“อิตาเลียนไทย” แจง 2 โครงการเหตุเครนถล่ม ยังมีผลใช้บังคับ หลังนายกฯ สั่งเลิกสัญญา
"อิตาเลียนไทย" แจง 2 โครงการที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟโดยสารและพระราม 2 ยังมีผลใช้บังคับและบริษัทยังปฏิบัติตามสัญญา หลังนายกฯ สั่งเลิกสัญญา
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) หรือ ITD แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรฐัมนตรี ได้สั่งยกเลิกสัญญาของบริษัท อิตาเลียนไทย 2 โครงการที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟโดยสารและพระราม 2 ว่า
ตามที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวนั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงว่าสัญญาทั้ง 2 โครงการดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับ และบริษัทยังปฏิบัติตามสัญญา หากมีความคืบหน้า บริษัทจะรายงานให้ตลาดหลักทรัพย์ได้ทราบต่อไป
ขณะที่วานนี้บริษัทชี้แจงถึงกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ว่าตามที่เกิดกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2 จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตามที่ปรากฏในข่าวนั้น บริษัทขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ บริษัทขอแสดงความรับผิดชอบในการดูแล จ่ายเงินค่าชดเชยและเยียวยาต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น บริษัทอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และพร้อมจะเร่งรัดดำเนินการแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้บริษัทจะพิจารณาทบทวนและปรับปรุงมาตราการด้านความปลอดภัยให้รอบคอบรัดกุมยิ่งขึ้นต่อไป
อนึ่งวานนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมจากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม โครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม และเครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มกราคม โดยผลการประชุม นายกฯ สั่งกระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญา อิตาเลียนไทย 2 โครงการ คือ โครงการเครนถล่มสีคิ้ว และเครนถล่มที่ พระราม 2
โดยนายกฯ ระบุว่าวันนี้ตนไม่ได้เชิญประชุมเพื่อให้ออกมาตรการ แก้กฎหมาย ออกกฎกระทรวงอย่างไร เพราะต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่คิดว่ากฎหมายควบคุมการก่อสร้าง หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดจ้าง ผู้รับเหมาะก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานคงต้องมีปัญหาแล้ว ยกตัวอย่างตึก สตง.ก็ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ถามว่าสัญญาถ้าไม่ถูกยกเลิก ก็ปรับหรือไม่ เพราะงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้ก็ยังไม่มีการปรับ
ถามต่อว่างานก่อสร้างจะเสร็จเมื่อไหร่งานก่อสร้างก็ไม่มีแล้ว ถ้าปรับก็เท่ากับว่าต้องสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ส่งตามงวดงานต่างๆ ซึ่งงวดงานเมื่อส่งแล้วก็จ่ายเงินไม่ได้เพราะล่าช้าแล้ว สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน และธนาคารการันตี วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ สตง.ก็ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆกับผู้รับจ้าง ไม่มีขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน และ ไม่ทันไรก็เกิดเหตุการณ์ที่พระราม 2 และมีการซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้ปกติ และกระทั่ง 2 เหตุการณ์ล่าสุด
นายอนุทิน กล่าวว่า สื่อมวลชน และผู้สนใจตั้งคำถามว่า พวกเราทำอะไรกันอยู่ ตนโดนหนักเลย ว่าทำไมเล่นงานรฟท. ก็ขอชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจ เหตุการณ์เครนหล่นใส่ รถไฟที่ จังหวัดนครราชสีมา ที่รฟท. ต้องรับผิดชอบ เพราะผู้เสียชีวิตใช้บริการ รฟท. ยังไม่นับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้รับจ้าง แต่สิ่งที่ รฟท. หลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้ คือผู้โดยสารที่กำลังเดินทางโดยรถไฟของเราแล้วไปประสบเหตุ อย่างไรก็ไม่พ้น ผู้รับเหมารับผิดต่อรฟท. อยู่แล้ว แต่รฟท. ต้องรับผิดต่อผู้ใช้บริการเพราะคือขนส่งมวลชน ดังนั้น คนที่บอกว่า รฟท.ไม่เกี่ยว แต่นายกฯไปหาเรื่องผู้ว่าฯรฟท. ตนไม่ได้หาเรื่อง แต่พูดตามเนื้อผ้า ขณะนี้ไม่มีผู้ว่าฯรฟท. มีแต่รองผู้ว่าฯรฟท. รักษาการผู้ว่าฯรฟท. อยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เเกิดขึ้นคนที่รับผิดชอบคือหัวหน้าราชการสูงสุด ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย ก็อยากให้ทุกท่านเข้าใจก่อน
“มันมีความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นสองอย่างสำหรับเหตุการณ์เมื่อวาน (14 มกราคม) คือ 1.รัฐในฐานะผู้ให้บริการประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ให้บริการ และ 2.รัฐต้องไปเรียกร้องความเสียหายหรือดำเนินการใดที่ระบุในสัญญา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ในอนาคตอีก สำหรับผู้ที่จะมาก่อสร้างเหล่านี้กับรัฐ” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ประชุมเอาแค่เรื่องนี้ให้ได้ก่อน อย่าเพิ่งไปพูดถึงว่าจะทําอย่างไรต่อ ซึ่งตรงนั้นจะเป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง และอ.ธเนศ วีระศิริ อดีตนายกสภาวิศวกร สิ่งที่เราจะต้องดําเนินการ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตนขอถามว่า จะดําเนินการกับ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD)ได้อย่างไร สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในลักษณะคล้ายกันในช่วงสิบเดือนที่ผ่านมา ถ้าท่านยังบอกว่าทําอะไรไม่ได้ เขายังต้องสร้างต่อไป เลิกสัญญาก็ไม่ได้ เรียกร้องความเสียหายก็ไม่ได้ ขึ้นบัญชีดําก็ไม่ได้ ระงับการประมูลโครงการใหม่ๆ ก็ไม่ได้ ตรงนี้ก็จะทําให้เรามีปัญหาแน่นอน
“ถ้าผมจะเอาตัวรอดก็ต้องบอกว่า ตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ ผูกพันอะไรไม่ได้ สภาก็ไม่มี แก้ไขกฎหมายอะไรก็ไม่ได้ ถ้าพูดแบบนี้ ท่านจะทําอย่างไรต่อ ถ้าท่านยังเป็นหน่วยงานราชการ ที่ท่านต้องดําเนินการให้เกิดความชัดเจน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ตรงนี้เป็นสิ่งที่คาบเกี่ยวอยู่ ผมไม่พูดหรอกว่านี่เป็นรัฐบาลรักษาการ อีกสามสัปดาห์ก็จะมีการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ยังเป็นรัฐบาล นาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ก็บอกว่ารักษาการไม่มี ความรับผิดชอบยังเต็มอยู่ ฉะนั้นเราต้องมานั่งแก้ไขปัญหา ผมก็ยังใช้สิทธิ์ความเป็นรัฐบาล เป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ เที่ยวนี้ผมคงยอมไม่ได้” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ที่จะบอกว่างั้นก็หยุดงานก่อสร้างไปสองสัปดาห์ แล้วก็รายงานมา แล้วก็ทํางานต่อไป เมื่อสักครู่ยังไม่ทันเดินเข้าห้องประชุมก็มีคนมารายงานว่า เขาทํางานไป 85 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลืออีก15 เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านสั่งให้เขาหยุด เดี๋ยวงานไม่เสร็จ ไม่เสร็จก็ไม่เสร็จ ถ้าปล่อยให้มันเสร็จ ก็ต้องเสี่ยงว่าจะมีอะไร อันตรายอย่างนี้อีกหรือไม่ ถ้าจําเป็นจะต้องยกเลิกสัญญา ต้องหาคนมาทําใหม่ในส่วนที่เหลือ จะใช้เงินเท่าไหร่ ในสัญญาตนเชื่อว่ามีระบุไว้ ส่วนเกินก็จะต้องเรียกร้องกับหลักประกันสัญญา และเรียกร้องกับผู้รับจ้างที่จะต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้ทิ้งงาน
ตอนเขาพูดเป็นกรอบอย่างนี้ไว้ก่อน เพราะในส่วนนี้จะมีทั้ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎี อัยการสูงสุด และปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งวันนี้จะต้องมีข้อสรุปจากการประชุมวันนี้ออกไป มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยาก เพราะมันเกิดจากผู้รับจ้างรายเดียวกัน ฉะนั้น รัฐในฐานะที่เป็นเจ้าของโครงการ ถ้ากลัวเรื่องระเบียบ ตนว่า อย่างไรระเบียบก็ต้องเขียนว่าถ้าคนทํางานไม่ได้มาตรฐาน ทํางานแล้วเกิดอันตรายต่อสาธารณะ ก็ต้องมีช่อง ที่จะดําเนินการใดๆได้
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้ ที่อธิบดีกรมบัญชีกลางระบุว่าต้องให้หน่วยงานเสนอเรื่องขึ้นมานั้น หน่วยงานก็ไม่เสนอ พอตนไปจี้ที่หน่วยงาน ก็บอกว่า ไม่ได้ เพราะการขึ้นบัญชีดําการประกาศทิ้งงาน อยู่ที่กรมบัญชีกลาง จะโยนกันไปกันมาแบบนี้ไม่ได้ วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกันหมด เราจะเดินออกจากที่ประชุมนี้ด้วยมาตรการที่ชัดเจน เกิดความมั่นใจต่อประชาชน ความพึงพอใจต่อความรู้สึกของผู้สูญเสีย และที่สําคัญต้องสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติด้วย เหล่าเหล่าเที่ยวไปบอกให้เขามาลงทุนที่ประเทศไทยเยอะ ครั้งระบบโลจิสติกส์ ระบบการขนส่ง รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ เชื่อมตะวันตกตะวันออกเหนือใต้ รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ แต่เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ที่ลงไปทั้งหมดก็มีแต่สูญเปล่า ฉันคงต้องมีการดําเนินการบางอย่าง
อ้างอิง : weblink.set.or.th, weblink.set.or.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- นายกฯ เรียกประชุมด่วนบ่ายนี้ เร่งหามาตรการเอาผิดบริษัทผู้รับเหมา เหตุเครนถล่มโคราช-พระราม 2
- คลัง ออกสมุดพกตัดคะแนนผู้รับเหมา ประมาท เริ่มใน ม.ค.69 ชี้สั่ง Blacklist ทำได้ทันที
- “อิตาเลียนไทย” ชี้แจง ตลท.กรณีเครนตกทับรถไฟ มีประกันภัยจากอุบัติเหตุก่อสร้าง
- “พิพัฒน์” สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ 3-4 ชุด จ่อพิจารณาหยุดการก่อสร้างทางยกระดับทั่วประเทศ
- นายกฯ สั่งคมนาคมเลิกสัญญา ITD 2 โครงการ เครนถล่มโคราช-พระราม 2 พร้อมขึ้นบัญชีดำ