โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามตะวันออกกลางยังระอุ อิหร่านเสียชีวิตพุ่งกว่า 1,000 ราย ด้านกลุ่มเคิร์ดประกาศเตรียมเข้าร่วมสงครามอิหร่านภายใน 7–10 วัน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สงครามตะวันออกกลางยังระอุ สื่ออิหร่านเผยยอดผู้เสียชีวิตพุ่งกว่า 1,000 ราย หลังถูกโจมตีร่วมโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านตอบโต้โจมตีท่าเรือในอ่าวเปอร์เซีย ด้าน “ทรัมป์” ย้ำปฏิบัติการถล่มอิหร่านยังเดินหน้าต่อ ประเมินสถานการณ์สหรัฐ “15 เต็ม 10” พร้อมระบุคลังขีปนาวุธของเตหะรานถูกกวาดล้าง ขณะที่ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวสนับสนุนกองกำลังเคิร์ดเปิดศึกภาคพื้นดิน — อิสราเอลยิงจรวดถล่มเลบานอน มุ่งเป้าฐานบัญชาการฮิซบอลเลาะห์ พร้อมเตือนประชาชนเร่งอพยพ — สหรัฐฯ ยอมรับไม่สามารถสกัดโดรนอิหร่านได้ทั้งหมด เตรียมหันทำลายฐานปล่อยแทน — ด้านกลุ่มเคิร์ดประกาศเตรียมเข้าร่วมสงครามอิหร่านภายใน 7–10 วัน

วันที่ 5 มี.ค. 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสื่อของ อิหร่าน รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,000 คน จากการโจมตีทางทหารร่วมกันระหว่าง อิสราเอล และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของอิหร่านหลายแห่ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารต่อ อิหร่าน จะยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังตัดสินใจให้มีการปฏิบัติการ โดยย้ำว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม มีรายงานตอบโต้จากฝั่ง อิหร่าน ว่าได้ทำการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงท่าเรือ สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบขนส่งและเศรษฐกิจในพื้นที่

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายในประชาคมระหว่างประเทศแสดงความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างและนำไปสู่ความไม่มั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางและตลาดพลังงานโลก หากการเผชิญหน้าทางทหารยังคงทวีความรุนแรงต่อไป

"ทรัมป์" ชี้ปฏิบัติการ ถล่ม อิหร่าน เดินหน้าต่อ คะแนนสถานการณ์สหรัฐ “15 เต็ม 10” ลั่นคลังขีปนาวุธเตหะรานถูกกวาดล้าง ขณะ ทำเนียบขาว ปัดข่าวหนุนกองกำลังเคิร์ดเปิดศึกภาคพื้นดิน

วันที่ 5 มี.ค. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารต่อ อิหร่าน ภายใต้รหัส “มหากาพย์พิโรธ” (Epic Fury) ว่า กองกำลังในแนวหน้าทุกฝ่ายกำลังปฏิบัติภารกิจได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมระบุว่าสถานการณ์ของสหรัฐในขณะนี้ “แข็งแกร่งมาก” หากประเมินเป็นคะแนน จะอยู่ที่ระดับ “15 เต็ม 10”

ผู้นำสหรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า คลังแสงขีปนาวุธนำวิถีของรัฐบาลเตหะรานกำลังถูก “กวาดล้างอย่างรวดเร็ว” และย้ำว่าเหตุผลของปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านพยายามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาคและโลก

โดนัลด์ ทรัมป์ ยังยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารจะ “เดินหน้าต่อไป” แม้จะมีการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของ อิหร่าน ไปแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ผู้นำสหรัฐยังไม่ได้เปิดเผยแผนการอย่างชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของอิหร่านหลังสงครามว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทั้งชุด หรือการเจรจากับกลุ่มอำนาจเดิมที่ยินยอมร่วมมือกับรัฐบาลวอชิงตัน

ขณะเดียวกัน นาง แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ปฏิเสธรายงานของ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ที่ระบุว่า สหรัฐเตรียมสนับสนุนอาวุธให้กับกองกำลังชาวเคิร์ดในอิหร่าน เพื่อเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินในการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลเตหะราน

อย่างไรก็ตาม โฆษกทำเนียบขาวยอมรับว่า รัฐบาลสหรัฐได้มีการหารือกับคณะผู้นำชาวเคิร์ดจริง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง

"อิสราเอล" ยิงจรวดถล่ม "เลบานอน" มุ่งเป้าฐานบัญชาการฮิซบอลเลาะห์ เตือน ปชช.เร่งอพยพ

