BBGI กดปุ่มผลิต SAF ไตรมาส 2 ดันผลงานปี 69 โตแกร่ง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 15.47 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 08.47 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - BBGI คาดผลประกอบการปี 2569ดีต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุน และใช้กำลังการผลิตในระดับสูงพร้อมเตรียมเปิดดำเนินการโรงงานผลิต SAF ในไตรมาส 2นี้ หลังงานก่อสร้างคืบหน้ากว่า 98% มองเป็นธุรกิจ New S-Curve หนุนกำไรระยะยาว รองรับเทรนด์ลดคาร์บอน
นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งหวังให้ผลประกอบการในปี 2569 เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน ตามการปรับปรุงผลผลิต การควบคุมค่าใช้จ่าย และการใช้กำลังการผลิตในระดับสูง รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการผลิต
ทั้งนี้ในปีนี้ BBGI จะเปิดดำเนินการ โรงงานผลิต SAF (Sustainable Aviation Fuel) (BBGI ถือหุ้นในสัดส่วน 20% และ BCP ถือ 80%) จากปัจจุบันมีความคืบหน้าด้านงานก่อสร้างราว 98.5% แล้ว คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องทดสอบการผลิต หรือ COD ได้ในไตรมาส 2/2569 โดยคาดหวังจะเป็นธุรกิจที่สร้างผลกำไรที่ดีได้ในอนาคต ตลอดจนคาดหวังให้ประเทศไทย มีการแก้ไข ปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้น้ำมันอากาศยานยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน
สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อ ไบโอดีเซล และเอทานอล ปีนี้ บริษัทฯ มองว่า BBGI ยังคงเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนของกลุ่มบางจาก โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้ของทั้งสองส่วนยังมีปริมาณการใช้ค่อนข้างทรงตัว จากปีก่อน ส่งผลให้ BBGI ยังคงผลิตได้เต็มกำลังการผลิต อย่างไรก็ดีบริษัทฯ ก็อยู่ระหว่างติดตามอีกหนึ่งปัจจัยบวก จากการที่ประเทศไทย ตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปี (จากเดิมปี 2065) โดย BBGI ในฐานะภาคเอกชนก็อยากเห็นถึง Action Plan ของรัฐบาล ต่อเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไร โดยเฉพาะแผนการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ
นอกจากนี้มองปัจจัยลบ ยังคงเป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก รวมถึงราคาน้ำมัน ที่อาจมีผลกระทบต่อปริมารการใช้น้ำมัน และเชื้อเพลิงชีวภาพของไทย
ด้านราคาวัตถุดิบการผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล มองว่าราคาสินค้าเกษตรยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมันปาล์ม (CPO), กากน้ำตาล และราคามันสำปะหลัง โดยบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และบริหารความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนให้ดีที่สุด ผ่านแผนการผลิตที่ชัดเจน
อย่างไรก็ดีมองแนวโน้มราคาไบโอดีเซล คาดอ่อนตัวลง ตามราคาวัตถุดิบ อย่างราคา CPO ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จากสินค้าเกษตรที่มีออกมาค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันราคามันสำปะหลัง ยังมีความต้องการใช้ในระดับสูงอยู่ และด้วยการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จากเดิมที่จะมีผลผลิตเข้ามาในประเทศ ก็ทำให้มีผลผลิตเข้ามาน้อยลง ทำให้เป็นปัจจัยบวกต่อราคาวัตถุดิบดังกล่าว ด้านราคากากน้ำตาล แม้จะมีผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้น และราคากากน้ำตาลปรับตัวลดลง แต่สัญญาณที่จะมีเอลนีโญ ในระยะต่อไป ก็อาจจะทำให้ราคากากน้ำตาลปรับตัวลงจำกัด และมีโอกาสที่ฟื้นตัวขึ้นในอนาคต
ขณะที่ทิศทางตลาดของไบโอดีเซล เนื่องด้วยราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลง และดีมานด์การใช้ B5 หายไปค่อนข้างมาก ส่งผลให้ยังมีหลายปัจจัยกดดันราคา และเกิดการแข่งขันที่สูงอยู่
ส่วนราคาเอทานอล ราคาปีก่อนปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่ในปัจจุบันสถานการณ์เริ่มทรงตัว และเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ทั้งราคามันสำปะหลัง และกากน้ำตาล