โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์ ค้ายาผ่านแอปฯดัง ส่งเดลิเวอรี่ทั่วเกาะพะงัน

Khaosod

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 09.01 น.

รวบหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์ ค้ายาผ่านแอปฯดัง ส่งเดลิเวอรี่ทั่วเกาะพะงัน พบของกลางเพียบ มีทั้งเคตามีน เคตามีนแบบเยลลี่ โคเคน ยางกัญชา

วันที่ 5 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัยกุทหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ ส่งยาเสพติดแบบเดลิเวอรี่ผ่านแอปฯ ดัง ส่งยาเสพติดถึงมือนักท่องเที่ยว พบของกลางยาเสพติดหลายรายการ พร้อม "เคตามีนสูตรเยลลี่" และเงินสดที่ได้จากการค้ายาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ

จากงานข่าวเชิงลึกของชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งว่ามีชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังคือ นาย PEDRO สัญชาติ บราซิล มีพฤติกรรมเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน โดยเจ้าตัวมักจะใช้แอปพลิเคชัน WhatsApp ในการส่งเมนูยาเสพติดและพิกัดนัดพบ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

จากนั้น พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้รายงาน พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ผู้บังคับบัญชาให้รับทราบ พร้อมสั่งการให้สายลับทำการล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งมอบของบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่หมู่ 7 ต.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้คนพลุกพล่านเพื่อให้กลมกลืนกับนักท่องเที่ยวทั่วไป

เมื่อถึงเวลานัดหมาย นาย PEDRO ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนดูลาดเลาอย่างย่ามใจ ก่อนจะจอดรถเพื่อส่งมอบยา เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบกระเป๋าคาดอกสีดำ ซึ่งภายในบรรจุยาเสพติดหลายชนิด ได้แก่ โคเคน ลักษณะเป็นผงสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 6 ถุง,

เอกซ์ตาซี ลักษณะเป็นเม็ดสีส้ม จำนวน 1 เม็ด, เคตามีน ลักษณะเป็นผงเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 6 ถุง , เคตามีน สูตรเยลลี่ ซึ่งเป็นการดัดแปลงรูปแบบยาเสพติดเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และดึงดูดกลุ่มวัยรุ่น โดยการห่อด้วยกระดาษฟอยล์อย่างดี จำนวน 3 ชิ้น และเงินสดจำนวน 106,200 บาท ที่คาดว่าเป็นรายได้จากการจำหน่ายยาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปตรวจค้นห้องพักของนาย PEDRO ผู้ต้องหา พบว่ามีการใช้ตู้เย็นในการเก็บรักษา "ยางกัญชา" เพื่อคงสภาพและกลิ่น ซึ่งถือเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าไม่ได้มีไว้เพื่อเสพเอง แต่มีไว้เพื่อจำหน่ายโดยเฉพาะ

จากการตรวจสอบระบบฐานข้อมูล สตม. พบว่านาย PEDRO เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และได้รับการต่ออายุให้อยู่ได้ถึงปี พ.ศ. 2569 แต่กลับใช้ช่องว่างนี้ในการประกอบอาชีพผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นาย PEDRO กระทำความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี) , ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต”

และ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ยางกัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลในโทรศัพท์มือถือไปยังเครือข่ายชาวต่างชาติรายอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เราจะไม่เพียงแค่ดำเนินคดีอาญาในไทยจนถึงที่สุดเท่านั้น แต่หลังจากพ้นโทษ ผู้ต้องหารายนี้จะถูกเนรเทศและ ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศไทยตลอดไป เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวรายอื่นและพี่น้องประชาชน

พร้อมสั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัด กวดขันจับกุมคนต่างชาติที่กระทำความผิด รวมถึงผู้ที่หลบหนีการกระทำความผิดเข้ามากบดานในประเทศไทยจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์ ค้ายาผ่านแอปฯดัง ส่งเดลิเวอรี่ทั่วเกาะพะงัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...