โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยกระดับ”มั่นคง”ภาวะสงคราม ตร.เอกซเรย์คุมเข้ม”พื้นที่เสี่ยง”

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สงครามระดับภูมิภาคตะวันออกกลางกับสงครามโลกครั้งที่ 3 มีเพียงเส้นบางๆ แบ่งกั้น ไม่มีใครรับรองได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น เมื่อ “ขั้วอำนาจเก่า” สหรัฐอเมริกาจับมืออิสราเอลโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงต่อเนื่องหลายวัน สังหารระดับผู้นำสูงสุดอิหร่าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศและกองทัพเสียชีวิตหลายสิบราย ขณะที่ประชาชนต้องสังเวยชีวิตไปแล้วหลายร้อยคน เกือบ 200 ชีวิตเป็นนักเรียนหญิงถูกบอมบ์ด้วยขีปนาวุธขณะเรียนหนังสือ

“เตหะราน” ตอบโต้อย่างหนักด้วยขีปนาวุธที่ทันสมัย ขยายวงกว้างโจมตีประเทศพันธมิตรอเมริกาที่ให้ใช้พื้นที่เป็นฐานทัพ ไม่ว่าจะเป็น อิรัก คูเวต บาร์เรน การ์ตา ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ได้รับความเสียหายอย่างหนักกันทั้ง 2 ฝ่าย ส่อเค้าจะบานปลาย “ขั้วอำนาจใหม่” อย่างจีน-รัสเซีย เริ่มขยับ “ปักกิ่ง” ประกาศพร้อมหนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตยของตนเอง ซัดสหรัฐ อิสราเอลละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ จงใจยั่วยุให้เกิดสงครามกับอิหร่าน ขณะที่ “ทรัมป์” อ้างเปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน เพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามใกล้ตัว

สถานการณ์โลกเข้าสู่ภาวะตึงเครียด สงครามยกระดับความขัดแย้ง จะจบเมื่อไหร่ จบอย่างไร หรือจะติดหล่มไปอีกหลายปี ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ ทันทีที่ระเบิดปะทุ พลังงานโลกป่วนป่วนทันที อิหร่านเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันไปทั่วโลกมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกน้ำมันทางทะเลของประเทศอาหรับหรือตะวันออกกลางต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน เป็นไปตามคาด เตหะรานสิ่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบต้องหยุดการเดินเรือทันที กองกำลังอิหร่านประกาศว่าเรือลำใดฝ่าฝืนจะต้องถูกเผาย่อยยับ กำเนิดสงครามด้านเศรษฐกิจทั่วโลก

ทั้งสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่านมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมานาน ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ตกอยู่ในภาวะสงครามมีคนไทยอาศัยกว่า 110,000 คน มากที่สุดคือประเทศอิสราเอลกว่า 65,000 คน ในภาคแรงานเกษตร ยูเออี 20,163 คน ซาอุฯ 7,342 คน ส่วนที่อิหร่าน ประมาณ 250 คน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนติดตามสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือคนไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ตั้งวอร์รูม 24 ชั่วโมง เร่งอพยพคนไทยที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะที่อยู่ในอิหร่าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ส่วนราชการออกจากพื้นที่เดินทางกลับไทยให้เร็วที่สุด

ด้าน “ความมั่นคง” นายกฯ อนุทินเรียกผู้บัญชาการเหล่าทัพ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถกมาตรการความมั่นคงภายในประเทศ ยกระดับความปลอดภัย สั่งให้ฝ่ายข่าว-ตำรวจ ติดตามเฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง ติดตามบุคคลที่เข้า-ออกประเทศ ที่อาจเข้ามาก่อความไม่สงบ รวมทั้งติดตามโซเชียลที่อาจบิดเบือนสร้างความขัดแย้ง

ประเทศไทยเป็นประเทศเปิด มีหลากหลายเชื้อชาติที่เข้ามาพักอาศัยในคราบนักท่องเที่ยว นักธุรกิจการลงทุน รวมทั้งคนร้ายที่แฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรม ทั้งปัจเจกบุคคล องค์กร หรือระดับชาติ หลายเหตุการณ์ความขัดแย้งไทยถูกใช้เป็นที่ก่อเหตุล้างแค้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในอดีต ปี 2537 ชาวอิหร่านขับรถบรรทุกปุ๋ยยูเรีย ระเบิดซีโฟร์ หวังบึ้มสถานทูตอิสราเอล แต่เกิดเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์บริเวณหน้าห้างชิดลม คนร้ายชาวอิหร่านทิ้งรถหลบหนีไป ปีเดียวกันผู้ก่อการร้าย 2 คน เตรียมก่อวินาศกรรม นำรถบรรทุกปุ๋ยยูเรียและส่วนผสมระเบิดเต็มคันรถ อาทิ ถังน้ำมันโซลาร์ ระเบิดซีโฟร์ 2 ปอนด์ ดินระเบิดซีโฟร์ พร้อมเชื้อปะทุหวังระเบิดสถานทูตสหรัฐ ถนนวิทยุ แต่แผนล้มเหลว รถบรรทุกประสบอุบัติเหตุก่อนถึงเป้าหมาย ทำให้โศกนาฏกรรมใจกลางกรุงเทพฯ แคล้วคลาดหวุดหวิดอีกครั้ง

