โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ” ปิดดีลการค้า “ไต้หวัน” ลดภาษีนำเข้าเหลือ 15% เทียบเท่าญี่ปุ่น–เกาหลีใต้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 02.27 น.

“สหรัฐ” ปิดดีลการค้า “ไต้หวัน” ลดภาษีนำเข้าเหลือ 15% เทียบเท่าญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ ไต้หวันเปิดตลาด–ซื้อสินค้าสหรัฐกว่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.02 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สหรัฐ และ ไต้หวัน บรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ โดยสหรัฐจะลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันลงเหลือ 15% ในระดับเดียวกับพันธมิตรเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ขณะที่ไต้หวันตกลงเปิดตลาดและผ่อนคลายอุปสรรคทางการค้าสำหรับสินค้าจากสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ไต้หวันจะยกเลิกหรือปรับลดกำแพงภาษีสินค้าสหรัฐถึง 99% พร้อมให้สิทธิการเข้าถึงตลาดแบบพิเศษสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรจากสหรัฐ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ เนื้อวัว ไปจนถึงแร่ธาตุสำคัญ

นอกจากนี้ไต้หวันยังมีแผนจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐมูลค่ากว่า 84,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2025–2029 รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) น้ำมันดิบ เครื่องบิน และอุปกรณ์ด้านพลังงาน

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ Office of the United States Trade Representative ระบุว่า ไต้หวันให้คำมั่นจะแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีที่คั่งค้างมานาน เช่น การยอมรับรถยนต์ที่ผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Motor Vehicle Safety Standards) โดยไม่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

ข้อตกลงการค้าครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีของไต้หวันให้คำมั่นเมื่อเดือนมกราคมว่าจะลงทุนอย่างน้อย 250,000 ล้านดอลลาร์ในกำลังการผลิตภายในสหรัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจากวงเงินสินเชื่อภาครัฐในมูลค่าใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐและไต้หวันยังมีมุมมองที่แตกต่างกันในประเด็นโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานชิป

ก่อนหน้านี้ Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ระบุว่ารัฐบาลมีเป้าหมายดึง 40% ของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดของไต้หวันมายังสหรัฐ และเตือนว่าบริษัทชิปจากไต้หวันที่ไม่ตั้งฐานการผลิตในสหรัฐอาจเผชิญภาษีสูงถึง 100%

อย่างไรก็ดี ไต้หวันโต้แย้งว่าการย้ายห่วงโซ่อุปทานในสัดส่วนดังกล่าวเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ โดยรองนายกรัฐมนตรี เฉิง ลี่ฉุน ชี้ว่าระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันที่สร้างมากว่าสองทศวรรษ ไม่สามารถย้ายออกได้ง่าย และการขยายการลงทุนในต่างประเทศจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคงฐานการผลิตหลักไว้ในประเทศ

ด้าน China ซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตนเอง ได้วิจารณ์ข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าจะยิ่งบั่นทอนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไต้หวัน พร้อมกล่าวหาพรรครัฐบาลไต้หวันว่าปล่อยให้สหรัฐคว้านเอาอุตสาหกรรมหลักของเกาะ

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เคยระบุว่าการรวมชาติไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่เป็น “สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในประวัติศาสตร์” ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว

แม้สหรัฐจะไม่มีสนธิสัญญาป้องกันร่วมกับไต้หวัน แต่กฎหมาย Taiwan Relations Act ปี 1979 ระบุว่าสหรัฐจะจัดหาอาวุธและบริการด้านการป้องกันที่จำเป็น เพื่อช่วยให้ไต้หวันมีศักยภาพป้องกันตนเองอย่างเพียงพอ

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สหรัฐอนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 11,150 ล้านดอลลาร์ นับเป็นหนึ่งในดีลใหญ่ที่สุด ซึ่งกระตุ้นให้จีนออกมาโจมตีสหรัฐว่าละเมิดหลักการจีนเดียวอย่างรุนแรง

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...