โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“สนธิญา” ไม่เห็นด้วยเลือกตั้งเป็นโมฆะ ล้มทั้งกระดาน ขอให้เห็นในคะแนนปชช.ทั้งปท. 32 ล้านที่มาใช้สิทธิ์

สยามรัฐ

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 06.04 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือ กกต.สนับสนุนการมีบาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการมีบัตรผี การทุจริต เชื่อว่าไม่สามารถนำบัตรออกมาเพื่อที่จะสแกนหาบุคคล ชื่อ บุคคลที่ลงคะแนนได้ ทั้งนี้กรณีกลุ่มบุคคลที่คิดไม่เหมือน คิดต่างไม่ใช่เป็นเรื่องโง่ แต่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ประเด็นแรก ขอฝากเรียนไปถึงการชุมนุมที่สกายวอล์คเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา และยังชุมนุมขณะนี้ด้วยว่า เมื่อปี 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช รวมทั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดนศาลวินิจฉัยพิจารณาให้จำคุกไปแล้ว 2 เดือน ปรับ 12,000 บาทและรอลงอาญา 2 ปี

ประเด็นที่ 2 คือ ต้องการเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบและพิจารณา ดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่มีผู้บอกว่าเหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างนับคะแนนเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ทั้งที่จริงแล้วเกิดขึ้นที่จังหวัดปทุมธานี

และกรณีการนำใบขีดคะแนนแล้ว ระบุว่าพบในกองขยะ ตนขอเรียกร้องให้ กกต. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพราะเชื่อว่าปุถุชนคนธรรมดาไม่อยากจะเข้าไปกองขยะแน่นอน อีกทั้งจะได้ทราบว่า ที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้นำใบคิดคะแนนไปทิ้งขยะ

รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นที่เทศบาลท่าโขลง อำเภอเมืองปทุมธานี มีสื่อพยายามที่จะซูมให้เห็นถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยตนได้นำคลิปนี้ส่งให้ กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการกระทำเหล่านั้นเป็นการกระทำที่กำลังจะบอกว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต ยืนยันว่าตนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จาก กกต.และหากมีการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตนก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์คนหนึ่งเหมือนกัน

ส่วนกรณีที่ กกต. จัดทำ QR code และบาร์โค้ดบนบัตร นายสนธิญา ระบุว่าตนเห็นด้วยเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถตรวจสอบที่มาของบัตรเลือกตั้งได้ยังมีคุณภาพ พร้อมถามกลับว่าถ้ากรณี QR code หรือบาร์โค้ด เป็นความลับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในกระบวนการเลือกตั้งมีตั้งแต่การที่ประชาชนไปที่คูหาแล้วดู ว่ามีชื่อของตนเองอยู่หรือไม่ แล้วนำบัตรประชาชนแสดงตนแล้วรับบัตรเลือกตั้งและเข้าไปกาในคูหา และเดินออกมา เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จเวลา 17.00 น.ก็มีการเปิดหีบนับคะแนน เมื่อนับแล้วเสร็จก็จะมีการรวมคะแนน ซึ่งกระบวนการนับคะแนนเป็นกระบวนการลับหรือไม่ การรวมคะแนนในแต่ละหน่วยและนำไปรวมรวมกันในเขตเลือกตั้ง ก่อนนำไปรวมในระดับอำเภอ ดังนั้น ต้องตีประเด็นในตรงนี้ก่อนว่าความลับ ไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม อยู่ที่ว่าตรงนั้นเป็นความลับระดับไหน

ตนจึงเห็นว่ากรณีบาร์โค้ด และ QR code เป็นเรื่องของการตรวจสอบที่มาของบัตร ส่วนใครที่จะมีอำนาจหรือนำบัตรเลือกตั้งที่มีอยู่ถึง 32 ล้านใบ หรือแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน นำไปสแกน QR หรือ barcode ตนคิดว่าสามารถทำได้ แต่ขอถามว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้คนกี่คนในการสแกน ต้องใช้อาคารสำนักงานขนาดไหนและที่สำคัญจะนำบัตรนั้นออกมาได้อย่างไร

“เพราะปัจจุบันต้องยอมรับความเป็นจริง การเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงมากที่สุดครั้งหนึ่ง และการซื้อเสียงก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมือง ผู้สมัคร สส.และผู้รับเงิน และประสิทธิภาพของการทำงานไม่ต้องพึ่งบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด อย่างปัจจุบัน ผู้ใหญ่ บ้านกำนัน อสม. อบต.สท. มีนายก อบต. นายกเทศบาล ซึ่งมีรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดอยู่แล้ว ใครจะมาปัญญาอ่อนนำเอาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไปสแกนข้อมูล แล้วใช้คนเป็นสิบเป็นร้อย ผมไม่เชื่อ" นายสนธิญ กล่าว

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า แต่หากถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจะต้องพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคดีที่ตนเคยไปร้องศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ศาลไม่รับคำร้องเนื่องจากมองว่าไม่เข้าเงื่อนไขในการยื่นคำร้อง และถ้า 2 หน่วยงานนี้ไม่รับ ตนเรียกร้องไปยังผู้ที่ยื่นและพรรคการเมืองที่สนับสนุน อย่าไปบอกว่าองค์กรอิสระเป็นพวกเดียวกันอีก เมื่อกล่าวหาว่า กกต.เป็นองค์กรที่ไม่เที่ยงตรงไม่เที่ยงธรรม แต่นิด้าโพลล์ ระบุว่าประชาชนเกือบร้อยละ 60 ระบุว่ามีความน่าเชื่อถือ แต่ขณะเดียวกันถ้าเมื่อไหร่ที่ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ก็อย่าไปกล่าวหาว่าองค์กรเหล่านั้นไม่ยุติธรรมอีก และกำลังจะนำไปสู่การจัดชุมนุม ในประเด็นนี้ต่อเนื่องกันไป ตนไม่คิดว่ากรณี 44 สส. ซึ่งตนเป็นหนึ่งในผู้ร้องที่ให้ประชาชนส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย และอาจจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้จะมีพรรคการเมืองนั้นบอกว่าจะยื่นเพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อตนก็จะคัดค้านในประเด็นนี้เช่นกัน

นายสนธิญา กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย หากจะยื่นคำร้องหรือคำฟ้องใดๆ ซึ่งตนมีแนวคิดเช่นนี้ ขออย่ามองว่าตนรับเงินจาก กกต. เพราะตนไม่ได้อะไรสักบาท นอกจากคนที่ด่าตน ขณะเดียวกันหลังเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะขณะนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,400 กว่าหน่วยเลือกตั้ง หรือเกือบแสนหน่วย แต่มีหน่วยเลือกตั้งเพียงไม่กี่หน่วยที่เกิดปัญหา และจะนำไปสู่การโมฆะทั้งกระดานนั้น เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ออกไปใช้สิทธิ 32 ล้านคนหรือไม่

ดังนั้นตนจึงมายื่นให้กกต.พิจารณาวินิจฉัยและดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่ระบุกรณี กกต.แจ้งความผู้หนึ่งผู้ใดแล้วบอกว่าปิดปาก ก็ร่วมหัวกันฟ้อง กกต.ขนาดนี้ กี่คดีแล้ว ซึ่ง กกต.ก็จำเป็นต้องรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของ กกต.ไว้ด้วย และเห็นว่าเมื่อภาคประชาชนให้ข้อมูลกับประชาชนเรื่องหนึ่งเรื่องใด กกต.ก็จำเป็นที่จะต้องมีการให้ข้อมูลกับประชาชนได้ด้วย เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลครบถ้วนจากทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...