ดราม่าชิงลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน ระหว่าง "คนไทย" กับ "คนญี่ปุ่น" แท้จริงแล้วใครเป็นคนสร้าง
หลายคนคงรู้จักฮีโร่ร่างยักษ์จากประเทศญี่ปุ่นอย่างอุลตร้าแมน ที่ครองใจเด็กๆ ทั่วโลกมา 60 ปี แต่คุณเคยรู้ไหมว่า ครั้งหนึ่งลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนเคยตกมาอยู่ในมือคนไทย?!
พบกับรายการใหม่ ตี๋หลังวัฒน์ ดำเนินรายการโดยตี๋และวัฒน์ เป็นรายการที่จะมาชวนพูดคุยในหลากหลายเรื่องราว ที่เป็นป๊อปคัลเจอร์ ในอดีต ที่เราเคยมีประสบการณ์ร่วมกัน บางอย่างที่เคยเป็นกระแสนิยมในอดีต บางทีไม่ใช่แค่แฟชันที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่หลายๆ อย่างมันมี เรื่องราวสาระที่น่าสนใจ สอดแทรกซ่อนอยู่ ใครที่อยากได้ฟีล ย้อนวัย แล้วได้ฟังเรื่องราว ที่เป็นทั้ง ประวัติศาสตร์ ทั้งฟันแฟกต์สนุกๆ หรือบางเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ตอนเด็กๆ ทุกคนน่าจะมี ซูเปอร์ฮีโร่ในดวงใจกันนะ ทั้งการ์ตูน ทั้งภาพยนตร์ ฯลฯ แต่วันนี้จะมาคุยเรื่องอุลตร้าแมน ยอดมนุษย์ ที่มาจากกลุ่มดาว M78 ที่ดำเนินเรื่องโดยสัตว์ประหลาดมาบุกทุกตอน ภาพจำโดยหน่วยพิทักษ์โลกแพ้ตลอด อุลตร้าแมนสู้ได้สามนาที จะสู้ยังไงก็ได้สุดท้ายต้องปล่อยแสงใส่ ซึ่งมีหลายตัว เป็นครอบครัว และเรื่องราวประเด็นดราม่าเรื่องลิขสิทธิ์ที่ยืดเยื้อระหว่างไทยกับญี่ปุ่นจนเป็นมหากาพย์และสิ้นสุดลงแล้ว
โดยในอุลตร้าแมน ภาคแรก จะมีความอิงวิทยาศาสตร์มากกว่าความแฟนตาซี เรียกว่าเป็นแนวไซไฟได้เลย สัตว์ประหลาดแต่ละตัวที่เกิดขึ้นในเรื่อง จะต้องมี Lore ที่คนเห็นแล้วรู้สึกว่ามันอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ตัวแบบนี้จะมีอยู่ เช่น สัตว์ประหลาด ที่เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เขาก็สร้างตำนานให้ว่า เป็นตัวที่เหลือรอดมาจากยุคโบราณ หรือ เป็นไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งอะไรแบบนั้น ไปจนถึงตัวที่เป็นหุ่นยนต์บ้าง หรือบรรดา มนุษย์ต่างดาวที่มาจากนอกโลก
ซึ่งอุลตร้าแมนเองก็มีหลายตัว แต่ภาคแรก มีแค่คนเดียว พอภาคใหม่มีตัวใหม่มาแทน แต่บางตอนก็อาจจะได้เห็นตัวเก่ากลับมาโผล่ในซีรีส์ด้วย แต่เวลาได้เห็นซีนที่รวมพลังพี่น้องอุลตร้ากัน ก็คือตระการตามากๆ คือเห็นความเล่นใหญ่ เห็นความเบียวเต็มขั้น ตอนเด็กๆ เราก็แค่ว้าว แต่โตมาพอเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ เราดันยิ่งรู้สึกชอบมากกว่าเก่าอีก ผู้ใหญ่พวกนั้น เขาโคตรมีจินตนาการ เผลอๆ จะมากกว่าเด็กๆ อีก
ย้อนต้นกำเนิด "อุลตร้าแมน"
ทำความรู้จักกับชายที่เรียกได้ว่าเป็นทั้ง บิดาผู้สร้าง อุลตร้าแมน และ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่า เป็นบิดา ของหนัง โทคุซัตสึ คือ คุณ เอจิ สึบุรายะ (Eiji Tsuburaya) มารู้จักชายคนนี้แล้วเราจะเข้าใจตัวตนของอุลตร้าแมนมากกว่าตอนเด็กๆ ที่เราดูซะอีก
