โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัดๆจากปาก น้าเน็ก ยอมรับ ผมมีลูกแล้ว 2 คนและหย่าร้าง เผยเหตุผลที่ไม่เคยพูดเรื่องนี้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 04.54 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก Lesson B ได้โพสต์คลิปสัมภาษณ์ น้าเน็ก มาลง โดยแคปชั่นระบุว่า ความจริงจากปาก..น้าเน็ก ผมขออนุญาตตัดบางส่วนบางตอนของการสนทนา ในอีพีเต็มที่ตั้งใจจะลงเดือน

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก Lesson B ได้โพสต์คลิปสัมภาษณ์ น้าเน็ก มาลง โดยแคปชั่นระบุว่า ความจริงจากปาก..น้าเน็ก ผมขออนุญาตตัดบางส่วนบางตอนของการสนทนา ในอีพีเต็มที่ตั้งใจจะลงเดือนมีนาคมครับ แต่จากกระแสข่าวที่ออกมา ผมคิดว่าบทสนทนานี้ น่าจะทำให้หลายคนได้เข้าใจบางส่วนบางตอนของชีวิต พร้อมระบุในคลิปวิดีโอว่า นี่คือบทสนทนาช่วงที่ยังไม่ได้ออนแอร์จากรายการ Life Lesson บทเรียนเปลี่ยนชีวิต โตโต้ คุยกับ น้าเน็ก โดยในเนื้อหาคลิปวิดีโอดังกล่าว มีการถาม น้าเน็ก ว่ากับเรื่องลูกน้าคิดยังไง? มนุษย์ที่เรียกว่าลูกของน้าเน็กเนี่ยจะมาจุติไหม

น้าเน็ก เผยว่า จริง ๆ แล้วผมมีลูกแล้วนะครับ และผมก็ไม่เคยพูดที่ไหนอย่างจริงจัง และวันนี้ผมก็จะไม่พูดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เหตุผลก็คือ

ธุรกิจโฆษณา

ผมไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูกผม และผมไม่อยากให้เขาเติบโตมาแล้วถูก Label (ติดป้ายตีตรา) ว่า “ลูกน้าเน็ก”

เพราะถ้าเขาทำสิ่งยิ่งใหญ่ด้วยตัวเขา เขาจะเป็นแค่ “ก็มึงเป็นลูกน้าเน็ก” แต่ถ้าเกิดเขาผิดพลาด เขาจะโดนกระทืบหนักเพราะ “อุตส่าห์เป็นลูกน้าเน็ก” ผมไม่อยากให้เขาต้องมาแบกภาระการที่เขาต้องเป็นลูกใคร ผมก็ดูแลเขามาอย่างดีแล้วนะ แล้วก็…อ่ะโอเค ผมหย่าร้าง แต่ผมก็ดูแลเขามาอย่างดี วันที่ลูกเรียนจบ

เมื่อ 18 มกราคม ที่ผ่านมา ผมไปงานรับปริญญาลูกผม ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ที่เห็นลูกเรียนจบแล้วครับ ปริญญาตรีครับ นี่คือ “ลูกคนเล็ก” ผมมีลูก 2 คนครับ ซึ่งคนรอบข้างใกล้ชิดของผม เพื่อนลูกที่โรงเรียนตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ก็รู้ว่าเป็นลูกผม ผมไม่ได้หลบซ่อนปิดบัง แต่ผมไม่ได้เอาลูกมาแห่ออกสื่อ และชี้ชัด ๆ ว่านี่คือลูกผม ผมไม่อยากให้เขาโดนตีตรา

ปรัชญาการเลี้ยงลูก

ลูกคนมีชื่อเสียงทุกคนเหนื่อยกับการแบกชื่อเสียงของพ่อ คนพยายามจะไปตัดสินอีกว่า “ก็นี่ไง มึงลูกคนดัง มึงก็ต้องรับภาระหน้าที่นี้” เฮ้ย ผมไม่เชื่อหลักนี้ ผมรู้สึกว่ามันแยกกันได้ ข้อดีเดียวของการเป็นลูกผมคืออะไร…คือโอเค ทำให้ผมมีเงินส่งเสียเลี้ยงดูเขาเหรอ ซึ่งไม่ต้องเป็นลูกคนดังก็ได้ ลูกใครใครก็เลี้ยงได้ แต่เขาไม่มีความจำเป็นต้องมาแบกภาระ เขาต้องมีชีวิตของเขาเอง ซึ่งทั้งคู่ขอบคุณผม เขาเข้าใจ เขาไปฝึกงานไปทำอะไร เขาชอบในการที่ไม่ต้องปูพรม ไม่ต้องมีอภิสิทธิ์ เขาได้รับการเรียกชื่อเขา ไม่ต้องได้รับการพูดถึงว่าเป็นลูกน้าเน็ก

ผมเลี้ยงเขาเหมือนที่ผมได้รับการเลี้ยงมา คืออะไรก็ได้ เริ่มต้นจากเขา ขอให้เขาได้เป็นเขาในแบบที่เขาเป็นจริง ๆ ถ้าเขารู้สึกว่าเขาไม่เสีย ผมไม่ซ่อม ถ้าเขาไม่ได้ต้องการคำสั่งสอน ผมไม่สอน เขาต้องการคำแนะนำ เขาจะรู้ว่าเขามีผมอยู่เสมอ เอาลูกเป็นศูนย์กลาง

ความรู้สึกเมื่อเห็นลูกโต

ในสายตาปะป๊า หนูก็เป็นเด็ก 5 ขวบอยู่ดีวันยันค่ำ อยากอุ้มเล่น ผมปฏิบัติกับเขาเหมือนเด็ก 5 ขวบตลอดเวลา จูงมือ ทำอะไรให้ เปิดประตูให้ หาอะไรให้กิน ซึ่งจริง ๆ ไม่ต้องทำก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กเปี๊ยกตลอดเวลา และผมชอบความรู้สึกนั้นมาก ลูก ๆ ก็ชอบความรู้สึกนั้นครับ

หลายครั้งที่คนไม่รู้ว่าผมมีลูก เวลาผมตอบปัญหาในคอนเทนต์ผม ก็จะมีคอมเมนต์ว่า “มึงไปมีลูกก่อนดีกว่าไป มึงทำมารู้ดี” ผมก็ไม่อ่านนะ ไม่ตอบโต้ เพราะผมรู้สึกว่าเวลาใครวิพากษ์วิจารณ์เราโดยไม่รู้จักเราจริง ๆ นอกจากมึงจะเสร่อแล้วยังดูน่าขบขันด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...