โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทูลกระหม่อมหญิง เยือนเบอร์ลิน แนะอาหารไทยเป็นยาสู่เวทีโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จร่วมงานท่องเที่ยวเที่ยวโลก –ไอทีบี เบอร์ลิน แนะนำอาหารไทยเป็นยารับเทรนด์เวลเนสโลก พร้อมสาธิต “ส้มตำถาด” สื่อกลางแห่งมิตรภาพและสุขภาพ ทรงเน้นย้ำต้องรุกเศรษฐกิจสูงวัยเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฮับแห่งการแพทย์ดึงดูดกลุ่มสูงวัยกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 14.56 น.ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเข้าร่วมงาน Internationale Tourismus-Borse Berlin (ITB Berlin) 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 มี.ค.69 ที่เบอร์ลิน เอ็กซ์โป ซีตี้ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีน.ส.นัทรียา ทวีวงศปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คณะกรรมการททท. น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. พนักงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เฝ้ารับเสด็จ โดย น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวรายงานรายนามผู้บริหารและสื่อมวลชนที่เข้าเฝ้า

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงกล่าวถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่ยาวนานกว่า 164 ปี นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2405 ความร่วมมือระหว่างสองประเทศครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การเดินเรือ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยประเทศไทยเข้าร่วมงาน ITB Berlin อย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาและขยายตลาดนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของยุโรป

ในทางประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกในปี ค.ศ. 1897 และเสด็จไปรักษาพระองค์ด้วยการแช่น้ำแร่ ณ เมืองบาดฮอมบวร์ค ประเทศเยอรมนี ต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาลาไทยพระราชทานแก่เมืองดังกล่าว และในสมัยรัชกาลที่ 9 ได้มีการสร้างศาลาไทยหลังที่สองเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี การเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 ความร่วมมือในอดีตยังรวมถึงบทบาทของวิศวกรและสถาปนิกชาวเยอรมันที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย อาทิ สถานีรถไฟหัวลำโพงและหลังคาโดมของ พระที่นั่งอนันตสมาคม สถาปัตยกรรมสำคัญหลายแห่ง ซึ่งสะท้อนความผูกพันที่ลึกซึ้งและยั่งยืน

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงเน้นย้ำว่า ไทยมีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งภูเขา ทะเล และบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยไม่เพียงเป็นการพักผ่อน แต่เป็นการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ และการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะที่กระแสการดูแลสุขภาพเพื่ออายุยืน หรือลองจิวิตี้ ที่กำลังได้รับความนิยมในคนรุ่นใหม่นั้น หากต้องการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพต้องดูแลทั้งกายและใจควบคู่กันทั้งการทานอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกาย พักผ่อนให้พอ และต้องรักษาอารมณ์ให้ดี ไม่เครียด ไม่อิจฉาริษยา หรือเกลียดชัง เพราะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกาย การมีสุขภาพที่ดีทั้งสองด้าน จะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตและเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขต่อเนื่อง

ทั้งนี้ไทยได้รับการยอมรับในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญโดยที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด จึงจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอายุยืน เพื่อดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ สามารถดำรงบทบาทเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของสังคม

นอกจากนี้เรื่องของอาหารไทยมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและถือเป็นยาตามภูมิปัญญาไทย เนื่องจากอุดมด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศที่ช่วยบำรุงร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง มัสมั่น หรือข้าวแช่ รวมถึงส้มตำถาดที่สะท้อนวัฒนธรรมการแบ่งปันของภาคอีสานที่ในวิถีชีวิตของชาวบ้านจะนำอาหารหลากหลายชนิดมารวมกันเพื่อรับประทานร่วมกัน โดยองค์ประกอบที่หลากหลายเมื่อนำมาปรุงรวมกันจะเกิดรสชาติที่ “นัว” และกลมกล่อม โดยการทำส้มตำถาดจึงไม่ใช่เพียงแค่การทำอาหาร แต่เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้คนมาชุมนุมกันมาหากินร่วมกันมีความสุขร่วมกันเพื่อสร้างมิตรภาพ ความสุข และสุขภาพจิตที่ดีไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการมีชีวิต

ภายในงาน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงสาธิต “ส้มตำถาด” ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการแบ่งปันของภาคอีสาน โดยส้มตำถาดประกอบด้วยวัตถุดิบหลากหลาย เช่น มะละกอ พริก กระเทียม ขนมจีน ปลาร้า หมูยอ กุ้ง และแคบหมู ให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน

พระองค์ทรงชี้ว่า การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นการสร้างมิตรภาพ ความสุข และสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการมีชีวิตรณสาเหตุที่เลือกสาธิตส้มตำถาดแทนข้าวแช่ ทรงเล่าว่าในตอนแรกจะแนะนำเป็นเมนู ข้าวแช่ แต่เนื่องจากข้าวแช่ทำยากมาก ประกอบกับสถานที่จัดงาน (ฮอลล์) ไม่อนุญาตให้จุดไฟ จึงไม่สามารถทำได้ จึงเปลี่ยนมาทำส้มตำถาดแทน หรือเมนูประเภทยำ เพราะมีความสวยงามและสามารถทำสาธิตในงานได้จริง

ทั้งนี้ส้มตำถาดมีจุดกำเนิดมาจากบรรยากาศ งานบุญ ของชาวบ้านในสมัยก่อน ที่ทุกคนจะมาชุมนุมกัน นำอาหารและวัตถุดิบที่แต่ละคนมีมารวมกันเพื่อช่วยกันทำและเลี้ยงดูกัน มีลักษณะคล้ายกับวัฒนธรรม "Potluck"ของฝรั่ง คือมีอะไรอยู่ตรงหน้าก็นำมาใส่รวมกันได้หมด นอกจากคุณค่าโภชนาการที่ครบถ้วนแล้ว ทรงระบุเจาะจงถึงสรรพคุณของวัตถุดิบในส้มตำว่า พริก เป็นสมุนไพรที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ส่วนกระเทียมช่วยทำให้หัวใจแข็งแรงรวมถึงมีการกล่าวถึงการใส่มะเขือเทศเพิ่มเติมด้วย ขณะที่เคล็ดลับความ "นัว"ทรงกล่าวถึงการใส่ “ปลาร้า"ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อาหารมีรสชาติ "นัว“เมื่อนำมาทานร่วมกับส่วนผสมอื่นๆ ที่มีรสสัมผัสกรุบกรอบอย่างแคบหมู หมูยอ กุ้ง และขนมจีน ก็จะเข้ากันได้อย่างลงตัวและอร่อยมาก ทรงเน้นย้ำว่าส้มตำถาดเป็นเมนูที่ ใส่อะไรก็ได้ ที่เรามี เพื่อความอร่อย เพื่อมิตรภาพ และเพื่อสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆ กัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...