วันที่ 5 มี.ค. 2569 มีรายงานว่า กองทัพอิสราเอล เดินหน้าโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ในประเทศเลบานอน โดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล ไอดีเอฟ แถลงว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในช่วงข้ามคืนต่อเนื่องถึงวันที่ 5 มี.ค. พุ่งเป้าไปที่ศูนย์บัญชาการหลายแห่งของกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต

โดย ไอดีเอฟ ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นระลอกการโจมตีฐานข่าวกรอง โดยศูนย์บัญชาการแห่งหนึ่งเป็นฐานปฏิบัติงานของหน่วยอากาศยานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลโจมตีหลายพื้นที่ในเลบานอน หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ร่วมสู้กับอิหร่าน โดยเปิดฉากยิงจรวดโจมตีจากเลบานอนเข้าใส่อิสราเอล เพื่อแก้แค้นให้กับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ถูกสังหารเสียชีวิต ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน อิสราเอล ได้ออกคำสั่งเตือนให้ประชาชนทางตอนใต้ของเลบานอน รวมถึงพื้นที่ใกล้กรุงเบรุตอพยพ เพื่อความปลอดภัย ก่อนที่กองทัพอิสราเอลจะปฏิบัติการทางทหารถล่มใส่เลบานอน

สหรัฐฯ ยอมรับ ยิงสกัดโดรนอิหร่านไม่หมด เล็งทำลายฐานปล่อยแทนการสกัดทั้งหมด

วันที่ 5 มี.ค. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาในการประชุมลับเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ว่า กองทัพสหรัฐฯ อาจไม่สามารถสกัดโดรนของอิหร่าน ได้ทุกลำที่ถูกส่งมาโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ซึ่งนำโดย Dan Caine ประธานคณะเสนาธิการร่วม ระบุว่า อิหร่านได้ใช้โดรนโจมตีแบบใช้ครั้งเดียวจำนวนหลายพันลำ แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีศักยภาพในการยิงสกัดโดรนส่วนใหญ่ได้ แต่ก็ไม่สามารถทำลายได้ทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้ ในการบรรยายสรุปลับต่อสมาชิกรัฐสภา กองทัพสหรัฐฯ จึงให้ความสำคัญกับการทำลายฐานปล่อยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านให้เร็วที่สุด เพื่อลดการโจมตีต่อฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า อิหร่านใช้โดรนรุ่น Shahed drone ซึ่งเป็นโดรนราคาประหยัดแบบโจมตีครั้งเดียว โดยโดรนชนิดนี้บินต่ำและมีความเร็วไม่สูง ทำให้สามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบดั้งเดิมได้ดีกว่าขีปนาวุธ

เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมองว่า กลยุทธ์ของอิหร่านคือการบังคับให้สหรัฐฯ ต้องใช้ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธราคาแพง เช่น Patriot missile system และ THAAD เพื่อรับมือกับโดรนราคาถูก ซึ่งทำให้ต้นทุนในการป้องกันสูงมาก

ด้านสมาชิกพรรคเดโมแครตระดับสูงใน United States Congress แสดงความกังวลว่า สหรัฐฯ กำลังใช้ระบบสกัดกั้นราคาแพงจำนวนมากเพื่อป้องกันอาวุธราคาถูกจากอิหร่าน ขณะที่พล.อ.เคนยอมรับถึงความกังวลดังกล่าว แม้จะยืนยันต่อสาธารณะว่าสหรัฐฯ ยังมีคลังอาวุธเพียงพอสำหรับภารกิจทั้งเชิงรุกและเชิงป้องกัน

“เรามีกระสุนที่มีความแม่นยำสูงเพียงพอสำหรับภารกิจที่กำลังดำเนินอยู่ ทั้งในด้านการโจมตีและการป้องกัน” พล.อ.เคนกล่าว

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ในช่วงแรกของความขัดแย้ง สหรัฐฯ ต้องใช้ค่าใช้จ่ายทางทหารสูงถึงประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ราว 6.3 หมื่นล้านบาท) ก่อนที่ค่าใช้จ่ายจะลดลงเหลือใกล้เคียง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ประมาณ 3.16 หมื่นล้านบาท) และคาดว่าจะลดลงอีกเมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป

กลุ่มเคิร์ด ประกาศเตรียมร่วมสงครามอิหร่าน ภายใน 7–10 วัน

วันที่ 5 มี.ค. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กลุ่มชาวเคิร์ดที่ต่อต้านรัฐบาลอิหร่านกำลังเตรียมเข้าร่วมความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดและขยายวงมากขึ้น