เอจิ สึบุรายะ เกิดในปี 1901 ในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ ข้าวมอลต์ เดิมทีเป็นเด็กที่ฝันอยากเป็นนักบิน เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนการบิน แต่ยังไม่ทันจบ โรงเรียนก็ปิดตัวลงไปก่อน เพราะมีเหตุการณ์ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิต ทำให้เขาต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปเรียนทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าแทน และการย้ายมาเรียนด้านนี้นี่แหละ ที่ทำให้เขา มีสกิลเรื่องการประดิษฐ์ประดอย
เมื่อเวลาผ่านไป เขาได้เริ่มก้าวเท้าเข้าสู่วงการภาพยนตร์ โดยที่ในปี 1919 ได้เริ่มงานกองถ่าย ในตำแหน่งผู้ช่วยตากล้อง และเริ่มพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ในงานถ่ายของตัวเองมากขึ้น อย่างเช่น การเปิดรูรับแสงซ้อน (Double Exposure) และการทดลองถ่ายภาพแบบสโลว์โมชัน เรียกว่าเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์มากๆ คนนึง
และในระหว่างที่เขาทำงานอยู่ในวงการภาพยนตร์ เขาก็มีโอกาสได้ดูหนัง เรื่อง KING KONG ซึ่ง เป็นเวอร์ชัน 1933 คือเวอร์ชันที่ คิงคองยังเป็นภาพสต็อปโมชัน ขาวดำ และหนังเรื่องนี้นี่แหละ ที่จุดประกายให้ สึบุรายะ อยากสร้างหนังสัตว์ประหลาดขึ้นมา
จนวันนึง เขาได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่บริษัท โตโฮ ซึ่งช่วงนั้นตรงกับยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี ซึ่งผลงานโดดเด่นของเขาจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้แหละ โดยในวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1941 กองทัพอากาศของกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นเปิดฉากโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่เพิร์ลฮาร์เบอร์อย่างกะทันหัน ซึ่งญี่ปุ่นก็เลยอยากจะโฆษณา โชว์แสนยานุภาพสักหน่อย ทางรัฐบาลก็เลย มอบหมายให้ทางโตโฮ ผลิตภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อว่า พวกเขาจะได้รับชัยชนะในสงครามแปซิฟิก ซึ่งแน่นอนว่า สึบุรายะก็ได้มีส่วนร่วมกับโปรเจกต์นี้ด้วย ในฐานะ ผู้รับผิดชอบด้านเทคนิคพิเศษ
นั่นก็ทำให้ในปีต่อมา มีภาพยนตร์สงครามฟอร์มยักษ์ออกมาเรื่องนึง ชื่อว่า "The War at Sea from Hawaii to Malaya" ซึ่งเขาสามารถจำลองการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ได้อย่างสมจริงจนน่าตกใจ ถึงขนาดเคยมีรายงานระบุว่าฝ่ายสัมพันธมิตรที่เข้ามายึดครองญี่ปุ่นหลังจบสงคราม ถึงกับเข้าใจผิดว่าฟุตเทจในภาพยนตร์เป็นภาพเหตุการณ์จริงของข่าวกระทรวงกลาโหมกันเลยทีเดียว
