนภาษี 30% ให้บ้านเกิดตัวเอง หรือท้องถิ่นที่ต้องการให้เกิดการพัฒนา
และ 2. จะเป็นกลไกการตรวจสอบของภาคประชาชนที่เข้มแข็ง จะเป็นกลไกตรวจสอบภาคประชาชนที่แข็งแรงกว่า ป.ป.ช. และ ปปท. และทำให้ ท้องถิ่นไม่กล้าใช้เงินแบบผิดประเภท โดยประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าเงินที่เสียภาษีไป ถูกใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่
ขณะเดียวกันจะมีการปลดล็อกเรื่องอายุและวาระการดำรงตำแหน่งท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ 2 วาระ
ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทย มองว่า เรื่องการแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนขณะนี้สำคัญที่สุด และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรทำก่อน ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ
แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนฝ่ายบริหาร รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะผลักดันนโยบายต่างๆ เร่งด่วนภายใน 3 - 6 เดือน อาทิ ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 ยูนิตแรก จ่ายไม่เกิน 3 บาท ส่วนที่ใช้เกิน 200 ยูนิตจะจ่ายเป็นขั้นบันได โดยสามารถออกเป็นประกาศของกระทรวงพลังงานได้ทันที
นอกจากนี้เป้าหมายต่อไปของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย อยากให้การแข่งขัน ด้านพลังงานไฟฟ้าเกิดเสรี เหมือนในต่างประเทศ ที่มีคู่แข่งหลายรายให้ประชาชนได้เลือกใช้ บริษัทที่ให้ประโยชน์ได้มากที่สุด เช่นตัวอย่างค่ายโทรศัพท์มือถือ