โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

คุณหมอแนะ เตรียมตัวเป็นคุณแม่ให้ปลอดภัย | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2564 เวลา 07.54 น.

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด 19 ผู้หญิงหลายคนอาจจะกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และการดูแลตนเอง ถ้าท้องขึ้นมาเราจะดูแลลูกอย่างไร หรือก่อนตั้งท้องต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ลูกรักคลอดออกมาสมบูรณ์แข็งแรง

วางแผนตั้งครรภ์ ให้ปลอดภัย ลูกน้อยแข็งแรง

เมื่อตั้งใจจะมีลูกและวางแผนการตั้งครรภ์แล้ว ให้คุณแม่เริ่มทานกรดโฟลิกได้เลย ทานวันละ 1 เม็ด เม็ดละ 5 มิลลิกรัม
โดยกรดโฟลิกนี้มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างระบบประสาทของทารก ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีนป้องกันภาวะโลหิตจางของคุณแม่
สิ่งที่คุณแม่ต้องระวังช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ คือ การใช้ยารักษาสิว โดยเฉพาะยาโรแอคคิวเทนนั้นอาจส่งผลให้ลูกพิการได้เลย เพราะถึงจะหยุดทานยาไปแล้ว 2-3 เดือนก็ยังเสี่ยงอันตรายได้ เพราะฉะนั้นควรหยุดทานยารักษาสิวประมาณ 9-12 เดือน ก่อนตั้งครรภ์จะดีที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับลูกในท้อง
นอกจากนี้คุณแม่ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และเมื่ออายุครรภ์ได้ 6-8 สัปดาห์ก็ควรไปฝากครรภ์ เพื่อให้คุณหมอดูแลสุขภาพครรภ์และเช็กพัฒนาการทารก

การฝากครรภ์สำคัญอย่างไร

เมื่อถึงเวลาที่ไปฝากครรภ์ ครั้งแรกคุณหมอจะถามคุณแม่ว่าประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ให้คุณแม่พยายามจดจำประจำเดือนที่มาครั้งสุดท้ายเอาไว้ เพราะคุณหมอจะใช้ประเมินอายุครรภ์
ถ้าตั้งครรภ์แล้วอยากให้ไปพบแพทย์ ไม่ต้องทันทีทันใด สัก 6 สัปดาห์ก็ไปได้ ส่วนเรื่องโควิดก็เหมือนการป้องกันทั่วไป สวมหน้ากาก ฉีดวัคซีน ได้หลัง 12 สัปดาห์ไปแล้ว หลีกเลี่ยงเหมือนคนทั่วไป ระวังจุดเสี่ยง ก่อนตั้งครรภ์พยายามจดจำประจำเดือนครั้งสุดท้ายให้ได้ ว่ามาครั้งสุดท้ายวันที่เท่าไหร่ เดือนเท่าไหร่ ข้อที่ 2 ให้เริ่มทานกรดโฟลิก ซื้อตามร้านขายยาได้เลย เม็ดละ 5 มิลลิกรัม
ระหว่างตั้งครรภ์ควรไปหาคุณหมอตามนัด เพื่อให้คุณหมอตรวจเช็กว่าคุณแม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรต้องดูแลหรือไม่ เพราะโรคบางโรคก็ผลกระทบกับการตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้นการไปพบคุณหมอแต่เนิ่นๆ ช่วยคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรม และโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับแม่และลูกได้

ดูแลครรภ์อย่างไรในสถานการการแพร่ระบาดของโควิด 19

ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 คุณแม่ท้องหลายคนอาจจะมีความกังวลเมื่อต้องออกจากบ้านไปพบแพทย์ตามนัด บางคนอาจจะอยากเลื่อนนัดเพราะต้องการออกจากบ้านให้น้อยที่สุด ตามคำแนะนำของแพทย์คุณแม่ควรไปฝากครรภ์ตามนัดจะดีที่สุด เพราะแต่ละครั้งจะมีการตรวจเช็กพัฒนาการของแม่และลูกในท้อง ติดตามอาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์ 5 เดือน ที่ต้องมีการอัลตร้าซาวนด์วินิจฉัยความผิดปกติของลูก ไม่ควรเลื่อนนัดเด็ดขาด

