รวบหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์ ค้ายาผ่านแอปฯดัง ส่งเดลิเวอรี่ทั่วเกาะพะงัน
รวบหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์ ค้ายาผ่านแอปฯดัง ส่งเดลิเวอรี่ทั่วเกาะพะงัน พบของกลางเพียบ มีทั้งเคตามีน เคตามีนแบบเยลลี่ โคเคน ยางกัญชา
วันที่ 5 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัยกุทหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ ส่งยาเสพติดแบบเดลิเวอรี่ผ่านแอปฯ ดัง ส่งยาเสพติดถึงมือนักท่องเที่ยว พบของกลางยาเสพติดหลายรายการ พร้อม "เคตามีนสูตรเยลลี่" และเงินสดที่ได้จากการค้ายาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ
จากงานข่าวเชิงลึกของชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งว่ามีชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังคือ นาย PEDRO สัญชาติ บราซิล มีพฤติกรรมเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน โดยเจ้าตัวมักจะใช้แอปพลิเคชัน WhatsApp ในการส่งเมนูยาเสพติดและพิกัดนัดพบ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
จากนั้น พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้รายงาน พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ผู้บังคับบัญชาให้รับทราบ พร้อมสั่งการให้สายลับทำการล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งมอบของบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่หมู่ 7 ต.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้คนพลุกพล่านเพื่อให้กลมกลืนกับนักท่องเที่ยวทั่วไป
เมื่อถึงเวลานัดหมาย นาย PEDRO ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนดูลาดเลาอย่างย่ามใจ ก่อนจะจอดรถเพื่อส่งมอบยา เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบกระเป๋าคาดอกสีดำ ซึ่งภายในบรรจุยาเสพติดหลายชนิด ได้แก่ โคเคน ลักษณะเป็นผงสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 6 ถุง,
เอกซ์ตาซี ลักษณะเป็นเม็ดสีส้ม จำนวน 1 เม็ด, เคตามีน ลักษณะเป็นผงเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 6 ถุง , เคตามีน สูตรเยลลี่ ซึ่งเป็นการดัดแปลงรูปแบบยาเสพติดเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และดึงดูดกลุ่มวัยรุ่น โดยการห่อด้วยกระดาษฟอยล์อย่างดี จำนวน 3 ชิ้น และเงินสดจำนวน 106,200 บาท ที่คาดว่าเป็นรายได้จากการจำหน่ายยาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปตรวจค้นห้องพักของนาย PEDRO ผู้ต้องหา พบว่ามีการใช้ตู้เย็นในการเก็บรักษา "ยางกัญชา" เพื่อคงสภาพและกลิ่น ซึ่งถือเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าไม่ได้มีไว้เพื่อเสพเอง แต่มีไว้เพื่อจำหน่ายโดยเฉพาะ
จากการตรวจสอบระบบฐานข้อมูล สตม. พบว่านาย PEDRO เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และได้รับการต่ออายุให้อยู่ได้ถึงปี พ.ศ. 2569 แต่กลับใช้ช่องว่างนี้ในการประกอบอาชีพผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นาย PEDRO กระทำความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี) , ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต”
และ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ยางกัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลในโทรศัพท์มือถือไปยังเครือข่ายชาวต่างชาติรายอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เราจะไม่เพียงแค่ดำเนินคดีอาญาในไทยจนถึงที่สุดเท่านั้น แต่หลังจากพ้นโทษ ผู้ต้องหารายนี้จะถูกเนรเทศและ ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศไทยตลอดไป เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวรายอื่นและพี่น้องประชาชน
พร้อมสั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัด กวดขันจับกุมคนต่างชาติที่กระทำความผิด รวมถึงผู้ที่หลบหนีการกระทำความผิดเข้ามากบดานในประเทศไทยจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกราย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบหนุ่มบราซิล ผันตัวเป็นเอเย่นต์ ค้ายาผ่านแอปฯดัง ส่งเดลิเวอรี่ทั่วเกาะพะงัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th