รายงานระบุว่า กองกำลังชาวเคิร์ดซึ่งตั้งฐานอยู่ในเขตปกครองตนเองทางตอนเหนือของอิรัก กำลังเตรียมการปฏิบัติการทางทหารข้ามพรมแดนเข้าสู่อิหร่าน โดยมีข้อมูลว่าสหรัฐอเมริกาได้ติดต่อขอให้ชาวเคิร์ดในอิรักให้การสนับสนุนด้วย

กลุ่มชาวเคิร์ดเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกองกำลังฝ่ายต่อต้านอิหร่านที่มีการจัดตั้งและฝึกฝนดีที่สุด โดยคาดว่ามีนักรบหลายพันคน หากเข้าร่วมสงครามจริง อาจสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อรัฐบาลเตหะราน และยังเสี่ยงทำให้อิรักถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งด้วย

คาลิล นาดีรี เจ้าหน้าที่ของพรรคเสรีภาพเคิร์ด (PAK) ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเคิร์ดของอิรัก เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า กองกำลังบางส่วนได้เคลื่อนกำลังไปยังพื้นที่ใกล้ชายแดนอิหร่านในจังหวัดสุไลมานิยาห์ และอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการ

เขายังระบุด้วยว่า ผู้นำชาวเคิร์ดได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหาร แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนหรือจัดหาอาวุธให้กับกองกำลังใดโดยเฉพาะ แม้จะยอมรับว่าอาจมีหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

หากกลุ่มชาวเคิร์ดจากอิหร่านและอิรักเข้าร่วมการสู้รบ จะถือเป็นการส่งกำลังภาคพื้นดินขนาดใหญ่เข้าสู่สมรภูมิเป็นครั้งแรก โดยกองกำลังเหล่านี้มีประสบการณ์การรบจากการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS)

ด้านเจ้าหน้าที่จากกลุ่มโคมาลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มชาวเคิร์ดในอิหร่าน เปิดเผยว่า กองกำลังของพวกเขากำลังเตรียมพร้อมที่จะข้ามพรมแดนภายใน 7-10 วัน และกำลังรอจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติการ

ชาวเคิร์ดในอิหร่านมีประวัติการต่อต้านรัฐบาลมาอย่างยาวนาน ทั้งในยุคสาธารณรัฐอิสลามปัจจุบันและในสมัยราชวงศ์ของชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ก่อนการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ซึ่งเคยเกิดการลุกฮือและการสู้รบกับกองกำลังรัฐบาลหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มชาวเคิร์ดจะมีเป้าหมายร่วมกันในการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน แต่ก็ยังมีความขัดแย้งกับฝ่ายต่อต้านอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุนเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารอิหร่านในต่างแดน ซึ่งกล่าวหาว่ากลุ่มเคิร์ดต้องการแบ่งแยกดินแดน

ขณะเดียวกัน ความเป็นไปได้ของปฏิบัติการดังกล่าวยังทำให้ผู้นำชาวเคิร์ดในอิรักต้องเผชิญสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากเกรงว่าการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงอาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดอิรัก 3 คนเปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า เมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์หารือกับมาซูด บาร์ซานี และบาเฟล ทาลาบานี ผู้นำสองพรรคการเมืองใหญ่ของชาวเคิร์ดในอิรัก ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยเคิร์ด (KDP) และพรรคสหภาพรักชาติเคิร์ด (PUK) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน

แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้ขอให้ผู้นำชาวเคิร์ดอิรักสนับสนุนกลุ่มชาวเคิร์ดอิหร่าน และเปิดพรมแดนเพื่อให้กองกำลังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก

อย่างไรก็ตาม แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเพียงว่า ทรัมป์ได้หารือกับผู้นำชาวเคิร์ดเกี่ยวกับฐานทัพสหรัฐฯ ในภาคเหนือของอิรัก แต่ไม่ได้ยืนยันว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการใดโดยเฉพาะ

ด้านเจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดอิรักยอมรับว่า มีความกังวลอย่างมากต่อความเสี่ยงในการตอบโต้จากอิหร่าน เนื่องจากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พื้นที่เคิร์ดในอิรักเผชิญการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธหลายครั้ง โดยมีเป้าหมายทั้งฐานทัพสหรัฐฯ สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเออร์บิล และฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ด

ขณะที่พรรค PUK ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า บาเฟล ทาลาบานี ได้หารือกับทรัมป์จริง และผู้นำสหรัฐฯ ได้อธิบายวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเป้าหมายของสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้ แต่พรรคยังย้ำว่าทางออกที่ดีที่สุดของสถานการณ์คือการกลับไปสู่โต๊ะเจรจา

ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลภูมิภาคเคิร์ดในอิรักปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อประเด็นดังกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...