โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่โคราช ติดตามการเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟโดยสาร สั่งจ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตภายใน 24 ชม.

THE STANDARD

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่โคราช ติดตามการเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟโดยสาร สั่งจ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตภายใน 24 ชม.

วันนี้ (15 มกราคม) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุการณ์เครนยกสะพานรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณบ้านคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ภายหลังการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสีคิ้ว และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บที่ยังคงพักรักษาตัว พร้อมแจ้งสิทธิและแนวทางการช่วยเหลือตาม พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) ให้แก่ผู้ประสบเหตุและทายาทผู้เสียชีวิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลจากภาครัฐอย่างเต็มกำลัง

พล.ต.ท. รุทธพล เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมได้นำกลไกการช่วยเหลือผ่านกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเข้าดำเนินการทันที โดยกำหนดกรอบการเยียวยาเบื้องต้น ดังนี้:

กรณีเสียชีวิต: มอบเงินชดเชยรายละ 200,000 บาท โดยสั่งการให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง

กรณีบาดเจ็บ: มอบเงินช่วยเหลือตามค่าใช้จ่ายจริง รายละไม่เกิน 50,000 บาท

ค่าชดเชยเพิ่มเติม: กรณีมีการขาดประโยชน์จากการทำงานหรือผลกระทบอื่นๆ จะมีการพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งอาจมียอดเงินเยียวยารวมรายละหลายแสนบาท

ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม ย้ำว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นงบประมาณแผ่นดินตามกฎหมาย ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินช่วยเหลือจากสำนักนายกรัฐมนตรี

ในด้านการอำนวยความสะดวก กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา เป็นหน่วยงานหลักในการรับเรื่องและประสานงานให้คำปรึกษาแก่ผู้เสียหายและญาติเกี่ยวกับขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยา

สำหรับความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ท. รุทธพล ระบุว่าได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งรัดการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...