วิริยะประกันภัย ห่วงราคาอีวีผันผวน ช่องโหว่ฉ้อฉลประกัน ปี 69 ตั้งเป้าเบี้ย 4.47 หมื่นลบ.
วิริยะประกันภัย ห่วงราคาอีวีผันผวน ช่องโหว่ฉ้อฉลประกัน ปี 69 ตั้งเป้าเบี้ย 4.47 หมื่นล้านบาท
นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 44,646 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% โดยแบ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ (Motor) มูลค่า 38,865 ล้านบาท และ ประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) มูลค่า 5,780 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 9.7%
นายอมร กล่าวว่า สำหรับแผนดำเนินงานในปี 2569 บริษัทจะขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. การพัฒนางานบริการด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างความเป็นเลิศในการบริการ 2.การนำข้อมูล (Data) มาใช้เจาะลึก เพื่อสร้างแดชบอร์ด (Dashboard) ให้ผู้บริหารนำมาให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ 3.การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้วยการอบรมพัฒนาทักษะการทำงานตามสายวิชาชีพ และส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเอไอ เป็นต้น ทั้งนี้ จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ที่ผ่านมา บริษัทได้นำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ไม่สามารถเดินทางมาทำเคลมได้ (เช่น วิดีโอคอล) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในการเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการ และบริษัทมีแผนจะขยายผลการใช้นวัตกรรมนี้เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่คาดว่าจะรุนแรงและเกิดถี่ขึ้นในอนาคต
จับตาราคารถอีวีผันผวนช่องโหว่ฉ้อฉลประกัน
นายอมร กล่าวว่า ในส่วนของทิศทางตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยรถ EV สูงกว่ารถยนต์สันดาปประมาณ 20% โดยอัตราเบี้ยจะผันแปรไปตามรุ่น เนื่องจากต้นทุนค่าซ่อม ค่าแรง และค่าอะไหล่ที่ไม่เท่ากัน ทางบริษัทประกันจึงต้องหารือและลงรายละเอียดกับทางผู้ผลิต เพื่อคำนวณหาค่าเบี้ยประกันและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มทยอยปรับเบี้ยขึ้นแล้ว และจะยังคงมีการทยอยปรับขึ้นอีกในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการตั้งราคาเบี้ยยังประเมินได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากยอดขายของรถอีวีในตลาดยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งต้องรอดูตัวเลขปิดงวดก่อน นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าจับตาคือ การประกาศลดราคารถ EV อย่างรุนแรงของบางค่ายรถยนต์ ซึ่งสร้างความเสี่ยงโดยตรงต่อการรับประกันภัย เนื่องจากเมื่อราคารถตกลงจนต่ำกว่าทุนประกันที่ลูกค้าเคยทำไว้เดิม อาจเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพหรือผู้เอาประกันบางส่วนฉวยโอกาสหาผลกำไรจากการขอคืนทุนประกัน (Total loss) และนำไปสู่การฉ้อฉลที่สูงขึ้น บริษัทจึงต้องเฝ้าระวังและพิจารณาอย่างเป็นธรรมที่สุด
นายอมร กล่าวว่า ตลอดทั้งปี 2568 ประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติหลายเหตุการณ์ ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในเมียนมาที่รับรู้ได้ในหลายพื้นที่รวมถึงกรุงเทพฯ และอุทกภัยรุนแรงในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตามท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น บริษัทยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.64% ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน โดยแบ่งเป็นประกันรถยนต์ 37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5% และประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,269 ล้านบาท เติบโต 17.09%
นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ในปีที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนัก แต่อัตราความเสียหายรวม (Loss Ratio) ของบริษัทยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ที่ 72% โดยแบ่งเป็นฝั่งมอเตอร์ 70% และฝั่งนอนมอเตอร์ 79% ทั้งนี้ บริษัทมีจุดแข็งด้านการบริการด้วยศูนย์สาขากว่า 160 แห่งทั่วประเทศ และมีพนักงานรวมกว่า 7,000 คน ซึ่งเป็นพนักงานด้านสินไหมเฉพาะถึง 3,300 คน และพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุ 1,400 คน
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยลดระยะเวลาในการเคลมและการเดินทาง โดยระบบบริการผ่านช่องทางออนไลน์มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 250,000 ราย พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภท ทั้งรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกระดับรายได้
รุกประกันทรัพย์สิน-ประกันสุขภาพสู้เงินเฟ้อ
นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการทำตลาดประกันภัยการเดินทาง แต่ยึดมั่นการขยายประกันภัยทรัพย์สิน โดยมีการศึกษาและจัดหาประกันภัยต่อ (Reinsurance) มารองรับความเสี่ยง เนื่องจากสถานการณ์ภัยพิบัติในปีที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวและต้องการความคุ้มครองทรัพย์สินมากขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของประกันสุขภาพ บริษัทยังคงให้บริการ 2 รูปแบบหลัก คือ แบบเหมาจ่ายต่อปี และแบบเหมาจ่ายต่อครั้ง แต่ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าเพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจและปัญหาเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ได้แก่ การเลือกมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) หรือการร่วมจ่ายค่ารักษา (Copayment) ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและทำให้ลูกค้าเข้าถึงประกันสุขภาพได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิริยะประกันภัย ห่วงราคาอีวีผันผวน ช่องโหว่ฉ้อฉลประกัน ปี 69 ตั้งเป้าเบี้ย 4.47 หมื่นลบ.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th