โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บอร์ด SO อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 48 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพบริหารเงินทุน – หนุน ROE และ EPS

Share2Trade

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 02.50 น. • Share2Trade
คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข (แนวนอน).jpg

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO บอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 48 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 10 ล้านหุ้น หรือ 2.1% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด เดินหน้าบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะดำเนินการผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 17 กันยายน 2569 บริษัทตั้งเป้าหนุนอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรต่อหุ้น (EPS) ให้ปรับตัวดีขึ้นในระยะยาว พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน ควบคู่การขยายธุรกิจเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้ประกอบธุรกิจหลัก 2 รูปแบบเพื่อสนับสนุนการ Transformation องค์กรลูกค้า ได้แก่ ธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) และธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยี (Technology Service) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 48 ล้านบาท โดยจะซื้อหุ้นคืนจำนวนไม่เกิน 10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 2.1% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท

การซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จะดำเนินการผ่านวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนภายใน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึงวันที่ 17 กันยายน 2569 ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดโครงการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันเริ่มซื้อหุ้นคืน ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับหลักเกณฑ์การกำหนดราคาหุ้นที่จะซื้อคืน บริษัทกำหนดให้ราคาซื้อคืนในแต่ละครั้งต้องไม่สูงกว่าราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนหน้าวันทำรายการ บวกด้วย 15% ของราคาปิดเฉลี่ยดังกล่าว โดยบริษัทได้นำราคาปิดเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันทำการ ระหว่างวันที่ 14 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งอยู่ที่ 4.04 บาทต่อหุ้น มาประกอบการพิจารณากำหนดกรอบราคาด้วย

โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และเพิ่มกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อันเป็นผลจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากบริษัทดำเนินการซื้อหุ้นคืนได้ครบตามวงเงินที่กำหนด สินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดลงเป็นจำนวนเท่ากับวงเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืน

“โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านองค์กรของลูกค้าในทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง” คุณกัณธิมากล่าว

ในส่วนของการจำหน่ายหรือการตัดหุ้นที่ซื้อคืน คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณากำหนดแนวทางและระยะเวลาที่เหมาะสม และจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบในโอกาสต่อไป โดยวิธีการจำหน่ายอาจพิจารณาได้หลายรูปแบบ อาทิ การจำหน่ายผ่านระบบจับคู่อัตโนมัติ การเสนอขายตามสัดส่วนผู้ถือหุ้น การเสนอขายต่อกรรมการหรือพนักงาน หรือการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ บริษัทสามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้เมื่อพ้นกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี หากไม่สามารถจำหน่ายได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทอาจขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ปี โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...