ญาติเหยื่อเครนถล่มทับรถไฟลั่นต้องมีคนรับผิดชอบ
ผู้ว่าฯโคราชเหมาก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงญาติผู้เสียชีวิตเครนถล่มใส่รถไฟ ญาติผู้เสียชีวิตลั่นต้องมีคนรับผิดชอบ ขณะที่นายแพทย์ สสจ. เผยผู้บาดเจ็บสีแดงอาการดีขึ้นเหลือเพียงสองรายที่ยังโคม่า
ที่บริเวณห้องเก็บศพ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา บรรยากาศบริเวณด้านหน้ายังคงเต็มไปด้วยความเศร้าโศกของญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว ที่ยังคงเฝ้ารอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมากันตั้งแต่เช้า ทำให้ทาง นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำอาหาร ขนม น้ำดื่ม และยังได้เหมาก๋วยเตี๋ยวเพื่อที่จะดูแลญาติผู้เสียชีวิตที่เดินทางมารอรับศพที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกด้วย ขณะเดียวกัน หลายภาคส่วนยังได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
โดยทางหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และโรงแรมวีวัน โคราช ได้จัดห้องพักจำนวน 20 ห้องให้กับญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ได้พักอาศัยฟรีระหว่างรอติดต่อขอรับศพ และเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ
ขณะที่ทางด้านนางแต๋ว วิลเฮม ภรรยาของนายเฟรดดริก วิลเฮม ชาวเยอรมัน ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ขึ้นรถไฟขบวนดังกล่าวด้วย โดยนางแต๋วนั้นสามารถรอดชีวิตมาได้โดยมีบาดแผลฟกช้ำบนใบหน้าส่วนนายเฟเดริคผู้เป็นสามีนั้นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยนางแต๋วบอกว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อที่จะดูศพสามีแต่คาดว่าน่าจะยังไม่ได้นำร่างสามีออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากต้องรอให้ลูกสาวเดินทาง มาจากประเทศเยอรมันอย่างน้อยก็สองสัปดาห์ ซึ่งได้วางแผนเอาไว้ว่าจะไม่ได้นำร่างสามีนั้นกลับ ไปยังประเทศเยอรมันแต่จะจัดงานศพที่ประเทศไทยเลย นางแต๋วยังบอกต่ออีกด้วยว่าตอนนี้ ยังคงทำใจไม่ได้และยังคงเห็นภาพสามีที่เสียชีวิตภายในตู้รถไฟยังคงตามมาหลอกหลอนหลับตาลงทีไรก็ยังเห็นภาพนั้นทุกที
ขณะเดียวกันนางเจียม ประวาสุข ญาติที่เดินทางมาด้วยกับนางแต๋วบอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นควรจะจะต้องมีการรับผิดชอบเนื่องจากตนเคยทำงานก่อสร้างมาก่อน
จึงรู้ดีว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความสะเพร่าของพนักงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานพื้นที่นั้น
ทางด้านนายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่นิติเวชและกองพิสูจน์หลักฐานได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ในการชันสูตร และพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 32 ราย และยังมีชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตอีกประมาณหกราย ที่ยังคงต้องรอพิสูจน์อัตลักษณ์ ในเบื้องต้นผู้เสียชีวิตทั้งสองรายนั้น เราสามารถที่จะพิสูจน์อัตลักษณ์ระบุตัวตนทั้งชื่อและนามสกุลได้แล้ว 13 ราย
ส่วนที่เหลือที่ยังไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้นั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการการตรวจพิสูจน์ขั้นสูงโดยการตรวจดีเอ็นเอจากญาติสายตรงที่เดินทางมารับศพผู้เสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตที่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้แล้วนั้นทางจังหวัดนครราชสีมาจะนำร่างผู้เสียชีวิตไปส่งยังภูมิลำเนาโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31นครราชสีมา ซึ่งก็แล้วแต่ความประสงค์ของทางญาติว่าจะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปเองหรือไม่อย่างไร สำหรับในส่วนของผู้บาดเจ็บรุนแรงทั้งหมด 11 รายนั้นอยู่ในอการปลอดภัยเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงสองรายที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมายังไม่พ้นขีดอันตรายอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews