CME จ่อเปิดซื้อขายฟิวเจอร์ส-ออปชันคริปโทฯ 24 ชั่วโมง ใกล้มาตรฐานตลาดโลก
CME เตรียมเริ่มเปิดให้สัญญาฟิวเจอร์สและออปชันคริปโทฯ ซื้อขายต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ลดช่องว่างเวลาซื้อขายระหว่างตลาดสหรัฐกับตลาดคริปโตฯ โลก
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.22 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท CME Group Inc. เตรียมขยับเข้าใกล้รูปแบบการซื้อขายคริปโทฯ แบบตลอด 24 ชั่วโมงมากขึ้น โดยประกาศว่าจะเปิดให้สัญญาฟิวเจอร์สและออปชันที่อ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถซื้อขายได้ตลอดทั้งวันในช่วงปลายปีนี้
CME ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม สัญญาคริปโทฯ จะเริ่มซื้อขายต่อเนื่องบนแพลตฟอร์ม Globex ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ยกเว้นช่วงปิดปรับปรุงระบบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งนี้ยังอยู่ภายใต้การพิจารณาของหน่วยงานกำกับดูแล
สำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่เย็นวันศุกร์ถึงเย็นวันอาทิตย์ จะถูกบันทึกเป็นวันที่ซื้อขายของวันทำการถัดไป และกระบวนการชำระราคา ชำระบัญชี และรายงานต่อหน่วยงานกำกับจะดำเนินการในวันถัดไปเช่นกัน เพื่อคงกลไกการเคลียร์ริ่งแบบดั้งเดิม แม้ชั่วโมงซื้อขายจะขยายออกไป
การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ผลิตภัณฑ์คริปโทฯ ของ CME เข้าใกล้มาตรฐานแพลตฟอร์มนอกสหรัฐ เช่น Binance ซึ่งมีการซื้อขายฟิวเจอร์สแบบไม่สิ้นสุด (perpetual futures) ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว
ปัจจุบันสัญญาฟิวเจอร์สคริปโทฯ ของ CME ถูกใช้งานหลักโดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์ บริษัทเทรดดิ้ง และผู้จัดการสินทรัพย์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถือครองคริปโทฯ จริง ทำกลยุทธ์ส่วนต่างราคา (basis trade) หรือแสดงมุมมองต่อทิศทางราคาโดยไม่ต้องถือโทเคนโดยตรง รวมถึงผู้เล่นในกองทุน ETF บิตคอยน์ ที่ใช้สัญญาเหล่านี้ช่วยบริหารกระแสเงินไหลเข้าออก
ที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันต้องเผชิญช่องว่างด้านเวลา ระหว่างชั่วโมงซื้อขายของตลาดสหรัฐกับความผันผวนของคริปโทฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งแพลตฟอร์มนอกประเทศยังเปิดทำการอยู่ แต่ CME ปิดตลาด การขยายเวลาซื้อขายจะช่วยลดความไม่สอดคล้องนี้ และเปิดโอกาสให้ปรับพอร์ตได้แบบเรียลไทม์เมื่อความผันผวนเกิดขึ้น
ในอดีต ตลาดคริปโทฯ มักเผชิญแรงเทขายรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์หรือช่วงกลางคืนของสหรัฐ เมื่อ ETF บิตคอยน์ที่จดทะเบียนในสหรัฐและฟิวเจอร์สของ CME ปิดทำการ ทำให้สภาพคล่องต่ำและราคาผันผวนหนัก เช่น เหตุการณ์ร่วงแรงเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่มูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลหายไปประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์
การขยับของ CME ยังสะท้อนทิศทางที่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มพึ่งพาตลาดสหรัฐมากขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้แพลตฟอร์มในสหรัฐมีบทบาทต่อทิศทางตลาดคริปโทฯโลกมากขึ้น และค่อย ๆ ชิงส่วนแบ่งตลาดจากแพลตฟอร์มนอกประเทศอย่าง Binance
อ้างอิง : bloomberg.com