ส่วนคุณแม่ท้องจะดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยในช่วงโควิด 19 คุณหมอมีคำแนะนำดังนี้

  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือ แอลกอฮอล์ 70%
  • ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกนอกบ้าน
  • ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย
  • หลีกเลี่ยงที่ผู้คนแออัดหรือสถานที่เสี่ยง
  • งดการใช้มือสัมผัสบริเวณตา จมูก ปาก
  • ห้ามใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อนส้อม
  • หลีกเลี่ยงการใช้รถสาธารณะ

เลือกแบบไหนดี ผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติ

โดยทั่วไปแล้วคุณแม่ที่เลือกการคลอดธรรมชาตินั้นจะฟื้นตัวหลังคลอดเร็วกว่าคุณแม่ที่ผ่าคลอด ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าคลอด ขณะที่ลูกเองก็จะได้รับจุลินทรีย์สุขภาพจากช่องคลอดที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้ลูกไม่เจ็บป่วยง่าย นอกจากนี้การคลอดเองตามธรรมชาติยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากอีกด้วย
ส่วนการผ่าตัดคลอดนั้นเป็นหัตถการที่สูติแพทย์ทำบ่อยเช่นกัน ซึ่งสมัยนี้ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สามารถกำหนดเวลาคลอดได้ และการฟื้นตัวไม่นานเกินไปนัก
สำหรับการเตรียมตัวก่อนคลอด ถ้าคุณแม่ที่วางแผนคลอดเองจะรอให้เจ็บท้องจึงค่อยไปโรงพยาบาลก็ได้ ส่วนคุณแม่ที่เลือกทำการผ่าคลอดนั้นสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ แต่มีคำแนะนำสำหรับคุณแม่ที่เลือกการผ่าคลอดคือ
หากนับถือเรื่องฤกษ์ ควรเป็นฤกษ์คลอดหลังอายุครรภ์ 38 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากถ้าอายุครรภ์น้อยกว่า 38 สัปดาห์ อาจทำให้ทั้งแม่และลูกอยู่ในภาวะอันตราย ลูกไม่แข็งแรงสมบูรณ์หรือมีความเสี่ยงกับสุขภาพของคุณแม่ได้ ช่วงเวลาที่เหมาะสม การผ่าคลอดช่วงเช้าหรือช่วงกลางวันย่อมมีความปลอดภัยมากกว่าการผ่าคลอดตอนกลางคืน เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทีมแพทย์สามารถรับมือได้ทัน เนื่องจากมีบุคลากรที่พร้อมมากกว่า

หลังคลอดมีอาการอะไรที่แม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษบ้าง

หลังคลอดสิ่งที่ต้องระวังคือภาวะตกเลือด ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ได้ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลคุณหมอและคุณพยาบาลจะเป็นคนดูแลคุณแม่เอง
แต่เมื่อกลับบ้านไปแล้วสิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องแผล ไม่ว่าจะแผลผ่าตัดหรือเรื่องแผลฝีเย็บที่ช่องคลอด ถ้ามีอาการปวดมากๆ มีไข้สูง หรือมีเลือดไหลเยอะ ต้องรีบไปโรงพยาบาลให้คุณหมอเช็กอาการทันที
การตั้งครรภ์ไม่ใช่โรค เป็นภาวะธรรมชาติที่คุณแม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ แม้ว่าเวลา 9 เดือนจะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน แต่ถ้าเราเครียดมากจนเกินไป ระวังทุกสิ่งอย่างจนไม่มีความสุข ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรมีความสุขกับการตั้งครรภ์ ให้คุณหมอเป็นผู้ดูแลสุขภาพร่างกาย จะดีที่สุด
เรียบเรียงโดย รศ.นพ. นพดล สโรบล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...