โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เงิน” เดือดกว่า “ทอง” ผู้เชี่ยวชาญชี้ราคาเงินพุ่งแรงจากอุปสงค์จริง-แรงเก็งกำไร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 14.44 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 07.44 น.

"เงิน" เดือดกว่า "ทอง" MKS PAMP ระบุตลาดเงินเผชิญแรงซื้อทางกายภาพสูงกว่าซัพพลาย นักลงทุนเร่งเข้าซื้อ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 12.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ของราคาเงิน (Silver) กำลังถูกขับเคลื่อนโดยการปะทะกันของ อุปสงค์ทางกายภาพที่สูงเป็นประวัติการณ์ และแรงเก็งกำไรในตลาดที่มีสภาพคล่องค่อนข้างจำกัด ตามมุมมองของผู้กลั่นและผู้ค้ารายใหญ่ในอุตสาหกรรมโลหะมีค่า

เจมส์ เอ็มเมตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MKS PAMP SA กล่าวว่า ความต้องการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่ตลาดเงินซึ่งโดยปกติไม่ใช่ตลาดที่มีแรงเก็งกำไรสูง กำลังถูกขับเคลื่อนมากขึ้นโดยผู้เล่นระยะสั้น

“ความต้องการเงินในตอนนี้สูงมากในแบบที่เราแทบไม่เคยเห็นมาก่อน …ตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดที่มีการเก็งกำไรหนาแน่นมาแต่เดิม แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าราคาเคลื่อนไหวจากแรงของนักลงทุนระยะสั้นมากขึ้น”

เมื่อปีที่แล้ว ราคาเงินปรับตัวขึ้นมากกว่าสองเท่า นับเป็นผลงานรายปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 และในปีนี้ ราคายังพุ่งขึ้นต่อเนื่องอีกกว่า 50% โดยล่าสุดทะยานขึ้นทำสถิติใหม่เหนือ 117 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมทำสถิติการปรับขึ้นระหว่างวันแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2551

ความปั่นป่วนทั่วโลก และกระแสที่เรียกว่า “debasement trade” ซึ่งนักลงทุนหลีกหนีจากพันธบัตรรัฐบาลและสกุลเงิน ไปถือครองสินทรัพย์แข็งอย่างโลหะมีค่า เป็นแรงหนุนสำคัญของการปรับขึ้นอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดีราคาเงินปรับตัวแรงและเร็วกว่าแม้แต่ทองคำ โดยมีความผันผวนระหว่างวันสูงผิดปกติ สะท้อนภาวะตลาดที่ถูกแรงเก็งกำไรถาโถม

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ สภาพคล่องที่ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับทองคำ โดยหากอิงจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดลอนดอน มูลค่าการซื้อขายทองคำต่อวันสูงกว่าตลาดเงินราว 5 เท่า แม้กระนั้นความเคลื่อนไหวของราคาเงินในช่วงหลังกลับรุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมาก

เอ็มเมตต์ระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวตกขบวน (FOMO) และกำลังไล่ตามราคาที่พุ่งขึ้น โดยบางส่วนมองว่าได้พลาดโอกาสในตลาดทองคำไปแล้ว จึงหันมาใช้เงินเป็นทางเลือกแทน และเป็นเครื่องมือเก็งกำไรเชิงมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์

ขณะเดียวกันอุปสงค์ทางกายภาพยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของราคาเงิน โดยคำสั่งซื้อทั้งในตลาดค้าปลีกและค้าส่งยังคงสูงกว่าปริมาณซัพพลายอย่างต่อเนื่อง ความตึงตัวในตลาดค้าส่งส่วนหนึ่งมาจากการที่โลหะเงินจำนวนมากถูกส่งไปยังอินเดีย แม้ว่าการไหลออกจากคลังสินค้าในตลาด Comex จะช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดลอนดอนได้บางส่วน

ความต้องการเงินจำนวนมหาศาลของอินเดียยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ short squeeze ครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อปีที่แล้ว เมื่อผู้ซื้อแห่เข้าตลาดลอนดอนก่อนเทศกาลดิวาลี ขณะเดียวกันโลหะเงินจำนวนมากถูกกักไว้ในคลัง Comex จากความกังวลเรื่องภาษี

ภาวะตลาดตึงตัวอย่างรุนแรงยังส่งผลให้การขนส่งโลหะเงิน เช่นเดียวกับทองคำ ต้องหันมาใช้ การขนส่งทางอากาศ แทนการขนส่งทางเรือแบบเดิม เอ็มเมตต์กล่าวว่า “ตอนนี้คุณไม่สามารถรอให้ตู้คอนเทนเนอร์ลอยอยู่บนเรือได้อีกต่อไป”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...