ประสบการณ์ในช่วงสงครามนี้เองที่ทำให้เขามีความชำนาญในการสร้างฉากจำลองขนาดเล็กและการทำพวกเอฟเฟกต์ระเบิด ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานของ "ก็อตซิลลา" ของบริษัทโตโฮ ในเวลาต่อมานั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าสึบุรายะ ก็มีส่วนร่วมในการผลิตหนัง ก็อตซิลลา ด้วยเช่นกัน และหนังก็อตซิลลา ก็กลายเป็นตำนานที่โด่งดังไปทั่วโลกเลย ในแง่ การเป็นนักถ่าย ทำด้วยเทคนิคพิเศษ เราน่าจะเห็นชัดกันแล้วว่า ตอนนี้ คุณเอจิ สึบุรายะ เรียกได้ว่าเป็นตัวรันวงการ อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นในยุคนั้นเลย จนกระทั่งปี ค.ศ. 1963 สึบุรายะตัดสินใจก่อตั้งบริษัทของตัวเอง ก็คือ "Tsuburaya Productions" ซึ่งตำนานของอุลตร้าแมนทั้งหมด ก็จะเริ่มต้นขึ้นที่นี่นั่นเอง
ศึกชิงลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน ระหว่างคนไทย กับคนญี่ปุ่น
คนที่เป็นแฟนๆ อุลตร้าแมน อาจจะต้องเคยได้ยินข่าวดราม่า ผ่านหูกันมาบ้าง ที่ว่า “จริงๆ แล้ว อุลตร้าแมน เป็นของคนไทย” เรื่องนี้จริงๆ ก็ละเอียดอ่อนนะ
ต้องทำความรู้จักกับชายที่ชื่อว่า คุณสมโพธิ แสงเดือนฉาย กันสักหน่อย คุณสมโพธิ ตอนเด็กๆ เป็นลูกจ้างร้านถ่ายรูปมาก่อน แล้วก็ได้เป็นช่างภาพประจำให้หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ตั้งแต่อายุ 15 เรียกว่าก็มีความสนใจ เรื่องราวของการถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็กๆ รวมถึง สนใจเกี่ยวกับงานสร้างภาพยนตร์ด้วย ซึ่งเรื่องราว มันเริ่มต้นจริงๆ ก็คือ ช่วงปี 1962 คุณสมโพธิได้รับทุนจากธนาคารออมสินของไทย ร่วมกับธนาคารมิตซุย ของญี่ปุ่น เพื่อเดินทางไปศึกษาต่อด้านการถ่ายทำภาพยนตร์และเทคนิคพิเศษที่สตูดิโอโตโฮ (Toho Studios) ซึ่ง ก็อย่างที่เล่าไปว่า คือเจ้าที่สร้างก็อตซิลลานั่นแหละ
ซึ่งต้องบอกว่าช่วงเวลานั้น โตโฮ ถือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์แนว"โทคุซัตสึ" เลย ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่คุณสมโพธิได้ไปศึกษาดูงานที่นั่น และช่วงเวลานี้เองก็คือช่วงเวลาที่เขาจะได้เจอกับ คุณสึบุรายะ ซึ่งในขณะนั้น กำลังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านเทคนิคพิเศษของโตโฮอยู่
ซึ่งตรงนี้ก็เคยมีบทสัมภาษณ์จากคุณสมโพธินะว่า ระหว่างศึกษาดูงานที่นั่น เขากับคุณสึบุรายะ เรียกว่าสนิทกันมากๆ รักกันมากๆ เป็นยิ่งกว่าศิษย์-อาจารย์ เรียกว่า รักกันเหมือนพ่อลูกอะไรแบบนั้นเลย
ซึ่งพอกลับไทย คุณสมโพธิ ก็กลับมาเปิดบริษัทของตัวเอง ชื่อว่า บริษัทไชโยภาพยนตร์ ในปี 1966 (พ.ศ. 2509) (ปีนี้คือปีที่ อุลตร้าแมนออนแอร์ด้วยนะ) ซึ่งชื่อ ไชโยเนี่ย คนที่ตั้งชื่อให้ คือ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ด้วยความที่เคยเป็นช่างภาพให้สยามรัฐ ซึ่งเจ้าของก็คือของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ เช่นกัน ก็เลยมีความสนิทชิดเชื้อกันพอสมควร ก่อนที่ต่อมาจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทไชโยโปรดักชันส์ แบบที่เราคุ้นหูกัน
