ส่องเสน่ห์ “สีเขียวไทย” เฉดสีโบราณที่ถอดแบบจากเหล่าสัตว์
ส่องเสน่ห์ สีเขียวไทย เฉดสีโบราณที่ถอดแบบจากเหล่าสัตว์
“สีเขียวไทย”มีเสน่ห์ในเรื่องการนำความงามจากธรรมชาติรอบตัวมาจำแนกเป็นชื่อเรียกเฉดสีเขียวแบบต่าง ๆ สำหรับสร้างสรรค์ผลงาน สะท้อนถึงความช่างสังเกตของช่างไทยโบราณ ผู้รังสรรค์สีเหล่านี้ให้กลายเป็นงานวิจิตรศิลป์ และจิตรกรรมไทย
สมัยก่อนสีเขียวมีขอบเขตกว้างมาก เพราะครอบคลุมไปถึงกลุ่มสีคราม สีน้ำเงิน และสีม่วงในนิยามเดียวกัน แต่เพื่อให้ช่างศิลป์สามารถสื่อสารลักษณะสีที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ จึงเกิดการนิยามจำแนกเฉดสีเขียวออกมากว่า 30 คำเรียก โดยหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญคือ สีสันจากกายสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มของ “นก” ที่มักจะนำสีขน หรือสีเปลือกไข่มาใช้เทียบเคียง มีสีดังต่อไปนี้
สีเขียวไข่กามีลักษณะเป็นสีเขียวอมครามอ่อน นิยมใช้ในเครื่องปั้นดินเผา และถ้วยชาม โดยเทียบสีจากเปลือกไข่ของนกกา เนื่องจากในอดีตมีนกกาจำนวนมาก จึงเรียกสีดังกล่าวว่า สีเขียวไข่กา บ้างก็เรียกว่า สีเขียวสังคโลก
สีเขียวไข่นกการเวก (สีเขียวขี้นกการเวก) เป็นสีเขียวอมฟ้าที่ค่อนไปทางสีฟ้ามากกว่าสีเขียวไข่กา ลักษณะจะใกล้เคียงกับสีเทอร์ควอยซ์ (Turquoise) หรือพลอยขี้นกการเวก สีดังกล่าวมีที่มาจากนกการเวก เป็นนกที่มีอยู่จริงในธรรมชาติคือ นกแซวสวรรค์ (Bird of Paradise) และยังเป็นนกที่ปรากฎในวรรณคดี เช่น สมุทรโฆษคำฉันท์
ในหมู่ช่างไทยโบราณนิยมเรียกสีเฉดนี้ว่า สีไข่ครุฑ และมีสีที่ใกล้เคียงกันคือ สีเขียวน้ำไหล เป็นสีเขียวเจือฟ้าอ่อน เกิดจากการผสมระหว่างสีเขียวคราม สีขาว และสีเหลืองเล็กน้อย เป็นสีที่นิยมในหมู่ช่าง และปรากฎชื่อสีนี้ในตำราช้างมงคล 10 ตระกูล คือ “คังไคยหัตถี” เป็นช้างมีลักษณะสูงใหญ่ กายเป็นสีน้ำไหล เพราะเกิดบริเวณแม่น้ำคงคา นอกจากนี้ยังมีประโยคคล้องจองที่ใช้ไล่เรียงลำดับความอ่อนแก่ของสีในหมู่ช่างว่า “ผ่านคราม น้ำไหล ไข่ครุฑ”
อีกหนึ่งสีที่ได้แรงบันดาลใจจากนกคือ สีเขียวนกกะลิง เป็นสีเขียวอ่อนสดใสตามสีขนของนกกะลิง ซึ่งเป็นนกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
นอกจากสัตว์ตระกูลนกแล้วยังมีสัตว์ปีกอีกชนิดที่ให้สีสันโดดเด่นคือ สีเขียวหัวเป็ดซึ่งเทียบสีจากขนส่วนหัวของเป็ด (เป็ดแมลลาร์ด) ที่มีสีเขียวเข้มอมน้ำเงิน
ส่วนสีเขียวที่มาจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้แก่ สีเขียวกะเลียว มาจากสีขนของม้า และสีเขียวขี้ม้า ที่ยังคงใช้เรียกกันในปัจจุบันโดยเฉพาะวงการทหาร และสีเขียวปีกแมลงทับ เป็นสีเขียวอมฟ้าเหลืองที่มีลักษณะแวววาว มักนำปีกแมลงทับมาตกแต่ง เช่น ปักลงบนผ้าสไบ
สีเขียวไทยจึงเป็นสีที่รวมความงามจากธรรมชาติเข้ากับภูมิปัญญาทางศิลปะ แต่ปัจจุบันชื่อเรียกสีแบบไทยโบราณไม่ได้เป็นที่แพร่หลายแล้ว ส่วนใหญ่เรียกกันเฉพาะหมู่ช่าง และผู้สูงอายุ ส่วนชื่อสีเขียวเฉดต่าง ๆ กลายเป็นเพียงแค่รหัสสีเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม :
- “Scheele’s Green” สีเขียวมรณะ ต้นเหตุจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 สิ้นชีพ?
- “สีเขียว” กับนัยเบื้องหลังการเป็นสีประจำ “กรุงเทพมหานคร”
- “ขุนนางในราชสำนัก” สมัย ร. 5 แต่ละฝ่ายใส่ชุดสีอะไร “สีกรมท่า” มาจากไหน?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง
เกรียงไกร ฮ่องเฮงเส็ง. (2561). ประวัติความเป็นมาของคำเรียกสีไทยโบราณ: กรณีศึกษากลุ่มสีเขียว. วารสารไทยคดีศึกษา, 15(1), 6-23. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/thaikhadijournal/article/download/139079/103312
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 มีนาคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องเสน่ห์ “สีเขียวไทย” เฉดสีโบราณที่ถอดแบบจากเหล่าสัตว์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com