ต่อด้วยปี 2555 เกิดเหตุระเบิดที่บ้านพักภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ย่านคลองตัน ซึ่งมีชาวอิหร่าน 3 คน เป็นผู้เช่า หลังเกิดเหตุต่างคนต่างหลบหนี หนึ่งในคนร้ายได้เรียกแท็กซี่จอด แต่คนขับไม่จอด คนร้ายได้ใช้ระเบิดปาใส่แท็กซี่ คนขับได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจเข้าปิดล้อมจับกุมคนร้ายหวังปาระเบิดใส่ตำรวจ แต่พลาดหล่นลงพื้นเกิดระเบิด ทำให้คนร้ายขาขาดได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ พบระเบิดแสวงเครื่องหลายรายการ แนวทางการสืบสวนคนร้ายเตรียมก่อเหตุบึ้มสถานทูตอิสราเอล แต่เกิดพลาดระเบิดเสียก่อน

ถอดบทเรียนเหตุการณ์ที่ผ่านมา “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์ และสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่อาจก่อเหตุ หรือกระทำผิดกฎหมายที่จะส่งผลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะประเทศเฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้า-ออกตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ

รวมทั้งประสานข้อมูลข่าวสารกับต่างประเทศ ประเทศสมาชิก องค์การตำรวจสากล หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง ใช้กลไกช่องทางกงสุล (ฝ่ายตำรวจ/ทูตฝ่ายตำรวจ) ในการประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

“บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ดูแลฝ่ายความมั่นคง กางแผนดูแลความปลอดภัยชาวตะวันออกที่อยู่ในประเทศไทย แบ่งกำลังเป็น 4 ส่วน ส่วนแรก ตรวจสอบรวบรวมข้อมูลชาวต่างชาติในกลุ่มประเทศคู่ขัดแย้งว่าพำนักอยู่ที่ไหน ทั้งในส่วนของฝ่ายที่อาจเป็นผู้กระทำและฝ่ายที่เป็นผู้ถูกกระทำ ส่วนที่ 2 สถานที่ที่เป็นที่รวมตัวจัดกิจกรรมให้ตำรวจสันติบาล, ตำรวจพื้นที่, สตม. และตำรวจท่องเที่ยว เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ ส่วนที่ 3 คือ ในจังหวัดที่มีการรวมตัวกันบ่อย ให้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ส่วนที่ 4 คือ สถานที่ทำงานจะมีตำรวจสันติบาลและตำรวจนครบาลดูแลเฝ้าระวัง ส่วนสถานทูตประเทศคู่ขัดแย้งในพื้นที่นครบาล เพิ่มกำลังดูแลความเข้ม พร้อมเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้มีการผสมโรงสร้างสถานการณ์ทั้งในเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง และปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาจสวมรอยก่อเหตุความไม่สงบในช่วงนี้ด้วย

โดยเฉพาะพื้นที่นครบาล “บิ๊กยาม” พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.สั่งเข้มเฝ้าระวังพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอย่างสถานทูต ชาบัดเฮาส์ โบสถ์ยิว ที่พักอาศัยกลุ่มชาวยิว มัสยิด ชุมชนชาวชีอะห์ สนามบิน พร้อมทั้งระบบขนส่งมวลชน จุดเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เช่น สถานีสยามสแควร์ สถานีอโศก พร้อมทั้งสำรวจกล้องวงจรปิดและมุมกล้องแต่ละพื้นที่ให้อยู่ในสภาพใช้งาน รวมทั้งจัดรถสายตรวจออกตรวจตามวงรอบ ตั้งจุดตรวจเป็นระยะเฝ้าระวังเหตุ

ภาวะสงครามไทยต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าให้ข้างใดข้างหนึ่งชักนำลากเข้าสู่ความขัดแย้ง ความมั่นคงในประเทศต้องมาก่อน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...