จากนั้นลองหันกลับไปดูฝั่งญี่ปุ่นบ้าง ในช่วงทศวรรษ 1970 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของบริษัทสึบุรายะ เนื่องจากคุณสึบุรายะได้เสียชีวิตลง ทำให้บริษัทต้องอยู่ภายใต้การบริหารของโนโบรุ สึบุรายะ ลูกชายคนรอง ซึ่งต้องรับภาระหนี้สินก้อนใหญ่ที่พ่อทิ้งไว้ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลก (Oil Crisis) ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตภาพยนตร์โทคุซัตสึเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้บริษัทมีหนี้สินสะสมมาตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก
ด้วยปัญหามันถาโถม ในช่วงปี ค.ศ. 1973–1974 โนโบรุ สึบุรายะ จึงตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อที่จะชวน คุณสมโพธิ ที่รู้จักกันอยู่แล้ว ให้ร่วมโปรเจกต์สร้างภาพยนตร์ด้วยกัน นั่นเลยทำให้เกิดภาพยนตร์ เรื่องสำคัญในประวัติศาสตร์ ขึ้นมา 2 เรื่อง เรื่องแรก ก็คือ ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ และ อีกเรื่องที่ตามมากก็คือ หนุมาน พบ 7 ยอดมนุษย์ ซึ่งเอาจริงก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ เลยนะ ถึงขนาดได้รับความไว้วางใจจากทาง โนโบรุ สึบุรายะ ยกให้นายสมโพธิและบริษัทไชโย โปรดักชัน เป็นผู้ดูแลสิทธิการจัดจำหน่ายและการออกอากาศซีรีส์อุลตร้าแมนในไทยไปเลย
ตรงนี้ก็เป็นจุดที่ยืนยันได้เรื่องหนึ่งนะ ว่า จริงๆ ทางสึบุรายะ กับทางคุณสมโพธิ เนี่ย เขาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ประมาณนึงเลย
จนกระทั่ง เวลาล่วงเลยผ่านไป ถึงปี 1996 หลังจากคุณโนโบรุ เสียชีวิตไปได้ 1 ปี คุณสมโพธิ แสงเดือนฉาย ได้เปิดตัวเอกสารความยาวหนึ่งหน้ากระดาษ ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นสัญญาที่ คุณโนโบรุได้ลงนามมอบสิทธิ์ให้แก่เขาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 1976 เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวระบุว่า คุณโนโบรุ สึบุรายะ ในนามประธานบริษัท มอบสิทธิ์การครอบครองลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนจำนวน 7 เรื่องแรก (พี่น้องอุลตร้า Set แรก) พร้อมด้วยซีรีส์จัมโบ้เอ และสิทธิในภาพยนตร์ร่วมทุน ให้แก่นายสมโพธิและบริษัทไชโย โปรดักชัน "ตลอดกาล" และ "ครอบคลุมทุกดินแดนนอกประเทศญี่ปุ่น"
โดยที่นายสมโพธิอ้างเหตุผลในการได้มาซึ่งสิทธิ์อันมหาศาลนี้ไว้ว่า ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 บริษัทสึบุรายะ ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก และเขาได้ให้การสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบของเงินกู้หรือเงินลงทุนมูลค่ามหาศาล (ประมาณ 200 ล้านเยน) เพื่อช่วยพยุงกิจการของบริษัทเอาไว้ ในความหมายของเขาก็คือช่วง หนังร่วมทุน ทั้ง 2 เรื่องนั้นแหละ ทางคุณโนโบรุ ก็เลยตัดสินใจตอบแทนบุญคุณด้วยการมอบลิขสิทธิ์นอกประเทศญี่ปุ่นให้ทาง บริษัทไชโยเป็นการถาวร ไปเลย
มาดูการตัดสินจากศาลฝั่งไทยกันบ้างเพราะต่อมา ทางสึบุรายะ ได้ยื่นฟ้อง คุณสมโพธิ ต่อศาลฝั่งไทยด้วย และได้ข้อสรุปอีกแบบเลย คือศาลไทย เขาคิดเห็นเหมือนกับทางฝั่งสึบุรายะเลยว่า ข้อสัญญามันไม่เมกเซนส์ รวมถึงวันเวลา ที่ทางคุณสมโพธิอ้างว่า คุณโนโบรุ เดินทางมาทำสัญญาด้วย ก็ดันไม่ตรงกับวันเวลาในหนังสือเดินทางของคุณโนโบรุ เอาง่ายๆ มีหลายปัจจัย ที่ทำให้ศาลไทย เชื่อว่า สัญญาฉบับนี้เป็นเอกสารปลอม ทำให้ในปี 2008 ศาลตัดสินให้ทางสึบุรายะเป็นฝ่ายชนะ จังหวะนี้คือ 1 ต่อ 1 ละนะ
