โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อินเดีย” ประกาศมาตรการยกเว้นภาษี 20 ปี ดึงยักษ์คลาวด์โลก ตั้งฐาน AI-ดาต้าเซ็นเตอร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 09.05 น.

"อินเดีย" ประกาศยกเว้นภาษี 20 ปี ให้ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ หวังดึงการลงทุน AI จากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.37 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าอินเดียประกาศมาตรการยกเว้นภาษีนาน 20 ปี สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) ที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ดึงธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่เอเชียใต้มากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของอินเดียอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว เมื่อผนวกกับมาตรการภาษีดังกล่าว จะทำให้อินเดียมีความได้เปรียบเหนือศูนย์กลางคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไอร์แลนด์ ในการเป็นฐานให้บริการคลาวด์ระดับโลก โดย hyperscalers หมายถึงยักษ์ใหญ่คลาวด์อย่าง Amazon Web Services, Microsoft Azure และ Google Cloud ซึ่งเป็นผู้ลงทุนหลักในดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับโมเดล AI

Riaz Thingna หุ้นส่วนด้านภา.ษีและที่ปรึกษาธุรกิจของ Grant Thornton Bharat ระบุว่า ข้อเสนอใหม่นี้จะหนุนอุปสงค์จาก hyperscalers อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้อินเดียกลายเป็นฐานต้นทุนต่ำสำหรับการประมวลผลงานระดับโลก จากเดิมที่บริษัทต่างชาติต้องเผชิญความเสี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคล หากมีการดำรงอยู่ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในประเทศ

ที่ผ่านมา การดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ของ hyperscalers ต่างชาติในอินเดียถูกมองว่าเป็นสถานประกอบการถาวร (permanent establishment) และกำไรต้องเสียภาษีราว 35% รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อย่างไรก็ดี นาง Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีคลังอินเดีย ประกาศในสุนทรพจน์งบประมาณว่า บริการคลาวด์ที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งพัฒนาและดำเนินการโดยผู้ประกอบการท้องถิ่นจะได้รับการยกเว้นภาษีจนถึงปี 2047 เพื่อกระตุ้นการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์

แม้อินเดียยังตามหลังสหรัฐและจีนในด้านโมเดล AI พื้นฐาน การผลิตชิป และขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ แต่มาตรการภาษีใหม่นี้อาจเร่งบทบาทของอินเดียในสนาม AI โลก ท่ามกลางความสนใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยรัฐมนตรีไอทีอินเดีย Ashwini Vaishnaw ระบุในเวที World Economic Forum ว่า อินเดียกำลังก้าวหน้าในทั้ง 5 ชั้นของสถาปัตยกรรม AI ตั้งแต่แอปพลิเคชัน โมเดล ชิป โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพลังงาน

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทไอทีและคลาวด์ของอินเดียอย่าง Infosys, Wipro, Tata Consultancy Services, HCL Tech และ Reliance Jio รวมถึงผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ท้องถิ่น โดย Raju Vegesna ประธาน Sify Technologies มองว่านี่เป็นสัญญาณบวกต่อการขยายกำลังการผลิตอย่างคุ้มค่าในระยะยาว

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ซึ่งจับมือกับ AdaniConneX สร้างดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในอินเดียใต้ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลัก ขณะที่ Microsoft และ Amazon เคยประกาศทุ่มลงทุนรวมกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ของอินเดียเมื่อปลายปีก่อน

ด้านอุปสงค์โลก ดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็วจากภาระงาน AI โดยปี 2568 เงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดนี้แล้วกว่า 61,000 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันอินเดียมีกำลังการผลิตราว 1.2 กิกะวัตต์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 3 กิกะวัตต์ใน 5 ปี ขณะที่กำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกอาจเพิ่มจาก 103 กิกะวัตต์ เป็น 200 กิกะวัตต์ภายในปี 2573

ผู้เชี่ยวชาญจาก CBRE ระบุว่าการยกเว้นภาษีจะขจัดอุปสรรคสำคัญที่สุดสำหรับ hyperscalers ที่ต้องการเข้ามาในอินเดีย และจะหนุนเงินทุนไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยอินเดียได้เปรียบตลาดเอเชีย-แปซิฟิกที่เริ่มอิ่มตัวอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสิงคโปร์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านที่ดิน ขณะที่อินเดียยังมีพื้นที่ พลังงานต้นทุนต่ำ และศักยภาพพลังงานหมุนเวียนเพียงพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่

S. Anjani Kumar หุ้นส่วนของ Deloitte India สรุปว่า มาตรการภาษีนี้อาจสร้างแรงกระเพื่อมให้ระบบนิเวศคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ของอินเดียไม่ต่างจากสิทธิประโยชน์ด้านไอทีในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ช่วยดึงการลงทุนระดับโลก ขยายรายได้ส่งออก และสร้างงานกับขีดความสามารถระยะยาวของประเทศ

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...