“อินเดีย” ประกาศมาตรการยกเว้นภาษี 20 ปี ดึงยักษ์คลาวด์โลก ตั้งฐาน AI-ดาต้าเซ็นเตอร์
"อินเดีย" ประกาศยกเว้นภาษี 20 ปี ให้ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ หวังดึงการลงทุน AI จากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.37 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าอินเดียประกาศมาตรการยกเว้นภาษีนาน 20 ปี สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) ที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ดึงธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่เอเชียใต้มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของอินเดียอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว เมื่อผนวกกับมาตรการภาษีดังกล่าว จะทำให้อินเดียมีความได้เปรียบเหนือศูนย์กลางคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไอร์แลนด์ ในการเป็นฐานให้บริการคลาวด์ระดับโลก โดย hyperscalers หมายถึงยักษ์ใหญ่คลาวด์อย่าง Amazon Web Services, Microsoft Azure และ Google Cloud ซึ่งเป็นผู้ลงทุนหลักในดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับโมเดล AI
Riaz Thingna หุ้นส่วนด้านภา.ษีและที่ปรึกษาธุรกิจของ Grant Thornton Bharat ระบุว่า ข้อเสนอใหม่นี้จะหนุนอุปสงค์จาก hyperscalers อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้อินเดียกลายเป็นฐานต้นทุนต่ำสำหรับการประมวลผลงานระดับโลก จากเดิมที่บริษัทต่างชาติต้องเผชิญความเสี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคล หากมีการดำรงอยู่ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในประเทศ
ที่ผ่านมา การดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ของ hyperscalers ต่างชาติในอินเดียถูกมองว่าเป็นสถานประกอบการถาวร (permanent establishment) และกำไรต้องเสียภาษีราว 35% รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อย่างไรก็ดี นาง Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีคลังอินเดีย ประกาศในสุนทรพจน์งบประมาณว่า บริการคลาวด์ที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งพัฒนาและดำเนินการโดยผู้ประกอบการท้องถิ่นจะได้รับการยกเว้นภาษีจนถึงปี 2047 เพื่อกระตุ้นการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์
แม้อินเดียยังตามหลังสหรัฐและจีนในด้านโมเดล AI พื้นฐาน การผลิตชิป และขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ แต่มาตรการภาษีใหม่นี้อาจเร่งบทบาทของอินเดียในสนาม AI โลก ท่ามกลางความสนใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยรัฐมนตรีไอทีอินเดีย Ashwini Vaishnaw ระบุในเวที World Economic Forum ว่า อินเดียกำลังก้าวหน้าในทั้ง 5 ชั้นของสถาปัตยกรรม AI ตั้งแต่แอปพลิเคชัน โมเดล ชิป โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพลังงาน
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทไอทีและคลาวด์ของอินเดียอย่าง Infosys, Wipro, Tata Consultancy Services, HCL Tech และ Reliance Jio รวมถึงผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ท้องถิ่น โดย Raju Vegesna ประธาน Sify Technologies มองว่านี่เป็นสัญญาณบวกต่อการขยายกำลังการผลิตอย่างคุ้มค่าในระยะยาว
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ซึ่งจับมือกับ AdaniConneX สร้างดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในอินเดียใต้ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลัก ขณะที่ Microsoft และ Amazon เคยประกาศทุ่มลงทุนรวมกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ของอินเดียเมื่อปลายปีก่อน
ด้านอุปสงค์โลก ดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็วจากภาระงาน AI โดยปี 2568 เงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดนี้แล้วกว่า 61,000 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันอินเดียมีกำลังการผลิตราว 1.2 กิกะวัตต์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 3 กิกะวัตต์ใน 5 ปี ขณะที่กำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกอาจเพิ่มจาก 103 กิกะวัตต์ เป็น 200 กิกะวัตต์ภายในปี 2573
ผู้เชี่ยวชาญจาก CBRE ระบุว่าการยกเว้นภาษีจะขจัดอุปสรรคสำคัญที่สุดสำหรับ hyperscalers ที่ต้องการเข้ามาในอินเดีย และจะหนุนเงินทุนไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยอินเดียได้เปรียบตลาดเอเชีย-แปซิฟิกที่เริ่มอิ่มตัวอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสิงคโปร์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านที่ดิน ขณะที่อินเดียยังมีพื้นที่ พลังงานต้นทุนต่ำ และศักยภาพพลังงานหมุนเวียนเพียงพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่
S. Anjani Kumar หุ้นส่วนของ Deloitte India สรุปว่า มาตรการภาษีนี้อาจสร้างแรงกระเพื่อมให้ระบบนิเวศคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ของอินเดียไม่ต่างจากสิทธิประโยชน์ด้านไอทีในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ช่วยดึงการลงทุนระดับโลก ขยายรายได้ส่งออก และสร้างงานกับขีดความสามารถระยะยาวของประเทศ
อ้างอิง : cnbc.com