โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

2 พ่อค้าร้านชำ บาดหมางกันมานาน วันนี้สุดทน ลุงวัย 60 ปีคว้าปืนยิงใส่ลุงวัย 52 ปีเสียชีวิตกลางซอยรามคำแหง ตร.รวบผู้ก่อเหตุไปสอบสวน

สวพ.FM91

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 22.27 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 22.24 น.

2 พ่อค้าร้านชำ บาดหมางกันมานาน วันนี้สุดทน ลุงวัย 60 ปีคว้าปืนยิงใส่ลุงวัย 52 ปีเสียชีวิตกลางซอยรามคำแหง ตร.รวบผู้ก่อเหตุไปสอบสวน

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 28 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน ร.ต.อ.ภูริณัฐ วัชรจิตรกุล รองสารวัตร(สอบสวน) สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ภายในซอยรามคำแหง 58/3 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ต่อมา พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผู้กำกับส.น.หัวหมาก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจสายตรวจ 191 เจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ อาสาสมัครสยามรวมใจ(ปู่อินทร์) และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่กลางซอย บริเวณหน้าตึกแถว 3 ชั้น เปิดร้านขายของชำทุกอย่าง พบร่างผู้เสียชีวิต คือ ชายไทย อายุ 52 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลม แขนสั้นสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสั้นสีขี้ม้า ตามร่างกายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 2 นัดเข้าหน้าอกและหัวไหล่ขวา นอนหงายจมกองเลือด

ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ชายไทย อายุ 60 ปียังหลบซ่อนอยู่ภายในร้านฯ ก่อนมอบตัวพร้อมของกลางอาวุธปืนลูกโม่ .38 มม.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัวไว้

จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การว่า ตนเปิดร้านชำขายของทุกอย่างมานานหลายปี ส่วนผู้ตายก็เปิดร้านขายเหมือนกันมาประมาณ 6 เดือน ซึ่งร้านตนและร้านของผู้ตายอยู่ใกล้กัน จะมีปัญหาทะเลาะบาดหมางกับผู้ตายเรื่องการค้าขายอยู่ตลอด กระทั่งก่อนเหตุเกิดตนทะเลาะกับผู้ตายมีการพูดด่าท้าทายอยู่หน้าร้านของตน ด้วยความโมโหจึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ 2 นัด ทำให้ผู้ตายล้มลงกองพื้น โดยหลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน ก่อนมอบตัวกับตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ก่อเหตุส่งให้พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...