โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา (3)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 02.00 น.

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา (3)

การประชุมโตเกียว

การประชุมมหาเอเชียบูรพา (Greater East Asia Conference) หรือที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า Dai Toa Kaigi จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2486 ณ กรุงโตเกียว ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโดยเฉพาะในมิติของการเมืองระหว่างประเทศและการโฆษณาชวนเชื่อ

ความสำคัญของการประชุมนี้ถือเป็นการประกาศอุดมการณ์ “เอเชียเพื่อชาวเอเชีย” การประชุมนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำจากประเทศต่างๆ ในเอเชียมารวมตัวกัน โดยญี่ปุ่นต้องการแสดงให้โลกเห็นถึงความมุ่งมั่นในนโยบาย “วงศ์ไพบูลย์มหาเอเชียบูรพา” (Greater East Asia Co-Prosperity Sphere) เพื่อต่อต้านลัทธิล่าอาณานิคมของตะวันตก และประกาศย้ำว่า เอเชียควรได้รับการปกครองโดยชาวเอเชียด้วยกันเอง (กนต์ธีร์ ศุภมงคล, 2527, 112-113)

ผู้นำและตัวแทนจาก 6 ชาติร่วมประชุมที่โตเกียว 2486

คำปราศรัยพระองค์วรรณฯ ที่โตเกียว

ที่โตเกียว ที่ประชุมผู้นำ 6 ชาติที่ถูกเชิญเข้าร่วมมีมติเอกฉันท์ยอมรับให้ “ญี่ปุ่นเป็นผู้นำของชาวเอเชียตะวันออก” และเมื่อไทยรับรองมติที่ประชุมผู้นำย่อมหมายความไทยรับรองรัฐบาลวัง จิงเว่ย แมนจูกัว ฟิลิปปินส์ พม่า อินโดนีเซีย และอินเดียไปด้วยเช่นกัน

พระองค์วรรณฯ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยกล่าวสุนทรพจน์โดยทรงเน้นให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของเอเชียและยุโรป ซึ่งทรงเน้นในส่วนของเอเชียว่า “อาเซียเปนทวีปที่เปนบ่อเกิดแห่งความจเรินของมนุส ได้มีความจเรินถึงขีดสูงสุดแต่โบรานกาลมา ความจเรินนั้นเปนแสงสว่างอันบริสุทธิ์ ซึ่งส่องหยู่ไนจิตไจของมนุส ส่งเสิมไห้มนุสได้มีความจเรินถึงขีดสุดแต่โบรานกาลมา

ความจเรินนั้นเปนแสงสว่างอันบริสุทธิ์ ซึ่งส่องหยู่ไนจิตไจของมนุส ส่งเสิมไห้มนุสแสวงหาสันติสุข และกอบด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ โดยยึดมั่นหยู่ไนหลักธัม นี่เปนหลักแห่งความจเรินประจำชาติไทย ซึ่งนับถือพระพุทธสาสนาเปนสาสนาของชาติ และหลักความจเรินดังกล่าว ก็เปนหลักวัธนธัมตามประเพนีนิยมของนานาชาติอาเซียทั่วไป หรืออีกนัยหนึ่ง ความจเรินตามประเพนีนิยมของอาเซียก็ได้แก่วัธนธัมนี้ ชาวตะวันตกก็รับรอง ดั่งปรากตไนคติพจน์ที่ว่า กดหมายจากตะวันตก แสงสว่างจากตะวันออก แสงสว่าง ex occidente lex, ex oriente lux”

พระองค์วรรณฯ กล่าวปราศรัยในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2486

วิพากษ์เจ้าอาณานิคมตะวันตก

ในขณะเดียวกัน พระองค์วรรณฯ ทรงกล่าวถึงกลุ่มประเทศยุโรปในลักษณะที่ว่าเป็นรูปแบบของอารยธรรมที่มุ่งความเจริญทางโลก โดยเน้นการพัฒนาด้านรัฐและเศรษฐกิจจึงเป็นเหตุของการขยายอำนาจและครอบครองดินแดนในลักษณะอาณานิคมเพื่อวัตถุดิบต่างๆ โดยเฉพาะในเอเชียไปใช้ประโยชน์ ดังคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า

“ความจเรินของยุโรปเปนอีกรูปหนึ่ง คือ รูปอารยะธัม ซึ่งมีความมุ่งหมายที่จะส่งเสิมความจเรินทางโลก คือส่งเสิมกำลังของรัถและกำลังทางเสถกิจ ด้วยเหตุนี้ ไนสมัยปัจจุบันแห่งประวัติสาสตรสากล นานาชาติยุโรปจึงได้แผ่ออกไปจากยุโรป และฉเพาะอย่างยิ่ง เมื่อร้อยปีกว่ามานี้ อังกริดและสหรัถอเมริกาได้แผ่อำนาดมาไนมหาอาเซียบูรพา โดยเอาดินแดนในภูมิภาคนี้เปนอานานิคมบ้าง และเปนแหล่งไช้ประโยชน์เฉพาะตนสำหรับเอาสัมภาระดิบไปประดิถสินค้าสำเหร็ดรูป และสำหรับเอาสินค้าสำเหร็ดรูปมาจำหน่ายเปนตลาดของตนบ้าง