แต่ศึกชี้ชะตาจริงๆ ก็คือศึกที่ศาล อเมริกานี่แหละ ที่เรียกว่า น่าจะพอชี้ขาดได้ เพราะว่า กระบวนการทางกฎหมายในสหรัฐฯ มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากทั้งญี่ปุ่นและไทย โดยเฉพาะขั้นตอนการ "เปิดเผยพยานหลักฐาน" ซึ่งมีข้อบังคับให้ทั้งสองฝ่ายต้องแสดงเอกสารภายใน บันทึกการสื่อสาร และพยานบุคคลอย่างละเอียด ในระหว่างการสืบพยาน
คดีนี้ยืดเยื้อมาจนถึงปี 2020 (กินเวลาเกือบ 20 ปี) ในที่สุดศาลสหรัฐฯ ก็ตัดสินให้ เอกสารสัญญา ที่คุณสมโพธิกล่าวอ้างมานั้น เป็นของปลอม และการตัดสินครั้งนี้ ก็ถือเป็นที่สิ้นสุดของคดีในระดับสากลด้วย (คือถ้าจะสู้ต่อต้องไปศาลนอกโลกแล้วมั้ง) ก็ส่งผลให้มีการสั่งห้ามไม่ให้ กลุ่มของนายสมโพธิ อ้างสิทธิ์ใดๆ ในอุลตร้าแมนอีกต่อไป ลิขสิทธิ์ต่างๆ ก็ถูกริบคืนให้ทางสึบุรายะทั้งหมด นั่นหมายความว่า แม้ภาพยนตร์ หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ ที่ได้รับการยกให้เป็น มรดกของชาติ ก็กลายเป็นของ สึบุรายะด้วยเช่นกัน และสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายรวมถึงค่าทนายความแก่สึบุรายะเป็นเงินกว่า 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สรุปง่ายๆ แม้จะเคยมีข่าว ว่าลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนเป็นของไทย แต่ปัจจุบันนี้ทั่วโลกต่างก็ยึดข้อสรุปล่าสุดนี้เป็นหลักแล้ว ในสายตาคนทั่วโลก รวมถึงในแง่กฎหมายด้วย อุลตร้าแมน เป็นของญี่ปุ่น นั่นเอง
แต่ ณ วันนี้ อุลตร้าแมน เป็นไอคอนิกของยุคสมัยจริงๆ เราก็ยังเห็นอุลตร้าแมนตัวใหม่ๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ ออกมาเป็นขวัญใจให้เด็กๆ ในยุคสมัยใหม่ๆ เรื่อยมา
และสำหรับตี๋หลังวัฒน์ ใน Ep ถัดไป จะเป็นเรื่องอะไร ติดตามกันได้ ทุกวันพฤหัส เว้น พฤหัส เวลา 19.00 น. ทางช่องยูทูบ ช่องไทยรัฐสตูดิโอ
ชมคลิปเต็ม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดราม่าชิงลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน ระหว่าง "คนไทย" กับ "คนญี่ปุ่น" แท้จริงแล้วใครเป็นคนสร้าง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดเบื้องหลังความสำเร็จ รายการ "ไทยรัฐตะกร้าแตก" ทุบสถิติยอดขายทะลุล้านตั้งแต่คืนแรก
- รวมวิธีฉายแสงในที่ทำงาน ให้ผลงานพูดแทนโดยไม่ต้องออกตัว
- Apple เปิดตัว MacBook Neo แล็ปท็อปรุ่นใหม่ ปรับราคาให้ถูกลง ขับเคลื่อนด้วยชิป A18 Pro
- 7 วิธีเลิกดื่มน้ำอัดลม สำหรับคนติดหวาน พร้อมวิธีรับมืออาการถอนคาเฟอีน
- Apple ประกาศเลิกวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เก่า 7 รุ่น หลังเปิดตัวสินค้าใหม่รับกระแส AI
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath