โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไฮเปอร์โซนิก CJ-1000 เขี้ยวเล็บขีปนาวุธใหม่จีน พลิกเกมชนะสหรัฐฯ ได้?

Amarin TV

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 09.26 น.
เจาะลึก CJ-1000 เขี้ยวเล็บไฮเปอร์โซนิกใหม่แดนมังกร เมื่อสหรัฐฯ อาจตกเป็นผู้ตามในสมรภูมิความเร็วของยุทโธปกรณ์จี

ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันด้านเทคโนโลยีทหารที่ร้อนระอุ ข้อมูลล่าสุดจากนิตยสาร Shipborne Weapons ของจีนได้ตอกย้ำถึงความก้าวหน้า ของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) โดยเฉพาะการเปิดตัวขีปนาวุธ CJ-1000 ซึ่งถูกระบุว่า เป็นขีปนาวุธร่อนไฮเปอร์โซนิกแบบฐานยิงบนบกเครื่องยนต์ Scramjet รุ่นแรกและรุ่นเดียวของโลกที่เข้าประจำการแล้วในขณะนี้

วินาทีที่ขีปนาวุธ CJ-1000 เคลื่อนผ่านจัตุรัสเทียนอันเหมินในงานสวนสนามวันแห่งชัยชนะ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ที่ทำเอาบรรดานักยุทธศาสตร์ทั่วโลกต้องจับตา เพราะการเปิดตัวอาวุธใหม่นับประกาศกร้าวว่า จีนได้ก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีที่สหรัฐฯ เคยถือไพ่เหนือกว่า ด้วยขีปนาวุธพลัง Scramjet แบบฐานยิงบนบกรุ่นแรกของโลกที่พร้อมใช้งานจริง

ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่เขย่าดุลอำนาจโลก แต่ยังสะท้อนถึงก้าวสำคัญของ 'เศรษฐกิจนวัตกรรม' ในจีนที่สามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีสุดล้ำให้กลายเป็นการผลิตแบบอุตสาหกรรมในต้นทุนที่ได้เปรียบ ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญต่ออุตสาหกรรมการบินพลเรือนและวัสดุศาสตร์ในอนาคต โดยจีนตั้งเป้าจะเป็นผู้นำระดับโลก แสนยานุภาพรุ่นใหม่นี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจและความมั่นคงไปอย่างไร?

ความเหนือกว่าทางเทคโนโลยี

บทวิเคราะห์ในนิตยสาร Shipborne Weapons ระบุว่า เครื่องยนต์ Scramjet เป็นแนวทางการพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกที่เหนือกว่าทางเทคโนโลยี แต่ก็มีความยากในการพัฒนามากกว่า เมื่อเทียบกับยานร่อน เช่น DF-17 ของจีน หรือ Avangard ของรัสเซีย

"การปรากฏตัวของขีปนาวุธ CJ-1000 เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการเปลี่ยนผ่านของจีน จากการเป็นผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด สู่การเป็นผู้นำในโดเมนการบินและอวกาศที่ก้าวหน้าที่สุด"

ขีปนาวุธแบบ Scramjet บินที่ระดับความสูงประมาณ 20 ถึง 30 กิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่ายานร่อนไฮเปอร์โซนิกที่บินสูงประมาณ 60 ถึง 80 กิโลเมตรอย่างมาก สำหรับเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู ยิ่งขีปนาวุธบินต่ำเท่าไหร่ การตรวจจับและตอบโต้ก็ยิ่งทำได้ยากขึ้นเท่านั้น

ที่สำคัญ เครื่องยนต์ Scramjet ตัวนี้จะคอย 'เร่งเครื่อง' ให้ขีปนาวุธพุ่งไปข้างหน้าได้ตลอดเวลาจนถึงวินาทีที่กระทบเป้าหมาย ต่างจากอาวุธรุ่นเก่าที่พอเข้าช่วงท้ายจะดับเครื่องแล้วปล่อยให้ตัวเองร่อนไปตามแรงเฉื่อยเหมือนลูกธนู ซึ่งถ้าเจอเป้าหมายเคลื่อนที่ก็อาจจะพลาดได้ แต่ CJ-1000 นี้เหมือนมี 'คนขับ' คอยเหยียบคันเร่งและบังคับทิศทางให้เลี้ยวหลบหลีกได้จนถึงหยดสุดท้าย ทำให้มันทั้งแม่นและยากที่จะสกัดกั้น

สหรัฐฯ บุกเบิกแต่ชักช้า

สหรัฐฯ เป็นประเทศแรกในโลกที่สาธิตการบินด้วยพลัง Scramjet ในการบินจริงตั้งแต่ปี 1998 และเป็นประเทศแรกที่ประสบความสำเร็จในการเดินเครื่องยนต์ Scramjet ที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอนต่อเนื่องได้นาน 240 วินาทีในการบินเมื่อปี 2013

อย่างไรก็ตาม บทความระบุว่า โครงการ Hypersonic Attack Cruise Missile ของอเมริกาในขณะนี้กำลังล้าหลัง โดยวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ ตกเป็นรองจีนในด้านการสร้างเป็นอาวุธและการส่งกำลังบำรุงเพื่อประจำการระบบไฮเปอร์โซนิกพลัง Scramjet เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สาเหตุของความล่าช้านี้มาจากการวางแผนโครงการที่มีโครงสร้างไม่ดี การจัดการที่ขาดระเบียบ และการขาดความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในหมู่ผู้นำระดับสูงเกี่ยวกับศักยภาพของเทคโนโลยีนี้

ในขณะเดียวกัน การลงทุนมหาศาลของจีนในการพัฒนา Scramjet วิธีการทดสอบที่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เหมาะสมกว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม-วิชาการ-การวิจัยที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนระดับชาติที่เด็ดขาด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นผู้นำได้ในที่สุด

สมรรถนะสุดล้ำ ยิงไกล ครอบคลุมหลายประเทศ

ในบรรดาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกพลัง Scramjet ที่ประจำการอยู่ เชื่อกันว่า CJ-1000 มีพิสัยยิงไกลที่สุดและมีหัวรบที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่สุด เนื่องด้วยลักษณะที่เป็นฐานยิงบนบก จึงมีข้อจำกัดด้านขนาดและน้ำหนักน้อยกว่า และสามารถบรรทุกเชื้อเพลิงรวมถึงระเบิดได้มากกว่าเมื่อเทียบกับ YJ-19 หรือ Zircon ซึ่งมีขนาดจำกัดตามระบบยิงบนเรือ

CJ-1000 ติดตั้งบนรถยิงแบบเคลื่อนที่สูง 10 ล้อ ระบบไฮบริดดีเซล-ไฟฟ้า และคาดว่า จะมีพิสัยทำการอย่างน้อย 2,500 กิโลเมตร โดยในระหว่างงานสวนสนามเมื่อเดือนกันยายน อาวุธนี้ถูกระบุอย่างเป็นทางการว่าเป็นอาวุธสำหรับ "การโจมตีระยะไกล" บทความระบุว่า CJ-10 จัดอยู่ในประเภทขีปนาวุธร่อน "ระยะกลางถึงไกล" มีพิสัยทำการที่ 1,500 ถึง 2,500 กิโลเมตร'

พิสัยนี้สามารถครอบคลุมเป้าหมายภาคพื้นดินที่สำคัญเกือบทั้งหมดในญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ รวมถึงพื้นที่อันกว้างขวางของมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่างแนวโซ่สายขวานชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สอง

ในการยิงแบบ "Cold Launch" ในแนวตั้ง บูสเตอร์จรวดเชื้อเพลิงแข็งจะเร่งความเร็วขีปนาวุธไปที่ Mach 4 ที่ระดับความสูง 20 กิโลเมตร หลังจากแยกตัวออก เครื่องยนต์ Scramjet จะจุดระเบิดและขับเคลื่อนไปสู่ความเร็ว Mach 6 ที่ความสูง 28 กิโลเมตรเพื่อการบินต่อเนื่อง

ด้วยความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิกบวกกับข้อดีของระบบ Scramjet ทำให้ CJ-1000 สามารถทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเดิม "ไร้พลัง" โดยบทความเสริมว่า ระบบ THAAD น่าจะเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธเพียงระบบเดียวในคลังแสงของสหรัฐฯ ปัจจุบันที่มีขีดความสามารถ ในการสกัดกั้นขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกพลัง Scramjet

ทั้งนี้ อเมริกาอาจปรับปรุงความสามารถในการตรวจจับผ่านเซ็นเซอร์ในอวกาศภายใต้โครงการ "Golden Dome" และกำลังพัฒนาโปรแกรมสกัดกั้นขั้นสูงอย่าง Glide Phase Interceptor ร่วมกับญี่ปุ่นเพื่อต่อต้านขีปนาวุธในช่วงการบินร่อน แต่สิ่งเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี

ในเวลาที่คู่ต่อสู้ที่อาจเกิดขึ้นสามารถนำระบบตอบโต้ออกมาใช้ได้ในอีกหลายปีข้างหน้า ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกแบบ Air-breathing ของจีนอาจวิวัฒนาการไปสู่อีกระดับแล้ว และความสามารถในการป้องกันของจีนก็อาจแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากเช่นกัน" บทความระบุทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จในอาวุธไฮเปอร์โซนิกจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาระบบป้องกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

จีนสร้าง "เศรษฐกิจแบบประหยัด" แม้แต่การผลิตอาวุธ

ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ใน Global Times จีนกำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมอาวุธไฮเทคให้กลายเป็นการผลิตแบบแมส นใช้กลยุทธ์นำชิ้นส่วนมาตรฐานอุตสาหกรรม (Industrial Grade) เช่น ชิปจากโดรนพลเรือน หรือวัสดุซีเมนต์ทนความร้อนชนิดพิเศษ มาใช้แทนวัสดุเกรดอวกาศราคาแพง ทำให้ราคาต่อหน่วยของไฮเปอร์โซนิกจีน ต่ำลงมากจนอาจเหลือเพียงไม่กี่แสนดอลลาร์ ในขณะที่อาวุธระดับเดียวกันของตะวันตกอาจมีราคาสูงถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เมื่ออาวุธราคาถูกลง จีนสามารถสร้างอาวุธจำนวนมาก (Swarm Threat) เพื่อกดดันระบบป้องกันราคาแพงของคู่แข่ง ทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลย์ทางเศรษฐกิจ คือคู่แข่งต้องจ่ายเงินมหาศาลเพื่อป้องกันอาวุธราคาถูกของจีน

นอกจากนี้ ความสำเร็จของเครื่องยนต์แบบ Air-breathing ในทางทหาร จะถูกต่อยอดไปใช้ในโครงการ "เครื่องบินโดยสารไฮเปอร์โซนิก" ที่จีนกำลังพัฒนา ซึ่งจะช่วยลดเวลาการเดินทางข้ามโลกเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง สร้างมูลค่ามหาศาลในอุตสาหกรรมการบินระดับโลกในอนาคต

เทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิกที่ "จับต้องได้" จะดึงดูดกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือพันธมิตรของจีนที่ต้องการเสริมอำนาจการป้องปรามแต่มีงบจำกัด ทำให้จีนสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดจากรัสเซียและยุโรปได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...