ฉะนั้น บันดาประเทศไนมหาอาเซียบูรพาจึงต้องสูญเสียเอกราชและอธิปไตยไป หรือมิฉะนั้นก็ต้องถูกจำกัดเอกราช และอธิปไตยโดยระบอบสภาพนอกอานาเขตและโดยสนธิสัญญาไม่เสมอภาค ไม่มีการถ้อยทีถ้อยปติบัติต่อกันตามหลักกดหมายระหว่างประเทส อาเซียแทนที่จะเปนทวีปอันกอบด้วยความเปนปึกแผ่นทางการเมือง” (วิรัช ศรีพงษ์, 2567, 69)

ภาพถ่ายหมู่ผู้นำหน้าอาคารรัฐสภาแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นบนหน้าหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น

ความสำคัญของวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา

พระองค์ทรงกล่าวถึงนโยบายของญี่ปุ่นในลักษณะที่สนับสนุนโดยทรงให้คำอธิบายจากหลักการของการก่อตั้งวงศ์ไพบูลย์ กล่าวคือ “ฮักโก อิจิว (Hakko Ichiu)” ซึ่งเป็นหลักการที่เน้นความยุติธรรม หลักธรรม และสันติภาพ พร้อมกันนี้ ยังได้ทรงกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนานและความช่วยเหลือที่ญี่ปุ่นได้ช่วยเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้ประเทศไทยสามารถได้ดินแดนคืน ดังปรากฏตามคำที่ทรงกล่าวว่า

“ดังเช่นไนกรนีพิพาทระหว่างอินโดจีนฝรั่งเสสกับประเทสไทย ไนเมื่อประเทสไทยขอดินแดนบางส่วนกลับคืนมาจากฝรั่งเสส เพื่อจะได้สถาปนามิตรภาพระหว่างประเทสทั้งสองไห้ปราศจากความหม่นหมอง เนื่องจากการที่ต้องเสียดินแดนของชาติไปนั้น รัถบาลยี่ปุ่นก็ได้กรุนาทำการไกล่เกลี่ยไห้เปนที่ตกลงกันตามความยุติทัม ทั้งนี้ ประชาชาติไทยจะไม่ลืมอุปการะคุนของประเทสยี่ปุ่นเลย”

นอกจากนี้ ทรงกล่าวถึงการที่ญี่ปุ่นได้คืนเอกราชให้กับจีน พม่า และฟิลิปปินส์ โดยมีการพูดถึงประเทศข้างต้นในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาเอเชียบูรพา โดยทรงเน้นให้เห็นว่ามหาเอเชียบูรพาไม่ได้เป็นเพียงชื่อในทางภูมิศาสตร์ แต่เป็น “วงศ์ไพบูลร่วมกัน” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงนัยการเป็นแนวคิดร่วมกันของประเทศในเอเชียเอง อย่างไรก็ดี พระองค์ได้ทรงระบุถึงประเด็นการเคารพเอกราชและอธิปไตยของกันและกัน รวมถึงการเจริญความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่อกันในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยทั้งต่อประเทศในวงศ์ไพบูลแห่งมหาเอเชียบูรพากันเองและประเทศ (วิรัช ศรีพงษ์, 2567, 69-70)

หัวหน้าคณะผู้แทนไทยกล่าวปิดท้ายว่า “…ความคิดเห็นของรัฐบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องการดำเนินสงครามมหาเอเชียบูรพา และการสถาปนาวงศ์ไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพานี้เห็นว่า แนวทางที่ปฏิบัติมาแล้ว เฉพาะอย่างยิ่งแนวทางตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทยนั้นเป็นการเหมาะสมดีแล้ว กิจอันพึงกระทำก็คือการส่งเสริมมิตรภาพ ความร่วมมือและความเข้าใจอันดีซึ่งมีอยู่แล้วโดยผาสุกนั้นให้กระชับสนิทสนมกันยิ่งขึ้นเพื่อเป็นกำลังแรงและกำลังใจอันเป็นหนึ่งเดียวกัน ดำเนินการสงครามและการสถาปนาวงศ์ไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพาให้บรรลุผลสำเร็จในที่สุด…” (สมโชค สวัสดิรักษา, 97)

ทั้งนี้ การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพาเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามถือเป็นการประชุมสุดยอดระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดยจักรวรรดิญี่ปุ่น ผู้นำของกลุ่มประเทศในวงศ์ไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชีย โดยมีผู้นำทางการเมืองของรัฐบาลต่างๆ ที่ญี่ปุ่นสนับสนุนหรือเป็นพันธมิตรเข้าร่วม 6 ประเทศ ประกอบด้วย บามอ-พม่า, จางจิงฮุย-แมนจูกัว, วัง จิงเว่ย-สาธารณรัฐจีน, พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร-ไทย, โฮเซ เป. ลอเรล-สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, สุภาษ จันทระ โพส-อินเดีย การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมต้องการยืนยันในการขับไล่มหาอำนาจตะวันตกออกจากเอเชีย

กติกาสัญญาพันธไมตรีไทย-ญี่ปุ่น (2484)
หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน 5 พฤศจิกายน 2486 รายงานเกี่ยวกับการจัดประชุม เครดิตภาพ : asahi.com

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา (3)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...