ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ คนรุ่นใหม่เขต 9 กทม. ชู 7 มาตรการก่อสร้าง
การเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ทำให้ชื่อของ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ถูกจับตาอีกครั้ง ในฐานะผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 9 หมายเลข 5 ในนาม พรรคประชาชน นักการเมืองรุ่นใหม่จากตระกูล “มีนชัยนันท์” ที่ตัดสินใจออกจากพื้นที่บ้านใหญ่เดิม มาลงสนามเขตเมืองชั้นใน ซึ่งขึ้นชื่อว่าแข่งขันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
จากตระกูลการเมือง สู่สนามแข่งขันสูง
ศุภณัฐ เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2534 เป็นบุตรของ วิสูตร์ มีนชัยนันท์ เติบโตในครอบครัวที่มีบทบาททั้งเศรษฐกิจและการเมืองมาอย่างยาวนาน เครือญาติในตระกูลเดียวกันประกอบด้วยนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น อาทิ วิชาญ มีนชัยนันท์ และ วิรัตน์ มีนชัยนันท์
พื้นฐานดังกล่าวทำให้เขาถูกจัดวางอยู่ในหมวด “การเมืองบ้านใหญ่” ทว่าการเลือกลงสมัครในโซนจตุจักร–พื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเขตเมืองชั้นใน กลับสะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของนักการเมืองรุ่นต่อไป ที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองบนสนามเปิด
การศึกษานอกประเทศ–ประสบการณ์ธุรกิจ
ศุภณัฐสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาอสังหาริมทรัพย์และการเงิน จาก University of Cambridge และปริญญาตรีจาก University College London ก่อนกลับมาทำงานภาคเอกชน
เส้นทางอาชีพครอบคลุมทั้งตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และ CEO ในหลายบริษัท ตั้งแต่ธุรกิจยานยนต์ คลินิกเวชกรรม ไปจนถึงอีเวนต์และเฟสติวัล สร้างภาพลักษณ์นักการเมืองที่มาพร้อมประสบการณ์บริหารจริง
เดือดเหตุเครนถล่มสีคิ้ว จี้รัฐ–ผู้รับเหมารับผิดชอบ
วันที่ 14 มกราคม 2569 ศุภณัฐออกมาแสดงจุดยืนต่อเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมประณามความบกพร่องของ อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ที่เกิดเหตุซ้ำซาก
ศุภณัฐ เรียกร้องให้ผู้บริหารออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม และวิพากษ์รัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยังไม่เร่งลงนาม “ระเบียบลดชั้นผู้รับเหมา” ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการตัดสิทธิผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ
7 มาตรการ ยกระดับความปลอดภัยงานก่อสร้าง
ในฐานะอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ศุภณัฐเสนอแนวทางเชิงนโยบาย 7 ประการ ตั้งแต่การตรวจสอบใบอนุญาตวิศวกร การตั้งหน่วยงานอิสระสอบอุบัติเหตุ การใช้เทคโนโลยีติดตามไซต์งานแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำ
ทั้งหมดสะท้อนความพยายามผลักดัน “ความปลอดภัยสาธารณะ” ให้เป็นวาระเชิงโครงสร้าง มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
กรณีของศุภณัฐสะท้อนภาพนักการเมืองทายาทที่พยายามหลุดจากกรอบเดิม ด้วยการเลือกสนามแข่งขันสูง และหยิบประเด็นความปลอดภัยก่อสร้าง—เรื่องที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง—มาเป็นจุดขายทางนโยบาย ความท้าทายอยู่ที่การแปลงข้อเสนอเชิงเทคนิคให้เข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวงกว้าง
เส้นทางของ “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงบททดสอบของคนรุ่นใหม่จากตระกูลการเมืองใหญ่ หากยังเป็นคำถามสำคัญว่า การเมืองเชิงนโยบายด้านความปลอดภัย จะกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจของคนเมืองได้มากเพียงใดในสนามเลือกตั้ง 2569